วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ก.อุตฯเร่งแก้ปัญหาประมงภาคใต้ หวังตามมาตรฐานIUU

"ปลัดอุตสาหกรรม" เร่งหาทางออกแก้ปัญหาธุรกิจประมงในพื้นที่ภาคใต้ตามมาตรฐานไอยูยู เตรียมเสนอ ครม. ยกเว้นพื้นที่ป่าชายเลน

นายสมชาย หาญหิรัญ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรรม เปิดเผยถึงความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาการประกอบกิจการโรงงานแปรรูปสัตว์น้ำและอุตสาหกรรม ที่ต่อเนื่องจากประมงในจ.ระนองว่า หลังจากได้ลงพื้นที่ประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ อุตสาหกรรมจังหวัดระนอง องค์การบริหารส่วนจังหวัดระนอง (อบจ.ระนอง) สำนักงานประมงจังหวัดระนอง สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดระนอง ทหารเรือ ศูนย์ประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล เขต3 (ศร.ชล.3) เป็นต้น

โดยกระทรวงอุตสาหกรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมบูรณาการแนวทางแก้ไขปัญหาเพื่อให้เป็นไปตาม หลักการแก้ปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงานและควบคุม( ไอยูยู) ซึ่งจะผลักดันให้ทำเรื่องขอต่ออายุการใช้พื้นที่ป่าชายเลน ต่อคณะรัฐมนตรี(ครม.) เนื่องจากจ.ระนองมีพื้นที่ที่ถูกประกาศให้เป็นเขตป่าชายเลน และป่าสงวนแห่งชาติ จำนวน 9 พันไร่ ซึ่งในส่วนนี้ 4 พันไร่ เป็นพื้นที่ป่าชายเลน และอีก 5 พันไร่ กลายสภาพเป็นเมือง มีประชาชนเข้าไปเช่าอาศัย ตั้งโรงงาน และสถานประกอบการที่ส่วนใหญ่ทำอาชีพประมง และพื้นที่ดังกล่าวหมดสัญญาเช่า ซึ่งตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ.2535 ไม่สามารถขออนุญาตและประกอบกิจการได้ ทำให้ไม่สามารถจดทะเบียนเป็นสถานประกอบการที่ถูกต้องตามกฎหมายได้

"ปัญหาหลักต้องแก้ไขเร่งด่วนคือ เรื่องของการจัดสรรพื้นที่ให้ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งทางจ.ระยอง จะต้องหารือกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เพื่อนำเสนอครม.ขอต่ออายุใช้พื้นที่ป่าชายเลน หรือ ยกเลิกมติครม.เดิมที่ประกาศเป็นพื้นที่ป่าชายเลน เพื่อให้สามารถจดใบอนุญาตประกอบธุรกิจประมงได้ถูกต้อง"

ทั้งนี้ หากมีการแก้ไขเรื่องพื้นที่เรียบร้อยแล้ว กระทรวงอุตสาหกรรม จะดำเนินการจดทะเบียนสถานประกอบการแปรรูปสัตว์น้ำ หรือ ล้ง ให้ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งปัจจุบันมีสถานที่ประกอบการด้านประมงจำนวน 85 ราย และได้ดำเนินคดีกับสถานประกอบการที่ไม่ถูกกฎหมายไปแล้ว 37 ราย ส่วนที่เหลือยังอยู่ระหว่างการตรวจติดตามเพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย

ทั้งนี้ จังหวัดระนอง มีอุตสาหกรรมต่อเนื่องจากประมง เป็น อันดับ 2 ของประเทศ รองจากจังหวัดสมุทรสาคร สร้างรายได้เฉลี่ย 1,958 ล้านบาทต่อปี โดยมีแรงงานต่างด้าวที่อยู่ในธุรกิจประมง จำนวน 9,261 คน คิดเป็น 14% ของแรงงานต่างด้าวทั้งหมดในพื้นที่