วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ออมสินควัก2หมื่นล้าน ปล่อยสินเชื่อผู้มีรายได้น้อย

ครม.ไฟเขียวมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยในเมือง ผ่านธนาคารออมสิน 2 หมื่นล้านบาท ปล่อยสินเชื่อรายละ 15,000 บาท ปลอดดอกเบี้ยปีแรก

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เมื่อวันที่ 2 ส.ค.ที่ผ่านมา มีมติเห็นชอบมาตรการช่วยเหลือผู้ที่มีรายได้น้อยในชุมชนเมืองตามแนวทางประชารัฐ3มาตรการ ผ่านการดำเนินงานของธนาคารออมสิน

แบ่งเป็นการปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้ผู้ที่มีรายได้น้อย หรือเป็นผู้ที่มีรายได้ไม่ถึงเดือนละ 15,000 บาท ที่อยู่ในชุมชนเมืองใหญ่ๆ ทั่วประเทศ การพักชำระหนี้ และการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาอาชีพและสร้างความรู้ทางการเงินกับผู้ประกอบอาชีพอิสระ โดยเชื่อว่ามาตรการที่ออกมาครั้งนี้จะช่วยให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งเงินกู้ไปประกอบอาชีพ บรรเทาความเดือดร้อน และช่วยลดปัญหาหนี้นอกระบบได้

สำหรับมาตรการแรกเป็นการปล่อยสินเชื่อ วงเงินรวม 20,000 ล้านบาท ให้กับคนที่ทำอาชีพอิสระ ทั้ง พ่อค้า แม่ค้า ผู้ขับขี่จักรยานยนต์รับจ้าง ผู้ให้บริการรถรับจ้างสาธารณะ กลุ่มแม่บ้าน หรือผู้รับจ้างให้บริการทั่วไป ที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไป แต่เมื่อรวมกับระยะเวลาที่จ่ายคืนเงินกู้ต้องไม่เกิน 65 ปี มีที่อยู่แน่นอนที่ติดต่อได้ สามารถกู้เงินได้ไม่เกินรายละ 50,000 บาท แต่เมื่อรวมกับจำนวนเงินกู้คงเหลือตามสัญญาเดิมของสินเชื่อโครงการธนาคารประชาชนทุกประเภทกับจำนวนเงินกู้ครั้งนี้ต้องไม่เกิน 200,000 บาท มีระยะเวลาจ่ายคืนเงินกู้ 5 ปี ไม่คิดดอกเบี้ยในปีแรก

ส่วนปีที่ 2-5 คิดดอกเบี้ยเดือนละ 1% ส่วนการค้ำประกันสามารถใช้บุคคลค้ำประกัน หรือใช้หลักทรัพย์เป็นหลักประกัน หรือค้ำประกันโดยบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม โดยคนที่สนใจสามารถยื่นขอรับสินเชื่อได้จนถึงวันที่ 31 ธ.ค. 59 ซึ่งวงเงินกู้นี้จะนำไปชำระนี้เดิม หรือหนี้นอกระบบได้

มาตรการที่ 2 คือการช่วยแก้ปัญหาหนี้สินให้กับลูกค้าธนาคารที่ใช้บริการสินเชื่อ และอยู่ระหว่างการผ่อนชำระคืน สามารถขอพักชำระหนี้เงินต้น และชำระเฉพาะดอกเบี้ยได้นานสูงสุด 3 ปี พร้อมทั้งขยายเวลาการชำระหนี้เพิ่มได้เท่ากับระยะเวลาพักชำระเงินต้น หรือขยายเวลาการชำระหนี้ได้2เท่าของระยะเวลาคงเหลือตามสัญญาเงินกู้ โดยมีระยะเวลาที่ขยายการชำระหนี้สูงสุดไม่เกิน 20 ปี ตามเงื่อนไขของสินชื่อแต่ละประเภท โดยผู้สนใจสามารถติดต่อขอร่วมโครงการได้จนถึงวันที่ 31 ส.ค. 2559

ส่วนมาตรการ 3.เป็นการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาอาชีพและสร้างความรู้ทางการเงินกับผู้ประกอบอาชีพอิสระ ช่วยให้ประชาชนมีความรู้ความเช้าใจเรื่องการเงิน ส่งเสริมการออมเงิน และสร้างวินัยทางการเงิน มีกลุ่มเป้าหมายเป็นผู้ประกอบการรายย่อย ผู้ประกอบอาชีพอิสระ หรือผู้ที่สนใจเข้าร่วมอบรม 150,000 ครัวเรือน ครัวเรือนละ 1 คน ทั่วประเทศ มีระยะเวลาจนถึงเดือน ธ.ค. 2559ใช้งบประมาณ 163 ล้านบาท