วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

กนง.มีมติเอกฉันท์คงดอกเบี้ย 1.50%

ผลการประชุมกนง.ในวันที่ 3 ส.ค.นี้ คณะกรรมการฯ มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.50% ต่อปี

นายจาตุรงค์ จันทรังษ์ เลขานุการ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) แถลงผลการประชุม กนง. ในวันที่ 3 ส.ค.นี้ คณะกรรมการฯ มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.50% ต่อปี โดย กนง. ประเมินว่าเศรษฐกิจยังฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป แม้ในระยะ ข้างหน้าจะมีความเสี่ยงด้านต่าเพิ่มขึ้นจากการประชุมครั้งก่อนเนื่องจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกที่ เพิ่มขึ้น ขณะที่เงินเฟ้ออาจกลับเข้าสู่กรอบเป้าหมายช้ากว่าที่เคยประเมินไว้เล็กน้อยเพราะแรงกดดันจากราคา พลังงานที่อาจต่ากว่าคาด ส่วนภาวะการเงินในปัจจุบันยังอยู่ในระดับที่ผ่อนคลายและเอื้อต่อการฟื้นตัวของ เศรษฐกิจ คณะกรรมการฯ จึงเห็นควรให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมครั้งนี้

เศรษฐกิจไทยยังฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากการใช้จ่ายภาครัฐที่ท่าได้ ต่อเนื่องตามคาดและภาคการท่องเที่ยวที่ขยายตัวดี ขณะที่การบริโภคภาคเอกชนขยายตัวได้ตามรายได้และ ความเชื่อมั่นของครัวเรือนในภาคเกษตรที่ปรับดีขึ้น แต่การลงทุนภาคเอกชนยังอยู่ในระดับต่า และการส่งออก สินค้ายังคงหดตัวตามเศรษฐกิจเอเชียที่ชะลอลงมากกว่าคาด ในภาพรวมเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวใน อัตราที่ใกล้เคียงกับที่ประเมินไว้ แต่มีความเสี่ยงด้านต่าเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับการประชุมครั้งก่อน อาทิ ความไม่แน่นอนภายหลังการลงประชามติในสหราชอาณาจักร (Brexit) ปัญหาภาคการเงินในยุโรป และ พัฒนาการทางการเมืองในต่างประเทศ ซึ่งอาจกระทบต่อความเชื่อมั่นและแนวโน้มเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าใน ระยะต่อไป ในขณะที่ความเสี่ยงในภาคการเงินจีนยังมีอยู่

อัตราเงินเฟ้อทั่วไปในเดือนกรกฎาคมชะลอลงเล็กน้อยตามราคาอาหารสดเป็นส่าคัญ ขณะที่อัตรา เงินเฟ้อพื้นฐานทรงตัว คณะกรรมการฯ ประเมินว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปยังคงมีแนวโน้มกลับเข้าสู่กรอบเป้าหมาย แต่ระยะเวลาอาจเลื่อนออกไปบ้างขึ้นอยู่กับทิศทางของราคาน้่ามันโลกเป็นส่าคัญ

คณะกรรมการฯ เห็นว่าภาวะการเงินโดยรวมยังอยู่ในระดับที่ผ่อนคลายและเอื้อต่อการฟื้นตัวของ เศรษฐกิจ โดยอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงอยู่ในระดับต่า และการระดมทุนโดยรวมของภาคธุรกิจและสินเชื่อ ครัวเรือนยังขยายตัวได้ แม้ธุรกิจบางกลุ่มมีข้อจ่ากัดในการได้รับสินเชื่อ อย่างไรก็ตาม ค่าเงินบาทในช่วงที่ผ่านมา โน้มแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินสกุลหลักบางสกุล และอาจไม่เป็นผลดีต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย นอกจากนี้ คณะกรรมการฯ เห็นว่ายังคงต้องติดตามความเสี่ยงต่อเสถียรภาพการเงิน รวมทั้งพฤติกรรมแสวงหาผลตอบแทน ที่สูงขึ้น (search for yield) จากการที่อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่าเป็นเวลานาน

คณะกรรมการฯ เห็นว่าการรักษาขีดความสามารถในการด่าเนินนโยบาย (policy space) ยังมี ความส่าคัญ เพราะในระยะข้างหน้าเศรษฐกิจไทยยังจะต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะ การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่ยังเปราะบาง และความไม่แน่นอนของทิศทางการด่าเนินนโยบายการเงินของ ประเทศอุตสาหกรรมหลักที่จะส่งผลให้เงินทุนเคลื่อนย้ายและอัตราแลกเปลี่ยนผันผวนมากขึ้น

ในระยะต่อไป คณะกรรมการฯ เห็นว่านโยบายการเงินควรอยู่ในระดับผ่อนปรนต่อเนื่อง และพร้อมที่ จะใช้เครื่องมือเชิงนโยบายที่มีอยู่อย่างเหมาะสม เพื่อให้ภาวะการเงินโดยรวมเอื้อต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ