วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'สภาพัฒน์'เชื่อเศรษฐกิจครึ่งปีหลังยังดี คาดจีดีพีโต3-3.5%

"สภาพัฒน์" เชื่อเศรษฐกิจครึ่งปีหลังสดใส คาดจีดีพีโต 3-3.5% แม้ส่งออกติดลบ 2% ด้านผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน คาดราคาน้ำมันแกว่ง 37-50 ดอลลาร์

นายวิชาญยุทธ บุญชิต รักษาการที่ปรึกษาด้านนโยบายและพลังงาน สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สภาพัฒน์ เปิดเผยในงานเสวนาหัวข้อ "ถอดรหัสเศรษฐกิจไทยครึ่งหลังปี 2559" จัดโดย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) มองว่า ภาพรวมเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลัง ยังสามารถเติบโตได้ดี โดยคาดว่าการขยายตัวทางเศรษฐกิจปีนี้จะทำได้ที่ 3- 3.5% จากการใช้จ่ายและการลงทุนของภาครัฐ ที่มีการเบิกจ่ายงบประมาณในปีนี้เป็นจำนวนมาก ประกอบกับแรงขับเคลื่อนผ่านมาตรการระยะสั้นในช่วงที่เหลือของปีอีกกว่า 1 แสนล้านบาท และแรงหนุนจากตัวเลขนักท่องเที่ยวที่ขยายตัวต่อเนื่องภายในปีนี้ ขณะที่ราคาน้ำมันดิบที่ตกต่ำช่วยกระตุ้นกำลังซื้อ และการผลิตของภาคเกษตรที่ดีขึ้นจากภัยแล้งที่คลี่คลายลง

อย่างไรก็ดีประเทศไทยยังมีความเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัวช้าและยากต่อการควบคุม หลังจากเหตุการณ์การออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปของสหราชอาณาจักร (Brexit) ทำให้เงินบาทแข็งค่าขึ้นส่งผลต่อภาคการส่งออก โดยเฉพาะสินค้าเกษตรที่ราคาเริ่มฟื้นตัว รวมถึงการปล่อยสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ที่เริ่มเข้มงวดมากขึ้น ทำให้เกิดการลงทุนของภาคเอกชนน้อยลง

นายวัลลภ วิตนากร รองประธาน ส.อ.ท. เปิดเผยว่า การส่งออกในปีนี้ คาดว่าจะหดตัวลง 2% จากเศรษฐกิจโลกที่ยังอ่อนแอ และบางอุตสาหกรรมยังไม่ฟื้นตัว แต่ถือว่าเป็นการหดตัวที่ต่ำกว่าประเทศอื่นๆ ทำให้ไม่น่ากังวลมากนัก

โดยสิ่งที่น่าจับตาคือตลาด CLMV ซึ่งไทยสามารถส่งออกได้เป็นอย่างดีตลอดมากลับหดตัวลง รวมถึงค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นทำให้ผู้ส่งออกต้องหาทางปรับตัวเพื่อรับมือกับตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป

นายมนูญ ศิริวรรณ ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน เปิดเผยว่า ทิศทางราคาน้ำมันดิบในช่วงครึ่งปีหลังคาดว่าการผลิตและความต้องการของน้ำมันดิบจะเข้าสู่ภาวะสมดุลมากขึ้น หลังจากที่ประเทศซาอุดิอาระเบียเริ่มมีท่าทีประนีประนอมต่อการแข่งขันด้านราคาน้ำมันดิบกับประเทศอิหร่านมากขึ้น โดยคาดว่าราคาน้ำมันดิบในครึ่งปีหลังจะอยู่ในช่วง 37- 50 ดอลลาร์/บาร์เรล ขณะที่ปัจจัยเสี่ยงอยู่ที่ปัจจุบันปริมาณน้ำมันดิบสำเร็จรูปยังล้นตลาดอยู่มาก

สำหรับทิศทางพลังงานของไทยในช่วงครึ่งปีหลัง ประเมินว่าราคาพลังงานบางชนิดจะปรับสู่ระดับเดียวกันกับราคาพลังงานโลก หลังจากที่รัฐเริ่มยกเลิกมาตรการอุดหนุน ประกอบกับมีการเปิดเสรีด้านธุรกิจพลังงานมากขึ้น หลังจากที่ก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) สำหรับการผลิตไฟฟ้าในประเทศไทยเริ่มขาดแคลน รวมถึงคาดว่าความมั่นคงทางด้านพลังงานจะเริ่มลดลง หลังจากที่ต่างประเทศเริ่มลดปริมาณการขายพลังงานบางชนิดให้แก่ประเทศไทย