วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

BANPU - ถือ

คาดไตรมาส 2/59 รายงานกำไร 832%YoY และ 315%QoQ

ประเด็นการลงทุน

- คาดรายงานกำไร 2Q59 ราว 395 ล้านบาท +832%YoY และ +315%QoQ : ผลประกอบการ 2Q59 ปรับตัวขึ้น 832%YoY และ 315%QoQ เนื่องจากผลประกอบการทั้งธุรกิจโรงไฟฟ้าและธุรกิจถ่านหินปรับตัวดีขึ้น และในไตรมาส 2 ไม่มีผลขาดทุนจากค่าเงินบาทเหมือนในไตรมาส 1 โดยผลประกอบการของแต่ละธุรกิจมีดังนี้ 1) ธุรกิจถ่านหินที่ออสเตรเลียมีราคาขายเฉลี่ยปรับตัวลง 1 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อตันสู่ระดับ 49 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อตัน ขณะที่ปริมาณขายปรับตัวลง 29%QoQ สู่ระดับ 2.8 ล้านตันเนื่องจากมีการย้ายอุปกรณ์ขุด (Longwall) ที่เหมือง Mandalong เป็นเวลา 2 สัปดาห์ ด้านต้นทุนการผลิตรวมทรงตัวที่ระดับ 48 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อตัน 2) ธุรกิจถ่านหินที่อินโดนีเซียมีราคาขายเฉลี่ยปรับตัวลง 4%QoQ สู่ระดับ 46 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน และปริมาณขายปรับตัวขึ้น 5%QoQ สู่ระดับ 6.5 ล้านตัน ด้านต้นทุนการผลิตรวมทรงตัวใกล้เคียงไตรมาสก่อนที่ระดับ 42 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน 3) ธุรกิจโรงไฟฟ้า BLCP กำไรทรงตัวที่ 700 ล้านบาทเพราะไม่มีการปิดซ่อมบำรุง และโรงไฟฟ้าหงสามีกำไรปรับตัวขึ้นราว 350 ล้านบาทสู่ 400 ล้านบาทเนื่องจากสามารถเดินเครื่องได้ครบทั้ง 3 เฟสส่งผลให้การผลิตไฟฟ้ามีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นอย่างมาก

- คาดว่าโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศจีนจะเริ่มรับรู้รายได้เดือน ต.ค. นี้ : โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่จีนของบริษัทจำนวน 4 โครงการซึ่งก่อสร้างแล้ว 3 โครงการกำลังผลิตราว 70 MW ขณะที่อีก 1 โครงการคาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จในเดือน ก.ย. และคาดว่า BANPU จะรับรู้รายได้ในเดือน ต.ค. นี้

- คาด BPP เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในเดือน พ.ย. : ฝ่ายวิจัยคาดว่าผู้ถือหุ้น BANPU จะได้รับสิทธิการจองซื้อ BPP หรือบ้านปู พาวเวอร์ในสัดส่วน 18 : 1 หุ้น ทั้งนี้ผู้ที่ใช้สิทธิแปลงสภาพ BANPU-W3 ราวช่วงต้นเดือน ก.ย. ฝ่ายวิจัยคาดว่าบริษัทจะประกาศเงินปันผลระหว่างกาลราว 0.4 บาทต่อหุ้น และคาดว่าจะได้รับสิทธิจองซื้อหุ้น BPP เพิ่มเติม

- ปรับคำแนะนำเหลือ “ถือ” ที่ราคาเหมาะสม 16.80 บาท : ฝ่ายวิจัยคงประมาณการกำไรปี 59 ที่ 1,142 ล้านบาทเติบโต 150%YoY โดยคาดว่าในช่วงครึ่งปีหลังผลประกอบการจะทรงตัวตามผลประกอบการธุรกิจโรงไฟฟ้าที่เริ่มฟื้นตัวจากโรงไฟฟ้าหงสาที่เดินเครื่องได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งนี้ฝ่ายวิจัยประเมินมูลค่าเหมาะสมด้วยวิธี PBV Ratio อิง Prospective PBV ที่ 1 เท่าเพื่อให้สะท้อนถึงธุรกิจถ่านหินที่เริ่มฟื้นตัวได้ราคาเหมาะสมที่ 16.80 บาท ซึ่งใกล้เคียงกับราคาปิดล่าสุดเนื่องจากราคาหุ้นปรับตัวขึ้นจากต้นปีราว 36% จึงปรับคำแนะนำจาก “ซื้อ” เหลือ “ถือ”