"บีซีพีจี"จ่อขายไอพีโอเดือนก.ย. นี้ หวังระดมทุนรองรับรับการขยายตัว ด้าน ‘ไอเทล’ เตรียมขายไอพีโอภายในไตรมาส3
นายบัณฑิต สะเพียรชัย กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) BCPG บริษัทลูกของบางจาก เปิดเผยว่า ภายในปี 2563 บริษัทมีแผนที่จะขยายกำลังการผลิตไฟฟ้ารวมเป็น 1,000 เมกะวัตต์ จากปัจจุบันที่มีกำลังการผลิตรวม 418 เมกะวัตต์ โดยเป็นกำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญารวม 324 เมกะวัตต์ จากโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทั้งหมด แบ่งเป็นในไทย 130 เมกะวัตต์ โดยจ่ายไฟฟ้าแล้ว 118 เมกะวัตต์ และอยู่ระหว่างการก่อสร้าง 12 เมกะวัตต์ ส่วนโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ญี่ปุ่น มีกำลังการผลิต 194 เมกะวัตต์ โดยจ่ายไฟฟ้าแล้ว 20 เมกะวัตต์ และอยู่ระหว่างการพัฒนา 174 เมกะวัตต์
ทั้งนี้ คาดว่าจะใช้เงินลงทุนประมาณ 10,000 ล้านบาท ในช่วง 2-3 ปี เพื่อใช้ลงทุนโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนา ซึ่งแบ่งเป็นในไทย 12 เมกะวัตต์ และโครงการที่ประเทศญี่ปุ่น 174 เมกะวัตต์ แหล่งเงินทุนจะมาจากกระแสเงินสดของบริษัท และที่เหลือจากการกู้สถาบันการเงิน
นายพจน์ หะริณสุต รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายการเงินและบัญชี บริษัท บีซีพีจี กล่าวว่า เป้าหมายการเพิ่มกำลังการผลิตเป็น 1,000 เมกะวัตต์ จะต้องใช้เงินลงทุนอีก 50,000 ล้านบาท ซึ่งจะมาจากกระแสเงินสด รวมทั้งการกู้จากสถาบันการเงิน
“โดยเฉลี่ยแล้วเงินลงทุนต่อ 1 เมกะวัตต์ น่าจะอยู่ที่ราว 80 ล้านบาท ทำให้บริษัทจำเป็นต้องลงทุนอีกอย่างน้อย 50,000 ล้านบาท สำหรับเป้าหมายที่วางไว้ ขณะที่ความสามารถในการทำกำไรนั้น ก่อนหน้านี้บริษัทมีอัตรากำไรขั้นต้นที่ค่อนข้างสูง ราว 76-79% ซึ่งในอนาคตอัตรากำไรอาจจะลดลงมาเล็กน้อยจากค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นตามการขยายธุรกิจ แต่ก็เชื่อว่าจะยังอยู่ที่ราว 70% ซึ่งเป็นระดับเดียวกับไตรมาส 1/2559 ที่ผ่านมา”
ทั้งนี้ บีซีพีจี จะเสนอขายหุ้นไอพีโอไม่เกิน 590 ล้านหุ้น พาร์ 5 บาท เสนอขายแก่ผู้ถือหุ้นเดิมของ บางจากปิโตรเลียม (BCP) ตามสัดส่วนการถือหุ้นเพื่อรักษาสิทธิ จำนวนไม่เกิน 68.85 ล้านหุ้น หรือในสัดส่วน 20 หุ้นเดิมของบางจาก ต่อ 1 หุ้นไอพีโอ คาดว่ากระบวนการทั้งหมดจะแล้วเสร็จภายในเดือน ก.ย. นี้
นายณัฐนัย อนันตรัมพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม จำกัด (มหาชน) ITEL กล่าวว่า บริษัทเตรียมจะระดมทุนผ่านการขายหุ้นไอพีโอภายในไตรมาส 3 นี้ โดยต้องการจะนำเงินไปชำระคืนเงินกู้ประมาณ 600 ล้านบาท และลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ 70 ล้านบาท ส่วนที่เหลือจะใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน
ธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ปัจจุบันมีศูนย์ที่เปิดให้บริการแล้ว 1 แห่ง มีขนาด 348 แร็ค ซึ่งมีผู้เช่าพื้นที่แล้ว 95% ส่วนศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์แห่งที่ 2 ขนาด 600 แร็ค คาดว่าจะสามารถสร้างรายได้จากการเช่า 180-200 ล้านบาทต่อปี จะลงทุนภายในไตรมาส 3 ปีนี้ และคาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการภายในต้นปี 2560 มูลค่าเงินลงทุนรวม 420 ล้านบาท ร่วมกับผู้ถือหุ้นอีก 2 ราย
แนวโน้มปีนี้ คาดรายได้เติบโตมากกว่า 50% จากปี 2558 ที่มีรายได้ 436 ล้านบาท โดยจะรับรู้รายได้จากงานรับเหมาติดตั้งโครงข่ายที่มีงานในมือแล้วกว่า 200 ล้านบาท นอกจากนี้ได้รับงานเช่าโครงข่ายใยแก้วนำแสงจากผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือรายใหญ่ ซึ่งจะทำให้มีรายได้ปีนี้และปีหน้าเติบโตแบบก้าวกระโดด
ด้านนายสมภพ กีระสุนทรพงษ์ กรรมการผู้อำนวยการ บล. ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย หุ้นสามัญเพิ่มทุนของ บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม กล่าวว่า มีแผนจะพาอินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม ไปโรดโชว์ในพื้นที่ต่างจังหวัดได้แก่ หาดใหญ่ เชียงใหม่ และกรุงเทพฯ ในสัปดาห์หน้า ซึ่งมีนักลงทุนสถาบันให้ความสนใจซื้อหุ้น อย่างไรก็ตามจำนวนหุ้นเสนอขายไอพีโอมีจำนวนไม่มากนัก ต้องอาศัยวิธีการ Selective ให้กับสถาบันบางราย
2หุ้น‘ไอพีโอ’ รายงานกำไรไตรมาสแรก
บริษัท บีซีพีจี จำกัด(มหาชน) BCPG และบริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม จำกัด(มหาชน) ITEL ซึ่งมีแผนเสนอขายหุ้นไอพีโอและเข้าซื้อขายในตลาดหลกทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ ในไตรมาส 3 ปีนี้ แจ้งผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี2559 ซึ่งมีกำไรสุทธิที่ปรับเพิ่มขึ้น
ผลประกอบการของ บีซีพีจี (BCPG) ช่วงไตรมาส 1 ปี2559 ที่ผ่านมา บริษัทมีรายได้รวม 786.25 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 390.23 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้น 76.7% และอัตรากำไรสุทธิ 49.6% ขณะที่ผลประกอบการ 3 ปีที่ผ่านมา (ปี 2556-2558) มีรายได้รวม 1,473.31 ล้านบาท 2,720.27 ล้านบาท และ 3,038.24 ล้านบาท ขณะที่กำไรสุทธิทำได้ 887.28 ล้านบาท 1,860.73 ล้านบาท และ 2,083.85 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ ระหว่าง 60 - 68%
ทั้งนี้ อัตรากำไรสุทธิ ไตรมาส 1 ปี2559 ที่ลดลงเหลือ 49.6% เป็นผลจากค่าใช้จ่ายในการซื้อกิจการเพิ่มเติมซึ่งเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวราว 100 ล้านบาท
ด้านผลประกอบการของ อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม (ITEL) งวดไตรมาส 1 ปี2559 มีรายได้รวม 160.08 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 11.64 ล้านบาท ขณะที่ผลประกอบการ 3 ปีที่ผ่านมา (ปี 2556-2558) มีรายได้รวม 12.57 ล้านบาท 236.25 ล้านบาท และ 436.89 ล้านบาท ตามลำดับ ขณะที่กำไรสุทธิย้อนหลังนั้น ปี 2556 ขาดทุน 16.09 ล้านบาท และพลิกมาเป็นกำไร 8.72 ล้านบาท ในปี 2557 และมีกำไร 30.67 ล้านบาท ในปี 2558









