วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

จี้รัฐงัดมาตรการภาษี ดันชอปปิ้งครึ่งปีหลัง

"สมาคมผู้ค้าปลีกไทย"เชื่อผลประชามติไม่กระทบอารมณ์จับจ่ายผู้บริโภค เร่งรัฐลดภาษีนำเข้าสินค้าหรูดึงเงินกลับไทย ชี้คนไทยแห่ช้อปสินค้าหรูในตปท.

ใกล้วันลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญในวันที่ 7 ส.ค.นี้ น่าจับตามองว่า สถานการณ์ดังกล่าวจะส่งผลกระทบความเชื่อมั่นผู้บริโภคและการลงทุนหรือไม่ ในมุมมองของสมาคมผู้ค้าปลีกไทย มองบวกว่า เหตุการณ์ดังกล่าวไม่น่าจะส่งผลกระทบตลาดค้าปลีกในภาพรวม เนื่องจากจนถึงขณะนี้ยังไม่เห็นสัญญาณบ่งชี้

นายฉัตรชัย ตวงรัตนพันธ์ ผู้อำนวยการบริหารสมาคมผู้ค้าปลีกไทย ประเมินว่า ผลการลงประชามติรับ หรือ ไม่รับ ร่างรัฐธรรมนูญ ในวันที่ 7 ส.ค.นี้ จะไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อภาคการบริโภค หรืออารมณ์การจับจ่ายใช้สอยมากนัก เนื่องจากสถานการณ์ต่างๆภายในประเทศขณะนี้ยังสงบ ผู้บริโภคจึงน่าจะยังคงมั่นใจบริโภค ในภาวะที่กำลังซื้อจะค่อยๆฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีหลัง

เชื่อเมกะโปรเจคดันกำลังซื้อ

จากการเดินหน้าลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน(เมกะโปรเจค)ต่างๆ จะเริ่มเห็นความชัดเจนมากขึ้นในระยะถัดจากนี้ ทั้งโครงการรถไฟฟ้าในเมือง และชานเมืองหลายสาย ช่วยกระตุ้นกำลังซื้อและผลักดันให้ภาคเอกชนเกิดความเชื่อมั่นในการลงทุนมากขึ้น

นายฉัตรชัย ยังกล่าวถึงมาตรการส่งเสริมสินค้าท้องถิ่นไทย(OTOP Extravaganza)ของรัฐบาล โดยการลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับการซื้อสินค้าโอท็อปตามรายจ่ายจริง แต่ไม่เกิน 1.5 หมื่นบาท ตั้งแต่วันที่ 1 - 31 ส.ค.นี้ ว่า แม้จะไม่ทำให้เงินสะพัดในธุรกิจมากนัก เนื่องจากสินค้าท้องถิ่นหรือโอทอปยังมียอดขายค่อนข้างน้อย สัดส่วนเพียง 10% เมื่อเทียบกับยอดขายรวม แต่คาดว่ามาตรการดังกล่าวจะช่วยดึงคน (ทราฟฟิค) เข้าศูนย์การค้า หรือห้างสรรพสินค้ามากขึ้น และช่วยเหลือผู้ประกอบการโอท็อปให้มียอดขายดีขึ้น

ย้ำรัฐเร่งลดภาษีนำเข้าแบรนด์หรู

ทั้งนี้เห็นว่า การจะกระตุ้นยอดขายค้าปลีก ภาครัฐควรออกมาตรการลดภาษีนำเข้าสินค้าหรูจากต่างประเทศ เพื่อดึงเงินชอปปิง โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าแบรนด์หรูกลับเข้าประเทศ หลังจากที่ผ่านมาพบว่าคนไทยออกไปเที่ยว และชอปปิงต่างประเทศมาก

จากการสำรวจพบว่า คนไทยใช้จ่ายเงินในต่างประเทศมากกว่า 1.7 แสนล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นการใช้จ่ายไปกับการซื้อสินค้าหรู มากถึง 5.1 หมื่นล้านบาท หากรัฐสามารถลดภาษีนำเข้าสินค้าหรู เพื่อทำให้ราคาสินค้าหรูที่จำหน่ายในไทยลดลง ก็จะช่วยนำเงินที่รั่วไหลจากการซื้อสินค้าแบรนด์หรูกลับเข้าประเทศมากขึ้น

นายฉัตรชัย กล่าวว่า ผลกระทบจากการใช้จ่ายเงินท่องเที่ยวและชอปปิงในต่างประเทศ ถือเป็น 1 ในปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการเซกเตอร์ห้างสรรพสินค้าในช่วงครึ่งปีแรก ซึ่งพบว่ามีอัตราเติบโตต่ำที่ระดับ 1- 2% เมื่อเทียบกับเซกเมนต์อื่นๆในอุตสาหกรรมค้าปลีก เช่น ซูเปอร์มาร์เก็ต ที่เติบโตสูงสุด 8% คอนวีเนียนสโตร์ เติบโต 3% ไฮเปอร์มาร์เก็ต 2%

สำหรับห้างฯ ถือเป็นเซกเมนต์ที่มีทิศทางชะลอตัวต่อเนื่อง โดยในปีก่อน มีอัตราเติบโตราว 3.5% และเคยเติบโตในระดับ 8% เมื่อปี 2553 อย่างไรก็ดี คาดว่าอุตสาหกรรมค้าปลีกปีนี้จะเติบโต อยู่ที่ 2.6 -2.8% หลังจากในช่วงครึ่งปีแรกเติบโต 2.65%

“อัตราเติบโตของห้างสรรพสินค้ามีแนวโน้มหดตัวลง เพราะสินค้านำเข้าในห้างฯที่วางขายส่วนใหญ่มีราคาสูง เพราะมีภาษีค้ำคอ คนจึงหันไปชอปต่างประเทศ”

มุ่งดึงเงินนักท่องเที่ยวต่างชาติ

นางสาววัลยา จิราธิวัฒน์ ประธานสมาคมศูนย์การค้าไทย กล่าวว่า ศูนย์การค้าจะมุ่งเน้นการกระตุ้นการใช้จ่าย หรือดึงเงินจากกลุ่มนักท่องเที่ยวเป็นหลัก เพราะปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาในไทยมากขึ้น โดยปีนี้คาดว่าจะเข้ามามากถึง 30 ล้านคน ทำให้รายได้จากภาคอุตฯท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น 20% เป็นอุตฯที่จะเข้ามาช่วยสร้างเงินเข้าประเทศได้มาก

“สัญญาณบวกจากนักท่องเที่ยวที่เข้ามาไทยมากขึ้น เป็นปัจจัยหลักที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เราก็พยายามเกาะโอกาสจากอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ทั้งยังคาดหวังให้รัฐออกนโยบายกระตุ้นการชอปปิงอีกครั้ง เหมือนกับนโยบายชอปปิงในช่วงปลายปีก่อน”

ทั้งนี้ อยากให้ภาครัฐช่วยสนับสนุนการลดภาษีนำเข้าสินค้าหรู ให้ใกล้เคียงกับต่างประเทศ เช่น ฮ่องกง สิงคโปร์ จูงใจให้นักท่องเที่ยวต่างชาติชอปปิง ใช้จ่ายเงินในไทย ซึ่งยังต้องรอลุ้นว่ารัฐจะออกมาตรการนี้มาทันในช่วงปลายปีนี้หรือต้นปีหน้าหรือไม่

ด้านการส่งเสริมสินค้าท้องถิ่น สมาคมฯจะช่วยสนับสนุนและผลักดันยอดขายสินค้าในศูนย์การค้า และร้านค้าต่างๆ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางและย่อม (เอสเอ็มอี) รวมถึงกลุ่มผู้ประกอบการโอท็อปมากขึ้น เพื่อร่วมมือกันสร้างรากฐานเศรษฐกิจให้แข็งแกร่งน เช่น การจัดงานโอท็อป การเปิดพื้นที่ขายต่างๆเพื่อให้สินค้ากลุ่มนี้ได้มีเวทีค้าขายและแสดงสินค้า ซึ่งเป็น 1 ในการผลักดันเศรษฐกิจประเทศ

“ในช่วงครึ่งปีหลัง ศูนย์การค้าต่างๆยังคงจัดงานกิจกรรม โปรโมชั่น อีเวนท์ กระตุ้นการชอปปิงต่อเนื่องและคาดหวังว่าภาครัฐก็จะมีนโยบายออกมาช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายของผู้บริโภคด้วย เพื่อทำให้เศรษฐกิจครึ่งปีหลังฟื้นตัวดีขึ้น"