"เจดับเบิ้ลยูดี อินโฟโลจิสติกส์" เตรียมขยายลงทุนคลังสินค้าในกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวีต่อเนื่อง หนุนผลการดำเนินงานปี59-61 เติบโตปีละมากกว่า7%
นายชวนินทร์ บัณฑิตกฤษดา ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจดับเบิ้ลยูดี อินโฟโลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ JWD ผู้ดำเนินธุรกิจให้บริการด้านโลจิสติกส์ภาคพื้นดินอย่างครบวงจร เปิดเผยว่า บริษัทประเมินแนวโน้มผลการดำเนินงานในครึ่งปีหลัง คาดจะกลับมาฟื้นตัวได้อย่างแข็งแกร่งอีกครั้ง หลังจากได้ปรับกลยุทธ์ เพื่อเพิ่มโอกาสการดำเนินธุรกิจและการขยายโครงการใหม่ ที่พร้อมเปิดให้บริการได้ภายในไตรมาส 3 และ 4 ของปีนี้
“จะสร้างรายได้ให้แก่ผลการดำเนินงานครึ่งปีหลัง โดยเดือนก.ค.ที่ผ่านมา ได้เปิดให้บริการศูนย์กระจายสินค้าเคมีภัณฑ์พื้นที่ 6,900 ตารางเมตร รองรับการจัดเก็บและกระจายสินค้าเคมีภัณฑ์ ตั้งเป้าภายในสิ้นปีนี้จะมีผู้เช่าพื้นที่ไม่ต่ำกว่า 50%”
นอกจากนี้ บริษัทยังได้ลงทุนขยายธุรกิจไปในภูมิภาคอาเซียนตามแผนงานเดิม เพื่อรับโอกาสการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน โดยได้ร่วมมือกับกลุ่มบริษัทศรีไทย จัดตั้งบริษัทร่วมทุนภายใต้ชื่อ LINK ASIA LOGISTICS เพื่อให้บริการขนส่งสินค้าข้ามแดนในอาเซียนตั้งแต่ช่วงไตรมาส 2 ที่ผ่านมา ซึ่งจะรับรู้รายได้ในช่วงครึ่งปีหลังเช่นกัน ขณะเดียวกัน จะเปิดให้บริการคลังสินค้าในกัมพูชา ขนาดพื้นที่ 4,428 ตารางเมตร และที่เมียนมาจะขยายพื้นที่คลังสินค้าอีก 3,300 ตารางเมตร ส่งผลให้สิ้นปีนี้จะมีพื้นที่คลังสินค้าโดยรวมที่ตั้งอยู่ในกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี เพิ่มขึ้นเป็น 9,448 ตารางเมตร
ส่วนไตรมาส 1 ปี 2560 บริษัทมีแผนเปิดให้บริการคลังสินค้าแห่งใหม่ใน สปป.ลาว มีพื้นที่เพิ่มอีก 3,354 ตารางเมตร จากเดิมที่มีอยู่ 720 ตารางเมตร ส่งผลให้ปี 2560 บริษัทจะมีพื้นที่คลังสินค้าในกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวีรวมกว่า 12,800 ตารางเมตร ซึ่งจะส่งผลดีต่อการให้บริการแก่ลูกค้าในภูมิภาคนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพและส่งผลดีต่ออัตราการเติบโตของผลการดำเนินงานในช่วง 3 ปีข้างหน้า (2559-2561) ที่คาดว่าจะเติบโตเฉลี่ยต่อปีไม่ต่ำกว่า 7%
สำหรับแนวโน้มผลการดำเนินงานครึ่งแรกของปีนี้ คาดว่า จะชะลอตัวลง เนื่องจากประเมินภาพรวมธุรกิจช่วงไตรมาส 2 ปีนี้ มีแนวโน้มต่ำกว่าเป้าที่วางไว้ จากผลกระทบการนำเข้าและส่งออกสินค้าที่ชะลอตัว โดยเฉพาะธุรกิจให้บริการรับฝากและบริหารสินค้าควบคุมอุณหภูมิแช่เย็นและแช่แข็ง ที่ได้รับผลกระทบจากการทำประมงผิดกฎหมายและการค้ามนุษย์ ส่งผลให้ไทยถูกจัดอยู่ในบัญชีกลุ่มที่ 3 (Tier 3) กระทบยอดการส่งออกสินค้าประมงไทย ก่อนได้รับการจัดอันดับที่ดีขึ้นในปัจจุบัน
ขณะที่ธุรกิจให้บริการรับฝากและบริหารสินค้าทั่วไป มีการปิดพื้นที่คลังสินค้า 2 แห่งในเขตพื้นที่ท่าเรือแหลมฉบัง เพื่อดำเนินการปรับปรุงเป็นศูนย์กระจายสินค้าเคมีภัณฑ์ (JCS) นอกจากนี้ยังมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจและพัฒนาธุรกิจเพิ่มขึ้นเพื่อให้บริษัทฯ สามารถสร้างการเติบโตและขยายการลงทุนทั้งในและต่างประเทศได้ตามแผนที่วางไว้









