ผู้ผลิตเครื่องดื่มไทย ขอเวลา 5 ปี ก่อนปรับขึ้นภาษีเครื่องดื่มมีน้ำตาลเกินมาตรฐานสุขภาพ ด้าน "รมว.อุตสาหกรรม แนะทำแผนมาเสนอ ภายใน 1 เดือน
นางอรรชกา สีบุญเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังการหารือร่วมกับสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องดื่มไทย ที่มีสมาชิกกว่า36บริษัท ว่า ทางผู้ประกอบการได้เข้ามาหารือถึงผลกระทบจากกรณีที่กระทรวงการคลังพิจารณาปรับขึ้นภาษีเครื่องดื่มที่มีปริมาณน้ำตาลเกิน เกณฑ์มาตรฐานสุขภาพ ตามข้อเสนอของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ หรือ สปท.
โดยภาคเอกชนต้องการเวลา 5 ปี เพื่อจัดทำมาตรการการควบคุมเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูงที่ไม่ใช่ภาษีเป็นตัวชี้วัด จึงขอให้กลับไปจัดทำรายละเอียดร่วมกับทุกฝ่าย ก่อนนำไปหารือกับกระทรวงการคลังภายใน 1 เดือน ส่วนมาตรการที่ไม่ใช่ภาษี เช่น การออกมาตรการรณรงค์ที่จะไม่เป็นการส่งเสริมการตลาดในการกระตุ้นการบริโภคเพิ่มขึ้น อย่างเช่นการนำฝาไปชิงโชค หรือการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ลดปริมาณการใช้น้ำตาลลง
ส่วนข้อเสนอของ สปท. ที่ให้รัฐ จัดเก็บภาษีเครื่องดื่มดังกล่าว เช่น น้ำอัดลม ชาเขียว กาแฟ เครื่องดื่มชูกำลัง และน้ำผลไม้ แบ่งเป็น 2 อัตราตามความเข้มข้นของน้ำตาล คือ ปริมาณน้ำตาลมากกว่า 6-10 กรัมต่อ 100 มิลลิลิตร จัดเก็บภาษีในอัตราที่ทำให้ราคาเพิ่มสูงขึ้น ไม่น้อยกว่า 20% ของราคาขายปลีก และปริมาณน้ำตาลมากกว่า 10 มิลลิกรัมต่อ 100 มิลลิลิตร เก็บในอัตราที่ทำให้ราคาเพิ่มสูงขึ้น ไม่น้อยกว่า 25% ของราคาขายปลีก เพื่อให้ประชาชนลดการบริโภคเครื่องดื่มรสหวาน ทั้งนี้ คณะทำงานที่มีกระทรวงการคลังเป็นเจ้าภาพ จะประชุมเรื่องดังกล่าววันที่ 9 ส.ค.นี้ อีกครั้ง โดยล่าสุด กระทรวงการคลังยืนยันจะเก็บภาษีเครื่องดื่ม ภายในเดือนก.ค.ปี 2560






