วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'สนข.'เตรียมดันระบบตั๋วร่วม เสนอครม.เดือนนี้

"สนข."เตรียมดันระบบตั๋วร่วม เสนอ ครม. ภายในเดือนนี้ หวังเร่งติดเครื่องเปิดพีพีพี ตั้งบริษัทบริหารจัดการร่วมเอกชน พร้อมดึงรถไฟฟ้า 4 สายนำร่อง

นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าของโครงการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วมที่จะนำมาจัดใช้ในระบบขนส่งมวลชน โดยระบุว่า ปัจจุบันโครงการดังกล่าวอยู่ในขั้นตอนเตรียมการให้เอกชนเข้ามาใช้ในส่วนของระบบบริหารจัดการรายได้กลาง (เซ็นเตอร์เคลียริ่งเฮ้าส์) หลังระบบได้ออกแบบเสร็จแล้ว และที่ผ่านมา สนข.ยังได้ทำการหารือร่วมกับผู้ประกอบการระบบขนส่งมวลชน ทั้งรถไฟฟ้า ทางด่วน และรถโดยสารสาธารณะ รวมไปถึงค่ายมือถือ และสถาบันทางการเงินที่สนใจเข้าร่วมเพื่อชี้แจงถึงตัวระบบที่จะนำมาดำเนินการจัดใช้แล้ว

ในส่วนของขั้นตอนดำเนินการหลังจากนี้ ก็จะเริ่มกำหนดให้ทางภาคเอกชนที่สนใจเข้าร่วมใช้ระบบศึกษาข้อมูล และปรับระบบของตนเองให้เข้ามาสู่ระบบเซ็นเตอร์เคลียริ่งเฮ้าส์ ติดตั้งระบบอ่านบัตร (ลีดเดอร์) อีกทั้ง สนข.ยังเตรียมสรุปข้อมูลโครงการทั้งหมดเสนอไปยังคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาภายในเดือน ส.ค.นี้ เพื่อเริ่มต้นเข้าสู่ขั้นตอนของการเปิดให้เอกชนเข้ามาร่วมลงทุนโครงการรัฐฯ (พีพีพี) จัดตั้งบริษัทเข้ามาดำเนินการบริหารเซ็นเตอร์เคลียริ่งเฮ้าส์ของระบบตั๋วร่วม ซึ่งรูปแบบของบริษัทเบื้องต้นรัฐบาลจะถือหุ้น 49% และเปิดให้เอกชนถือหุ้น 51% เพื่อให้เกิดความคล่องตัว แต่ในส่วนของการถือหุ้นของภาคเอกชนนั้นอาจจะมีการแบ่งสัดส่วนเปิดให้แต่ละบริษัทที่เข้ามาใช้ระบบได้มีโอกาสร่วมกันถือหุ้น

“ตอนนี้นับว่าอยู่ในช่วงของการเตรียมความพร้อม และทำความเข้าใจเกี่ยวกับระบบเซ็นเตอร์เคลียริ่งเฮ้าส์ เพราะถือเป็นเรื่องใหม่ที่เอกชนแต่ละรายต้องศึกษา จากเดิมที่แต่ละบริษัทก็จะมีระบบจัดเก็บราบได้ของตัวเองอยู่แล้ว ทำให้เมื่อนำตั๋วร่วมมาใช้ก็ต้องปรับให้เป็นระบบเดียว รวมทั้งเรื่องการเปิดให้เอกชนเข้ามาถือหุ้นบริษัท สนข.เข้าใจดีว่าแต่ละบริษัทจะต้องมีคำถามถึงการจัดเก็บรายได้ของตนเองแต่ต้องมาแบ่งให้เอกชนรายอื่นเป็นผู้บริหาร ดังนั้นแนวทางก็อาจจะนำเอาบริษัทเอกชนที่จะเข้ามาใช้ระบบนั้นเข้ามาร่วมกันบริหารบริษัทจัดตั้งนี้ด้วย อย่างเช่น บริษัทที่บริหารระบบรถไฟฟ้าทุกรายก็มีประสบการณ์ แต่จะแบ่งเป็นสัดส่วนอย่างไรคงต้องศึกษาก่อน”

ทั้งนี้ เบื้องต้น สนข.ลงทุนงบประมาณวางระบบไปแล้ว 800 -900 ล้านบาท ดังนั้นแผนแรกที่อยากให้เริ่มใช้ตั๋วร่วมเลย คือการเริ่มนำเอาโครงการที่มีการกำหนดใช้ตั๋วอิเล็กทรอนิกส์จัดเก็บรายได้อยู่แล้วมาเข้าระบบ ซึ่งจะนำร่องใช้ในส่วนของรถไฟฟ้าที่เปิดให้บริการในกรุงเทพฯ ก่อน เช่น รถไฟฟ้าบีทีเอส รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน และสายสีม่วงของบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (บีอีเอ็ม) รวมทั้งรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ ส่วนแผนระยะต่อไปก็จะนำโครงการมอเตอร์เวย์ รถขนส่งสาธารณะขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ บริการเรือด่วนต่างๆ และระยะยาวก็จะพัฒนาระบบของโครงการรถไฟฟ้าสายใหม่ๆ ให้รองรับระบบตั๋วร่วมทันที