วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'สมคิด'สั่งตั้งโต๊ะให้รมต.ลงทะเบียน 'พร้อมเพย์'

"สมคิด"สั่งแบงก์ชาติประสานทำเนียบรัฐบาลตั้งโต๊ะให้รัฐมนตรีลงทะเบียน "พร้อมเพย์" หวังสร้างความเชื่อมั่น สั่งคลังต่อยหนักเน้นปฏิรูปหลายด้าน

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุม e-Payment ว่า กระทรวงการคลังได้รายงานความคืบหน้าว่า ขณะนี้มีผู้มาลงทะเบียน e-Payment ทั้งสิ้นเกือบ 2 ล้านราย โดยคาดว่าระบบจะมีความพร้อมในการใช้งาน 1 ตุลาคมนี้ นอกจากนี้ยังได้สั่งการให้นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. หารือกับเลขาธิการคณะรัฐมนตรี หรือ ครม. เพื่อให้มีการตั้งโต๊ะลงทะเบียนสำหรับคณะรัฐมนตรีในการประชุม ครม. เพื่อให้ประชาชนเกิดความมั่นใจในการใช้งาน

ทั้งนี้ ยืนยันว่า การใช้งานพร้อมเพย์นั้น จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ลดการรั่วไหล และผู้ประกอบการยังสามารถลดต้นทุนในการดำเนินธุรกิจ การให้สวัสดิการแก่ประชาชนง่ายขึ้น นอกจากนี้ยังสั่งการให้กระทรวงการคลัง หามาตรการเพื่อรองรับในการช่วยเหลือผู้ยากไร้ว่าจะดำเนินการในการให้สวัสดิการอย่างไรได้บ้าง ซึ่งอยากให้ประชาชนเร่งเข้ามาลงทะเบียนก่อนครบกำหนดในวันที่ 15 สิงหาคมนี้

นอกจากนี้ ยังได้หารือกับผู้บริหารกระทรวงการคลังสำหรับแนวทางในการดำเนินงานในครึ่งปีหลัง ว่า ขณะนี้ยืนยันว่า เศรษฐกิจไทยขยายตัวได้ดีตามลำดับ ซึ่งตนได้แบ่งกลุ่มงานที่จะดำเนินการในครึ่งปีหลังออกเป็น 4 กลุ่มงาน ประกอบด้วย กลุ่มงานที่ 1 ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเข้มแข็ง กลุ่มงานที่ 2 การเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน กลุ่มงานที่ 3 สร้างความโปร่งใส เพิ่มหลักธรรมาภิบาล และกลุ่มงานที่ 4 คือ เรื่องของสังคม

สำหรับการบ้านในช่วงครึ่งปีหลัง ที่มอบหมายให้กระทรวงการคลังเร่งดำเนินการ คือ กระทรวงการคลังจะต้องต่อยหนัก เน้นการปฏิรูปในหลายด้าน โดยเฉพาะการให้กสนช่วยเหลือคนยากจน ขณะที่โครงการของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ หรือ สคร.นั้น อยากให้เร่งผลักดันโครงการต่างๆที่ผ่านการพิจารณาจากครม.เรียบร้อยแล้ว ให้เข้าสู่กระบวนการ PPP พร้อมนำเข้าสู่กองทุนโครงสร้างพื้นฐาน หรือ อินฟาสตัคเจอร์ฟันด์ ภายในปลายไตรมาส 3-4 ปีนี้

“เราอยากเร่งอุตสาหกรรมใหม่ๆ เช่น รถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งนโยบายเราจะไม่ทิ้งอุตสาหกรรมรถยนต์เดิม แต่เราจะทำเพิ่มเติมขึ้นมา เพื่อให้ทันโลกที่มองว่าอีก 5 ปีข้างหน้าจะบูมอย่างแน่นอน ส่วนไฮบริดเราก็เร่งให้มีการเข้ามาลงทุน มีการหารือกับกรมสรรพากรเพื่อให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีเพื่อจูงใจในการลงทุน ในการปูพื้นฐานเพื่ออนาคตต่อไป อะไรที่ค้างคาอยู่เราจะเห็นแน่ในปลายไตรมาส 3 เป็นต้นไป ซึ่งมีโครงการใหญ่ๆอยู่เป็นจำนวนมาก”นายสมคิด กล่าว

นายสมคิด กล่าวว่า ในส่วนของเงินทุนจากต่างประเทศ ที่ไหลเข้าไทยมาเป็นจำนวนมากนั้น เนื่องจากนักลงทุนต่างชาติมองไทยเป็นประเทศที่น่าสนใจในการลงทุน โดยเฉพาะภายหลังการทำ Brexit แล้วทำให้เงินไหลเข้ามาตลาดเอเชียเป็นจำนวนมาก ประกอบกับไทยมีพื้นฐานเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง ซึ่งมั่นใจว่าเงินที่ไหลเข้านั้น ธปท.จะดูแลเพื่อให้เกิดประโยชน์ได้อย่างแน่นอน

ส่วนกรณีโมเดลเห็บสยามนั้น ยืนยันว่า ประเทศไทยเปรียบเสมือนเสือซุ่มที่พร้อมทะยาน แต่ในยามที่เศรษฐกิจโลกอ่อนแอไทยจึงต้องสร้างความเข้มแข็งจากภายในเพื่อพร้อมในการลงทุนในอนาคต

"เราต้องมั่นใจประเทศของเราว่าดีก่อนที่จะให้ต่างชาติมั่นใจไทยเหมือนเสือซุ่มที่รอจังหวะทะยาน ตอนนี้โลกไม่ดีเราต้องเหลาเขี้ยวเพื่อรอโลกพร้อม เมื่อพร้อมเราก็พร้อมที่จะกระโดดแบบมีของดี”นายสมคิด กล่าว