วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

TCAP - ถือ

ปันผลสูงยังคงเป็นจุดเด่น

ประเด็นการลงทุน

เรายังคงประมาณการกำไรปี 2559 สำหรับ TCAP ไม่เปลี่ยนแปลงที่ 5.9 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% YoY และ 6 พันล้านบาทในปี 2560 ในขณะที่อัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญสะสมต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ ในเดือน มิ.ย. 2559 อยู่ที่ระดับ 126% ซึ่งใกล้เคียงกับระดับเป้าหมายปี 2559 ส่งผลให้ยังคงมีโอกาสเพิ่มอัพไซส์จากความเป็นไปได้ในการลดการตั้งสำรองหนี้ฯ ให้ต่ำกว่าที่เราคาดการณ์ไว้ ปัจจุบันเรามองว่า TCAP มีอัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญสะสมต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ที่สูง และการบริหารจัดการที่ดี รวมถึงราคาหุ้น TCAP ปัจจุบันซื้อขายกันที่ PBV ต่ำที่สุดในอุตสาหกรรม ณ สิ้นปี 2559 ที่ระดับ 0.9 เท่า ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่ 1.2 เท่า เราประมาณการอัตราผลตอบแทนจากปันผลที่ 5.0% ในปี 2559 และ 5.3% ในปี 2560 ทำให้เราคงคำแนะนำ “ถือ” สำหรับ TCAP

สินเชื่ออาจต่ำกว่าเป้าปี 2559 เนื่องจากยังเน้นคุณภาพ

ผู้บริหารชี้แจงว่าในปี 2559 เป้าหมายเดิมของการเติบโตสินเชื่อที่ 0-2% อาจมีการปรับลดลงเป็นการหดตัวเล็กน้อย จากการที่ยอดขายรถใหม่รวมถึงการปล่อยสินเชื่อบุคคลยังคงไม่กระเตื้อง โดยในช่วง 6 เดือนแรกปี 2559 ยอดสินเชื่อรวมลดลง 3.7% จากยอดขายรถใหม่ที่ยังคงย่ำแย่ โดยบริษัทฯคาดว่าการเติบโตของสินเชื่อจะเติบโตขึ้นเล็กน้อยในช่วงครึ่งปีหลัง โดยจะหันมาเน้นธุรกิจสินเชื่อ SME,บรรษัท และสินเชื่อรายย่อย ในครึ่งหลังของปี 2559 ผู้บริหารระดับสูงคาดส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยปี 2559 อยู่ในช่วง 2.7% ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา ทั้งนี้เรามองว่าการปล่อยสินเชื่อจะคงที่ในปีนี้ และเติบโตราว 3% ในปีหน้า โดยเราคาดว่าส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยปี 2559 อยู่ในช่วง 2.65% และปี 2560 อยู่ในช่วง 2.70% ใกล้เคียงกับปีก่อน สำหรับส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยในช่วงครึ่งปีแรก ของ TCAP เท่ากับ 2.76%

การปรับลดการตั้งสำรองหนี้ฯในครึ่งปีหลัง ส่งผลดีต่อกำไรสุทธิปี 2559

จากอัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญสะสมต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ ณ สิ้นเดือน มิ.ย. ที่ 126% TCAP มีเป้าเพิ่มสัดส่วนดังกล่าวมาอยู่ที่ 130% ในช่วงอีก 6 เดือนข้างหน้า ปัจจุบัน TCAP ตั้งเป้า การตั้งสำรองฯปี 2559 ที่ 0.65-0.70% ของสินเชื่อรวมจาก 0.83% ในปีก่อนหน้า (เราคาดการตั้งสำรองฯปี 2559 อยู่ที่ 7.1 พันล้านบาท และ credit loss ที่ 1.04%) และปัจจุบัน TCAP สามารถลดสัดส่วนหนี้สินที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ต่อสินเชื่อเป็น 2.71% ณ สิ้นไตรมาส 2/59 ถึงเป้าหมายแล้ว ในปีนี้ ทำให้เรามองว่า TCAP สามารถลดการตั้งสำรองหนี้ฯในครึ่งปีหลัง และทำให้สำรองฯน้อยกว่าประมาณการของเราถือเป็นอัพไซส์สำหรับปี 2559 นอกจากนี้ผู้บริหารยังยืนยันว่าการเปลี่ยนระบบการลงบัญชีมาเป็น IFRS 9 จะมีผลกระทบเพียงเล็กน้อยต่อนโยบายการตั้งสำรองฯในปี 2561

เงินทุนในมือมากพร้อมสำหรับการจ่ายปันผลสูงและขยายกิจการ

บริษัทมีอัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงเท่ากับ 15.4% (เป็น Tier 1 ราว 11.03%) ณ สิ้นเดือน มิ.ย. 2559 โดยบริษัทฯไม่มีแผนการขยายกิจการที่มี นัยยะสำคัญในปีนี้และยังตั้งเป้าการเติบโตเพียงเล็กน้อยในปีหน้า ด้วยเหตุนี้เราเชื่อว่า TCAP จะสามารถรักษาระดับอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่ระดับ 5.0% ในปี 2559 และ 5.3% ในปี 2560 นอกจากนี้ การลดทุนจำนวน 72 ล้านหุ้นจะช่วยเพิ่มตัวเลข ROE และเพิ่มสภาพคล่องจากการจ่ายปันผลที่น้อยลง โดยเรามองว่ามีความเป็นไปได้ที่นโยบายการจ่ายเงินปันผลต่อกำไรต่อหุ้นจะเพิ่มขึ้นมาเป็น 50% ในปี 2559 จากเดิมที่ระดับ 44% เพื่อสามารถรักษาระดับ ROE ให้สูงกว่า 10% ทั้งนี้ในช่วงครึ่งปีแรก ROE ของกิจการเท่ากับ 10.4%