วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

TVO - ซื้อ

ปรับกำไรสุทธิปี 2559-60 เพิ่มขึ้นจากเดิม

ประเด็นการลงทุน

เนื่องจากอัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาส 2/59 และช่วงครึ่งแรกของปี 2559 มีแนวโน้มสูงกว่าที่เราคาดก่อนหน้า เราจึงทำการปรับประมาณการกำไรสุทธิและปรับราคาเป้าหมายของ TVO เพิ่มขึ้นจากเดิม โดยราคาเป้าหมายที่ปรับเพิ่มขึ้นสะท้อนกำไรสุทธิที่ปรับเพิ่มขึ้นและการปรับไปใช้ราคาเป้าหมายในปี 2560 แทน เรายังคงคาดกำไรหลักในไตรมาส 3/59 เติบโตแข็งแกร่ง YoY (ถึงแม้ว่าจะลดลง QoQ เนื่องจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงซึ่งเป็นผลมาจากการบันทึกต้นทุนถั่วเหลืองจากสต็อกถั่วเหลืองที่ราคาแพงในเดือนมิ.ย.) เรายังคงมองว่าการปรับตัวลดลงของราคาถั่วเหลืองที่เกิดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ในเดือนก.ค.เป็นเพียงผลกระทบระยะสั้นเนื่องจากผลกระทบของปรากฏการณ์ลานีญ่าที่ยังคงมีไม่มากนักต่อการเพาะปลูกถั่วเหลืองในสหรัฐฯ ล่าสุด และเนื่องจากการคาดการณ์ว่าปรากฏการณ์ลานีญ่าจะส่งผลกระทบต่อผลผลิตถั่วเหลืองในฝั่งทวีปอเมริกาใต้ในช่วงครึ่งแรกของปี 2560 เราจึงยังคงเชื่อว่าราคาถั่วเหลืองในตลาดโลกจะยังคงอยู่ในช่วงภาวะขาขึ้น เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” เนื่องจากอัตรากำไรขั้นต้นที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในภาวะที่ราคาถั่วเหลืองที่เป็นช่วงขาขึ้นในปี 2560

ส่องกล้องไตรมาส 2/59—กำไรหลักทำสถิติสูงสุดในรอบ 6 ปี

เราคาดกำไรสุทธิไตรมาส 2/59 ที่ 705 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28%YoY และลดลง 51%QoQ หากไม่รวมขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 7 ล้านบาท ในไตรมาส 2/59 กำไรหลักมีแนวโน้มอยู่ที่ 712 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37% YoY และ 60% QoQ กำไรหลักไตรมาส 2/59 ถือว่าทำสถิติใหม่สูงสุดในรอบ 6 ปีนับตั้งแต่ไตรมาส 4/53 เป็นต้นมา กำไรหลักที่เติบโตก้าวกระโดด YoY เนื่องจากอัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้นก้าวกระโดด และรายได้ที่ยังคงเติบโตดี ซึ่งกลบผลกระทบจากค่าใช้จ่ายด้านการตลาดและโปรโมชั่นการขายที่เพิ่มขึ้น กำไรหลักที่เพิ่มขึ้นก้าวกระโดด QoQ เนื่องจากอัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้นก้าวกระโดด รวมถึงค่าใช้จ่ายด้านการตลาดและโปรโมชั่นการขายที่ลดลง (ซึ่งส่วนมากค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นในไตรมาส 1/59)
เราคาดรายได้ไตรมาส 2/59 ที่ 6.7 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% YoY แต่ลดลง 4%QoQ ราคาขายเฉลี่ยของกากถั่วเหลืองมีแนวโน้มลดลง 2% YoY (ซึ่งถือว่าลดลงเล็กน้อยถึงแม้ว่าจะมีการนำเข้ากากถั่วเหลืองราคาถูกเพิ่มขึ้นในไตรมาสนี้ก็ตาม) ในขณะที่ราคาขายเฉลี่ยของน้ำมันถั่วเหลืองมีแนวโน้มลดลง 8%YoY ปริมาณยอดขายกากถั่วเหลืองมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น 5%YoY (เนื่องจากปริมาณการเลี้ยงไก่ที่เพิ่มขึ้น) ในขณะที่ปริมาณยอดขายน้ำมันถั่วเหลืองมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น 20%YoY (เนื่องจากผลิตภัณฑ์น้ำมันปาล์มที่ลดลง) สถานการณ์อุปทานปาล์มที่ตึงตัวเกิดขึ้นต่อเนื่องจากไตรมาส 1/59 ไปยังไตรมาส 2/59 และเนื่องจากต้นทุนถั่วเหลืองลดลง 7%YoY ซึ่งถือว่าลดลงมากกว่าราคาขายกากถั่วเหลืองในไตรมาส 2/59 เราจึงคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเป็น 17% ในไตรมาส 2/59 (เทียบกับ 13.5% ในไตรมาส 2/58 และ 12.3% ในไตรมาส 1/59)


ปรับกำไรสุทธิปี 2559-60 เพิ่มขึ้นจากการปรับอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น

ผลจากการที่อัตรากำไรขั้นต้นในช่วงครึ่งแรกของปี 2559 ซึ่งคาดว่าจะอยู่ที่ 14.6% และสูงกว่าที่เราคาดก่อนหน้า รวมถึงอัตรากำไรขั้นต้นที่ยังคงอยู่ในเกณฑ์ดีในช่วงครึ่งหลังของปี 2559 (ถึงแม้ว่าอาจจะไม่สูงเท่ากับไตรมาส 2/59) เราจึงทำการปรับสมมติฐานอัตรากำไรขั้นต้นสำหรับปี 2559 เพิ่มขึ้นจาก 12.4% ไปเป็น 13.2% และสำหรับปี 2560 จาก 12.8% ไปเป็น 13.7% และทำการปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2559-60 เพิ่มขึ้นอีก 10% (ไปอยู่ที่ 2.11 พันล้านบาทในปี 2559 และ 2.25 พันล้านบาทในปี 2560) ราคาเป้าหมายใหม่ของเราซึ่งประเมินด้วยวิธี PEG ปรับเพิ่มขึ้นอีก 17% (มาอยู่ที่ 38 บาท) ราคาเป้าหมายใหม่สะท้อนการปรับเพิ่มกำไรสุทธิข้างต้น และการปรับเปลี่ยนไปใช้ราคาเป้าหมายจากสิ้นปี 2559 ไปเป็นสิ้นปี 2560 แทน

อัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาส 3/59 คาดว่าจะยังคงเพิ่มขึ้น YoY

เราคาดอัตรากำไรขั้นต้นไตรมาส 3/59 ที่ 15% ซึ่งถือว่าสูงกว่า 12.9%ในไตรมาส 3/58 ถึงแม้ว่าจะไม่สูงเท่ากับไตรมาส 2/59 ซึ่งอยู่ที่ 17% ก็ตาม กำไรสุทธิไตรมาส 3/59 ที่มีแนวโน้มลดลง QoQ เนื่องมาจากการรับรู้ต้นทุนของสต๊อกถั่วเหลืองที่แพงในเดือนมิ.ย. มาเป็นต้นทุนขายในเดือนก.ย. เราคาดกำไรหลักไตรมาส 3/59 ที่ 570 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 41% YoY แต่ลดลง 20% QoQ ราคาถั่วเหลืองในตลาดโลกปรับตัวลดลงจากจุดสูงสุดเมื่อเร็วๆ นี้ที่ 11.8 เหรียญต่อบูเชลในเดือนมิ.ย.มาอยู่ที่ 9.9-10.3 เหรียญต่อบูเชลในช่วงวันที่ 29 ก.ค.-4 สค. เนื่องจากผลกระทบเพียงเล็กน้อยของปรากฏการณ์ลานีญ่าที่มีต่อการเพาะปลูกถั่วเหลืองในประเทศสหรัฐฯ ซึ่งส่งผลให้ 72% ของพื้นที่เพาะปลูกถือว่าอยู่ในสภาพที่ดีจนถึงดีเยี่ยม โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากสภาพดินที่มีความชุ่มชื้นเพียงพอ เราคาดว่าราคาถั่วเหลืองที่ปรับตัวลดลงเป็นเพียงแค่ผลกระทบระยะสั้น เนื่องจากปรากฏการณ์ลานีญ่าจะนำไปสู่ผลผลิตถั่วเหลืองในฝั่งอเมริกาใต้ที่มีแนวโน้มลดลงในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2560