อยากทำเกษตรอินทรีย์ ติดก็แต่ ไม่มีที่ ไม่มีเวลา ทำไม่เป็น และเริ่มไม่ถูก วันนี้ทุกปัญหาจะจบไปด้วย“ฟาร์มฝัน” ธุรกิจให้เช่าพื้นที่ทำฟาร์มในฝัน
เบื่อไหมกับชีวิตมนุษย์เงินเดือน? อยากหยุดพักจากงานประจำ ไปทำ “ฟาร์มในฝัน” กันบ้างไหม?
คำถามที่สะกิดหัวใจใครหลายคน คือแรงดลใจสำคัญให้ 2 หนุ่มไอที “สร-สรธรรม เกตตะพันธุ์” และ “โก้-ชิชาวัฒน์ วชิรสุวรรณ” ตัดสินใจก่อตั้งธุรกิจ “ฟาร์มฝัน” (www.farmfhun.com) ขึ้น เมื่อปลายปีก่อน ด้วยไอเดียให้คนมาเช่าพื้นที่เพื่อทำเกษตรอินทรีย์ แล้วใช้ไอทีมาบริหารจัดการฟาร์มให้เป็นเรื่องง่ายๆ ทั้งสองคน คือ เจ้าของ บริษัท เอส ดับเบิ้ลยู บี ซี จำกัด ผู้ให้บริการทางด้านไอที ที่อยู่ในสนามมาประมาณ 5 ปี วันนี้แตกหน่อมาสู่ธุรกิจฟาร์มฝัน
“พวกเราเป็นมนุษย์ไอที ชอบคิดอยู่แค่ 3 อย่าง ไม่ใหม่ (New) ก็แตกต่าง (Difference) ไม่แตกต่าง ก็ต้องดีกว่า(Better)” หนุ่มสรบอก ‘ดีเอ็นเอ’ คนไอที ที่นำมาใช้สร้างสรรค์ธุรกิจใหม่
พวกเขาเริ่มจากการแปลงพื้นที่ประมาณ 50 ไร่ ใน อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ทำเป็นฟาร์มเกษตรอินทรีย์ หลังได้แรงบันดาลใจมาจากงาน Organic & Natural Expo 2015 งานแสดงสินค้าและบริการออร์แกนิคและธรรมชาติเมื่อปีก่อน สร สนใจออร์แกนิคอย่างจริงจัง ถึงขนาดไปลงเรียนโท สาขาการจัดการเกษตรอินทรีย์ ที่ ม.ธรรมศาสตร์ แล้วใช้ทักษะทางด้านไอทีและการคิดแบบวิทยาศาสตร์ มาลดขั้นตอนการทำเกษตรอินทรีย์ ให้ทั้งง่ายและรวดเร็วขึ้น
“เราเอาคอมพิวเตอร์ เข้าไปจับกระบวนการทำเกษตรอินทรีย์ในแต่ละขั้นตอน เพื่อให้การเตรียมการ การปลูก การดูแล และเก็บเกี่ยว ทำได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น”
เขายกตัวอย่าง การทำระบบป้องกันด้วยการบล็อกพื้นที่ เพื่อให้การจัดการสู่ระบบออร์แกนิคทำได้ง่ายขึ้น การปลูกปอเทืองปรับสภาพดิน จับดินมาตรวจสุขภาพแล้วทำการแก้ไขให้ถูกจุด
“เหมือนเราจะรู้ว่าป่วยหรือไม่ป่วยต้องใช้เวลา 3 ปี แต่ถ้าจะรู้เลยทันที ก็ต้องเอาเลือดมาตรวจ แล้วจัดการให้ถูกจุด อย่างผมรู้ว่าในพื้นที่จริงๆ แล้วธาตุอาหารดีในระดับหนึ่ง แต่ก่อนหน้านี้มีการใช้ยาฆ่าหญ้า เราก็ไปปรับเปลี่ยนตรงนั้น ทำให้สามารถแก้ปัญหาได้เร็วขึ้น ซึ่งเราใช้เวลาประมาณ 6 เดือน ก็เริ่มเห็นไส้เดือน จากที่ไม่เคยมีมาก่อน” เขาบอกผลลัพธ์
การคิดใหม่ทำใหม่ ไม่ได้ให้แค่ฟาร์มออร์แกนิคที่ทำได้รวดเร็วขึ้น ทว่ายังรวมถึงโมเดลธุรกิจใหม่ โดยเริ่มจากการแบ่งพื้นที่เป็น 4 ส่วน ทำใน 4 เรื่องหลัก คือ “Farm Value” พื้นที่สำหรับปลูกพืชหลัก โดยอาจเป็นไม้ยืนต้น หรือพืชเศรษฐกิจทั่วไป ส่วนที่สอง “Farm Sufficient” เป็นพืชรอง พืชระยะสั้นที่สามารถปลูกได้ง่ายๆ ทำเงินได้เร็ว ส่วนที่สาม “Farm Travel” พื้นที่จัดกิจกรรมเรียนรู้และท่องเที่ยวเชิงเกษตร ปิดท้ายกับหัวใจของธุรกิจคือ “Farm for Rent” พื้นที่ให้เช่าสำหรับคนอยากทำฟาร์มในฝัน โดยเอาเทคโนโลยีมาจับและหารายได้กับค่าบริการและค่าเช่า
“คนส่วนใหญ่ทำงานประจำ ไม่มีเวลา ไม่มีที่ดิน และไม่มีความรู้เรื่องเกษตรอินทรีย์ แต่อยากทำการเกษตร และทำทันทีโดยไม่ต้องรอ เราเลยอาสามาแก้ปัญหานี้”
ไอเดียง่ายๆ เริ่มจากแบ่งพื้นที่ให้คนมาเช่าทำเกษตรอินทรีย์ ตั้งแต่เล็กๆ 25 ตารางเมตร ไปจน 100 ตารางเมตร 1 งาน ยัน 1 ไร่ โดยลูกค้าสามารถเลือกพืชผักที่จะปลูกได้ ขณะที่พวกเขาจะเตรียมดิน เพาะปลูก ดูแล และเก็บเกี่ยวผลผลิตให้ แลกกับ ค่าเช่า และค่าบริหารจัดการในฟาร์ม รวมถึงค่าบริการพิเศษอื่นๆ แล้วแต่ความต้องการของผู้ว่าจ้าง
ระหว่างทางผู้เช่าสามารถลงพื้นที่เพื่อไปดูผลผลิตของตัวเองได้ตลอดเวลา หรือถ้าไม่มีเวลาก็สามารถติดตามความเคลื่อนไหวฟาร์มของตัวเองได้ง่ายๆ ผ่านแอพพลิเคชั่นแพลทฟอร์มที่พวกเขากำลังพัฒนาขึ้น เพื่อให้เกาะติดสถานการณ์กันแบบ “เรียลไทม์” ขณะปัจจุบันซึ่งอยู่ระหว่างพัฒนาระบบให้เสถียร ก็ยังติดตามฟาร์มของตัวเองได้ผ่านทางไลน์ ซึ่งทีมงานจะรายงานผลให้รับทราบเป็นระยะ ไม่ต้องพลาดทุกช่วงเวลาสำคัญของฟาร์มฝัน
ส่วนค่าบริการเริ่มต้นก็แค่พันกว่าบาทต่อเดือน ไปจนสูงสุดเดือนละหลักหมื่นบาท ขึ้นกับขนาดของพื้นที่ และบริการเสริมที่ผู้เช่าต้องการได้ แลกกับ ความสุข ความสนุก แม้แต่นำผลผลิตไปขายในเชิงธุรกิจก็สามารถทำได้
“มีคุณลุงท่านหนึ่ง เช่าพื้นที่ของเราไว้ปลูกผักบุ้ง กับถั่วฝักยาว แกขับรถจากกรุงเทพ ไปที่ไร่ปากช่อง เพื่อไปเก็บผักบุ้งเอง แล้วมาเล่าให้ฟังว่า ที่จริงลงทุนไม่ค่อยคุ้มหรอก เพราะซื้อผักบุ้งในตลาดอาจถูกกว่า แต่แกบอก มีความสุขมาก เพราะกำลังแสวงหาในสิ่งนี้ พวกผมเลยเริ่มจับได้ว่า ลูกค้าเราไม่ใช่วัยรุ่น แต่ต้องอยู่ในวัยที่เริ่มมองหาบั้นปลายของตัวเอง ว่าต้องการทำอะไรบางอย่าง” เขาบอกกลุ่มเป้าหมาย ที่อยู่ในวัยมีฝันและมี “กำลังทรัพย์” อยู่พอตัว
เปิดให้บริการมายังไม่ถึงปี ใครจะคิดว่าวันนี้ฟาร์มฝัน จะมีผู้ร่วมลงฝันแล้วกว่า 20 ราย ในจำนวนนี้เป็นรายใหญ่อยู่ 2 ราย มีรายได้เฉพาะค่าเช่าอยู่ที่หลักแสนบาทต่อเดือน ขณะเฟซบุ๊ค “ฟาร์มฝัน วันหยุด” มีผู้ติดตามกว่า 8 หมื่นราย ที่น่าสนใจคือโมเดลในการหารายได้ ซึ่งมาจากหลากหลายช่องทาง ตอบโจทย์ ‘ทำอะไรอย่างเดียว แต่ให้ได้เงินหลายทาง’ ตามคอนเซ็ปต์ของพวกเขา โดยปัจจุบันมีรายได้หลักมาจากการขายผักออร์แกนิคจากไร่ ขณะที่อนาคตจะทำให้รายได้จากการเช่าพื้นที่ กลายเป็นรายได้หลัก นอกจากนี้ยังมีรายได้มาจากการทำพื้นที่ท่องเที่ยว ซึ่งปัจจุบันมีทั้งลูกค้าองค์กร และทัวร์ต่างชาติที่เข้าชมพื้นที่ ส่วนปลายปีเตรียมเปิด “ฟาร์มฝัน ฟาร์มสเตย์” เพื่อเชื่อมจิ๊กซอว์ท่องเที่ยวให้สมบูรณ์ขึ้น
ส่วนอนาคตยังต่อยอดธุรกิจไปสู่ บริการที่ปรึกษา ตลอดจนการขาย License (การอนุญาตให้ใช้สิทธิ) “ฟาร์มฝัน” เพื่อให้นักธุรกิจหรือเจ้าของที่ดินที่สนใจ สามารถนำโมเดลนี้ไปสร้างโอกาสให้กับตัวเองได้ ซึ่งปัจจุบันมีผู้สนใจแล้ว และอยู่ระหว่างการขยายโมเดลไปทำในพื้นที่อื่น เช่น อ.ควนเนียง จ.สงขลา บนพื้นที่ประมาณ 30 ไร่ เร็วๆ นี้
“วันนี้เรามีรายได้ต่อเดือนประมาณ 1.5 แสนบาท เป้าหมายปี 2560 ต้องได้รายได้เฉลี่ยเดือนละ 1 ล้านบาท และ ถ้าโมเดลนี้ซัคเซส ก็ตั้งใจไว้ว่า ในปี 2561 จะมีรายได้ถึงปีละ 100 ล้านบาท!” เขาบอกความฝัน
วันนี้ฟาร์มฝัน โดดเด่นอยู่ในงาน Organic & Natural Expo 2016 ทั้งที่เมื่อปีก่อนพวกเขายังเป็นแค่ผู้เยี่ยมชม และยังไม่มีธุรกิจของตัวเองด้วยซ้ำ แถมยังเป็นหนึ่งในสตาร์ทอัพที่ได้รับการสนับสนุนจากธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) ภายใต้โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ 4% (Soft loan) นอกจากนี้ยังเข้าอบรมในหลักสูตรการพัฒนาธุรกิจเอสเอ็มอีเพื่อเข้าสู่แหล่งทุน (Fund for Success) และต่อยอดสู่โครงการ Pitching Day เฟ้นหาเอสเอ็มอีเข้าสู่การร่วมลงทุน โครงการสำหรับธุรกิจสตาร์ทอัพภายใต้การสนับสนุนของ ธพว.
เป็นหนึ่งในธุรกิจ “เนื้อหอม” ที่ใครหลายคนจับตามองในวันนี้
ใครอยากมีธุรกิจในฝันแบบเดียวกัน ทั้งสองคนบอกว่า เริ่มจากเป้าหมายต้องชัด และโฟกัสให้ถูกกลุ่ม ถ้าควบคุมต้นทุนได้ เท่ากับโอกาสทำกำไรก็มากขึ้น ต้องเซ็ตทุกอย่างให้เป็นระบบ ทำให้เป็นกระบวนการ โดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย ที่สำคัญอย่ามีรายได้ทางเดียว ต้องทำอะไรอย่างเดียว แต่ทำเงินได้หลายทาง และทำทุกอย่างให้เชื่อมโยงกัน
เท่านี้ก็พร้อมพิชิต “ฟาร์มฝัน” ได้เหมือนอย่างพวกเขาแล้ว
..........................................
Key to success
สูตรธุรกิจพิชิต “ฟาร์มฝัน”
๐ คิดใหม่ แตกต่าง และดีกว่า
๐ ตอบปัญหาคนอยากมีฟาร์มในฝัน
๐ นำไอที มาจัดการเกษตรอินทรีย์
๐ คิดอย่างเดียว แต่ทำเงินได้หลายทาง
๐ วางเป้าหมายให้ชัด โฟกัสให้ถูกกลุ่ม
๐ การบริหารจัดการ คือหัวใจของความสำเร็จ





