"คลัง" เตรียมเสนอกองทุนสำรองเลี้ยงชีพภาคบังคับเข้าครม. กำหนดระยะเวลาขั้นบันไดสูงสุดภายใน 8 ปี นายจ้างที่มีลูกจ้าง 1 คนต้องตั้งกองทุน
กระทรวงการคลัง เตรียมเสนอร่างกฎหมายการจัดตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพภาคบังคับ เข้าสู่การพิจารณาคณะรัฐมนตรี (ครม.) หลังการลงประชามติ โดยร่างกฎหมายจัดตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพภาคบังคับนี้ กำหนดให้ใน 3 ปีแรกของการบังคับใช้กฎหมายฉบับนี้ ให้นายจ้างที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 100 คนขึ้นไป ต้องตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพให้แก่ลูกจ้าง
หลังจาก 5 ปีของการบังคับใช้กฎหมาย นายจ้างที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 20 คนขึ้นไป ต้องตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพนี้ และหลัง 8 ปีของการบังคับใช้กฎหมาย บังคับนายจ้างที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป ต้องมีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพให้แก่ลูกจ้าง
อัตราการจ่ายเงินเข้ากองทุน ทั้งนายจ้างและลูกจ้างร่วมกันจ่ายเงินเข้ากองทุนในอัตราเท่ากัน โดยกฎหมายกำหนดอัตราการจ่ายเงินสะสมของลูกจ้าง และสมทบของนายจ้างเข้ากองทุนขั้นต่ำ 2% และสูงสุดไม่เกิน 15% ของเงินเดือน ซึ่งกำหนดอัตราเงินเดือนไว้ไม่เกิน 6 หมื่นบาท โดยนายจ้างและลูกจ้างจ่ายในอัตราเท่ากัน ซึ่งระยะแรกกำหนดจ่ายเงินเข้ากองทุน 3% ซึ่งการกำหนดเงินสะสมและสมทบเข้ากองทุน จะค่อยๆ ปรับเพิ่มขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจ เพื่อให้ระยะยาว 15 ปีข้างหน้า เมื่อลูกจ้างเกษียณ ต้องมีรายได้ 50% ของเงินเดือนๆ สุดท้าย แต่ปัจจุบันค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 30-40% เท่านั้น
ปัจจุบันมีลูกจ้างที่เป็นสมาชิกกองทุนประกันสังคม 12 ล้านคน ส่วนกองทุนสำรองเลี้ยงชีพภาคบังคับ มีลูกจ้างที่ยังไม่มีกองทุนเลี้ยงชีพ 10 ล้านคน แต่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพภาคบังคับ เพียง 5 ล้านคน โดยส่งเงินเข้ากองทุนเดือนละ 1,500 บาท วงเงินกว่าแสนล้านบาท
ขณะที่สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ได้เสนอแพ็คเกจรับมือสังคมผู้สูงอายุให้ฝ่ายนโยบายพิจารณาแล้ว โดยมีเรื่องกองทุนบำนาญแห่งชาติ (กบช.) คาดบังคับใช้ปี 2561 ระยะแรกเริ่มกับเอกชนที่มีลูกจ้างเกินกว่า 100 คน เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ บริษัทใดมีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพอยู่แล้ว จะเป็นกบช.ได้ทันที คาดเสนอแพ็คเกจผู้สูงอายุเข้าครม.พรุ่งนี้ (9 ส.ค.)









