วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

LPN - ซื้อ

กำไรไตรมาส 2/59 ดีกว่าทุกคาดการณ์ แต่แนวโน้มกำไรไตรมาส 3/59 อ่อนตัว

ดีกว่าทุกคนคาดการณ์

LPN ประกาศกำไรหลักอยู่ที่ 880 ล้านบาทสำหรับไตรมาส 2/59 เพิ่มขึ้น 7% YoY และ 25% QoQ มากกว่าความคาดการณ์ของเราอยู่ที่ 18% เนื่องจากยอดขายที่ดีเกินคาดที่ 9.5 % และอัตรากำไรขั้นต้นของโครงการอยู่อาศัยที่มากกว่าคาดถึง 100bp โดยกำไรไตรมาส 2/59 มากกว่าที่ตลาดคาดการณ์ 12 % ทั้งนี้ LPN ประกาศจ่ายปันผลระหว่างกกลอยู่ที่ 0.30 บาท สำหรับผลประกอบการครึ่งแรกของปี 2559 (เป็นไปตามการคาดการณ์ของเรา) ซึ่งคิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลเบื้องต้นที่ 2.3% และเฉลี่ยต่อปีที่ 4.6% ขึ้น XD วันที่ 16 สค. และจ่ายวันที่ 1 กย.

ประเด็นหลักจากผลประกอบการ

การเติบโตของกำไรที่ดี YoY เนื่องจากอัตรากำไรขั้นต้นของโครงการที่อยู่อาศัยเติบโตมากขึ้น ( เพิ่มขึ้น 1% YoY อยู่ที่ 31.8% ในไตรมาส 2/59 ซึ่งมาจากโครงการลุมพินี 24) ซึ่งหักกลบยอดขายที่หดตัว 1% YoY และสัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายที่เพิ่มขึ้น 0.3% YoY ทั้งนี้เมื่อเปรียบเทียบ QoQ นั้นกำไรที่เติบโตแข็งแกร่งถึง 17% หนุนโดยการขยายตัวของรายได้ของโครงการอยู่อาศัยจากการโอนคอนโดต่อเนื่องของโครงการคอนโดทั้ง 5 แห่งที่เริ่มในไตรมาส 1/59 และโครงการลุมพินีพาร์คเพรชเกษม 98 เฟส 1 ที่เริ่มทำการโอนในไตรมาส 2/59 โดยอัตรากำไรขั้นต้นของโครงการที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้น 1.2% QoQ โดยหักกลบอัตราการเพิ่มขึ้นของสัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายที่เพิ่มขึ้น 0.3% QoQ สำหรับอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุนสุทธิลดลงจาก 0.23 เท่า ณ สิ้นเดือน มี.ค. มาอยู่ที่ 0.16 เท่า ณสิ้นเดือน มิ.ย.

แนวโน้ม

เราคาด LPN จะประกาศกำไรไตรมาส 3/59 ลดลง YoY และ QoQ จากการหดตัวของรายได้อสังหาฯ ที่คาดไว้ถึงประมาณ 50 % YoY และ 40 % QoQ เนื่องจากรายได้อสังหาฯ ในไตรมาส 3/59 นั้นจะมาจากการเร่งขายสินค้าคงคลังเพียงอย่างเดียว โดยไม่มีแผนการเริ่มโอนโครงการคอนโดใหม่ในไตรมาส 3/59 โดยบริษัทมีมูลค่าโครงการคอนโดพร้อมขายและโอนเท่ากับ 8.3 พันล้าน ณ สิ้น เดือน มิ.ย ทั้งนี้เราคาดการณ์อัตรากำไรหลักลดลง YoY แต่ยืนได้QoQ

อะไรที่เปลี่ยนแปลง

กำไรหลักสำหรับครึ่งแรกของปี 2559 คิดเป็น 64 % จากการคาดการณ์ของเราในปี 2559 และ 62 % จากการคาดการณ์ของตลาด เรายังคงไม่เปลี่ยนแปลงกานคาดการณ์การเติบโของกำไร (ที่เพียง 2 % ในปี 2559 ) สำหรับปี 2559 โดยสมติฐานรายได้จากการขายที่อยู่อาศัยจะทรงตัว YoY ที่ 1.6 หมื่นล้านบาท เป็นไปตามป้าหมายล่าสุดของบริษัท โดยผู้บริหารได้ปรับลดเป้าหมายการเติบโตของรายได้อสังหาฯ อย่างเป็นทางการ เป็นไม่เติบโตในปี 2559 จากเดิมตั้งเป้าหมายการเติบโที่ 10% นั่นหมายถึงความสี่ยงที่จะปรับลดคาดการณ์กำไรของตลาด โดยปัจจัยหลักในการลดเป้าหมายดังกล่าวมาจากดำเนินงานที่ผิดหวังของโครงการลุมพินี ทาว์นชิพ ที่รังสิตคลอง 1 ซึ่งยอดจองซื้อรวมอยู่ที่ 47% สำหรับเฟสที่ 1 และ 2  ซึ่งเปิดตัวไปแล้ว และมียอดโอนเพียง 35% ทั้งนี้ยอดขายรอรับรู้รายได้ ณ สิ้นเดือน มิ.ย. 2559 รับประกันประมาณการรายได้จากการขายอสังหาฯ ของเราที่ 80% สำหรับปี 2559 แต่คิดเป็นเพียง 8% สำหรับปี 2560 ดังนั้นหากการเปิดตัวโครงการใหม่ในครึ่งหลังของปี 2559 ของบริษัทมีผลตอบรับน้อยกว่าที่บริษัทคาดอาจมีความเสี่ยงในการปรับลดประมาณการในปี 2560 ได้ โดยล่าสุดบริษัทคาดอัตราการจองซื้อโครงการเปิดตัวใหม่ที่ 57% สำหรับมูลค่าการเปิดตัวโครงการรวม 7 พันล้านบาทในครึ่งหลังของปี 2559

คำแนะนำ

การปรับลดเป้าหมายแผนธุรกิจในปี 2559 อย่างเป็นทางการของบริษัทนั้นอาจส่งผลเชิงลบแก่ราคาหุ้น ซึ่งปัจจุบันราคาหุ้น LPN นับว่าปรับตัวได้ช้ากว่ากลุ่มอย่างมีนัยสำคัญ โดยหุ้นยังคงลดลงถึง 19% YTD ทำให้เรามองว่าราคาหุ้นได้สะท้อนข่าวร้ายต่าง ๆ มากมายไปมากแล้ว ทำให้หุ้นซื้อขายที่มูลค่าต่ำมาก (PER ปี 2559 อยู่ที่เพียง 7.8 เท่า คิดเป็นต่ำกว่าค่าเฉลี่ยปี 2549-2558 อยู่ 0.5 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน) กอปรกับอัตราเงินปันผลที่ยังคงดีมาก (เราคาดว่าจะอยู่ที่ 6.8 % สำหรับปี 2559 ) จะสามารถช่วยบรรเทาการปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงของราคาหุ้นได้ ทั้งนี้เรามองว่านักลงทุนจะกลับมามั่นใจบริษํทอีกครั้งถ้าการเปิดตัวโรงการ Suiteเพรชบุรี-มักกะสันในเดือย พ.ย. ประสบความสำเร็จ โดยเรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมายสิ้นปี 2559 ที่ 15 บาทต่อหุ้น อ้างอิงเป้าหมาย PER อยู่ที่ 9 เท่า ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยระยะยาวในอดีตของบริษัท