วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

PLANB - ซื้อ

กำไรไตรมาส 2/59 ดีกว่าคาด ไตรมาสที่ 3 จะแข็งแกร่งกว่าเดิม

สูงกว่าคาด

PLANB รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/59 ที่ 112 ล้านบาท ลดลง 15% YoY แต่เพิ่มขึ้น 83% QoQ ส่วนกำไรหลักอยู่ที่ 112 ล้านบาทเช่นกัน โดยลดลง 15% YoY แต่เพิ่มขึ้น 83% QoQ ผลประกอบการสูงกว่าที่เราคาด 16% และสูงกว่าที่ตลาดคาด 31% เนื่องจากอัตรากำไรขั้นต้นสูงกว่าคาดและอัตราภาษีจ่ายต่ำกว่าประมาณการ

ประเด็นหลักผลประกอบการ

การปรับตัวลดลงของกำไร YoY มีสาเหตุมาจากอัตราการเช่าใช้สื่อโฆษณาที่ต่ำลง (โดยเฉพาะสื่อโฆษณาในระบบขนส่งมวลชน) และค่าเสื่อมราคาที่สูงขึ้นของสื่อโฆษณาใหม่ ในขณะที่ปัจจัยหลักที่หนุนการเติบโตของกำไร QoQ ได้แก่ 1) อัตรากำไรขั้นต้นที่ขยายตัว, 2) การรับรู้รายได้จากโครงการใหม่ที่เปิดตัวเมื่อปี 2558, 3) ส่วนแบ่งรายได้จากบริษัท ฮัลโหล บางกอก แอลอีดี (HELLO) และ 4) อัตราภาษีจ่ายที่ต่ำลง

อัตราการเช่าใช้สื่อโฆษณาโดยรวมลดลงมาอยู่ที่ 58.8% จาก 75.9% ในไตรมาส 2/58 และ 59.3% ในไตรมาส 1/59 จากการฟื้นตัวของเม็ดเงินโฆษณาที่ชะลอตัวและเป็นช่วงการเริ่มดำเนินงานของสื่อใหม่ ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นลดลงมาอยู่ที่ 34.0% จาก 43.4% ในไตรมาส 2/58 เนื่องจากสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายคงที่ต่อรายได้ทั้งหมดในช่วงที่อัตราการเช่าใช้สื่อโฆษณาต่ำลง อย่างไรก็ตามอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจาก 27.6% ในไตรมาส 1/59 หนุนโดยการควบคุมต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ส่วนอัตราภาษีจ่ายลดลงมาอยู่ที่ 12.2% จาก 20.5% ในไตรมาส 2/58 และ 22.5% ในไตรมาส1/59

แนวโน้ม

คาดกำไรสุทธิไตรมาส 3/59 ของ PLANB จะเติบโตทั้ง YoY และ QoQ เนื่องมาจาก 1) พอร์ตฟอลิโอสื่อที่เพิ่มขึ้น, 2) อัตราการเช่าใช้สื่อโฆษณาเดิมที่สูงขึ้นจากการฟื้นตัวของเม็ดเงินโฆษณา, 3) ส่วนแบ่งรายได้จากการเปิดตัวโครงการและการเข้าซื้อกิจการในปี 2558, 4) ส่วนแบ่งรายได้จาก HELLO ที่เพิ่มขึ้น, และ 5) ส่วนแบ่งรายได้จากการเป็นตัวแทนบริหารสิทธิประโยชน์ของสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย และ บริษัท พรีเมียร์ลีก (ไทยแลนด์) จำกัด

สิ่งที่เปลี่ยนแปลง

แม้ว่ากำไรสุทธิในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2559 คิดเป็น 37% ของประมาณการกำไรปี 2559 ที่ 463 ล้านบาท แต่เรายังคงประมาณการกำไรไม่เปลี่ยนแปลง เนื่องจากกำไรในช่วงครึ่งหลังปี 2559 คาดว่าจะสูงขึ้น HoH

คำแนะนำ

ในมุมมองของเรา ราคาหุ้นปัจจุบันของ PLANB ซึ่งซื้อขายที่ PEG ณ สิ้นปี 2559 ที่ 1.6 เท่า (ซึ่งต่ำกว่าคู่แข่งในกลุ่มสื่อนอกบ้านที่ 1.7 เท่า) ได้สะท้อนถึงแนวโน้มกำไรไตรมาส 2/59 ที่อ่อนตัวลง YoY ไปแล้ว ในขณะที่เราเชื่อว่ามูลค่าหุ้น VGI ได้สะท้อนความคาดหวังที่จะได้ดีลการควบรวมไปบ้างแล้วจากการคาดการณ์รายได้ของ PLANB และแนวโน้มกำไรที่แข็งแกร่งกว่าในปี 2558-2560 ทำให้เราเชื่อว่ามูลค่าหุ้น PLANB น่าจะปรับขึ้นตาม VGI ขึ้นไปได้หรือกลับกัน