"ปลัดพลังงาน" เตรียมออกประกาศเชิญประมูลแหล่งสัมปทานปิโตรเลียม บงกช และเอราวัณ ช่วง มี.ค.-มิ .ย. 60 คาดให้สิทธิสำรวจได้ภายในเดือน ก.ย. 60
นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า กระทรวงพลังงานมีแนวทางการบริหารจัดการแหล่งสัมปทานปิโตรเลียมในแหล่งบงกช และเอราวัณ คาดว่าจะออกประกาศเชิญชวนและรับคำขอการประมูลได้ในเดือนมี.ค.-มิ .ย.60 และคาดว่าจะให้สิทธิสำรวจ และผลิตปิโตรเลียมได้ภายในเดือนก.ย.60
ทั้งนี้ การแก้ไขพ.ร.บ.ปิโตรเลียม และพ.ร.บ.ภาษีเงินได้ปิโตรเลียม ฉบับแก้ไข จะลงประกาศใช้ในราชกิจจา นุเบกษา ได้ประมาณเดือนต.ค.59 โดยได้ปรับปรุงแก้ไขมาตรา 23 แห่งพ.ร.บ.ปิโตรเลียม พ.ศ.2514 ซึ่งจะทำให้ระบบบริหารจัดการทรัพยากรปิโตรเลียม มี 3 ระบบ ได้แก่ ระบบสัมปทานปิโตรเลียม , ระบบสัญญาแบ่งปันผลผลิต (PSC) และระบบสัญญาจ้าง สำรวจและผลิต ขณะที่พ.ร.บ.ภาษีเงินได้ปิโตรเลียม เป็นการปรับปรุงเพื่อให้สอดคล้องกับระบบ บริหารจัดการที่เพิ่มเติม
ปัจจุบันสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้รับหลักการร่างแก้ไขพ.ร.บ.ทั้ง 2 ฉบับในวาระแรกแล้ว และอยู่ระหว่างการพิจารณาของกรรมาธิการวิสามัญ สนช. ภายใน 60 วัน นับตั้งแต่วันที่ 24 มิ.ย.-23 ส.ค.59 โดยได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมาธิการ ประกอบด้วย ผู้แทนจากทุกภาคส่วน ทั้งที่เห็น ด้วยและเห็นต่าง ซึ่งได้ประชุมพิจารณาไปแล้ว 2 ครั้ง ทำให้คาดว่า พ.ร.บ.ทั้งสองฉบับ จะลง ประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษาประมาณเดือนต.ค.59
สำหรับการบริหารจัดการแหล่งสัมปทานที่จะสิ้นอายุนั้น กระทรวงพลังงานจะดำเนินการในขั้นตอนหลัก ๆ ได้แก่ การยกร่างกฎกระทรวงที่จำเป็น 6 ฉบับ และประกาศ 1 ฉบับของคณะกรรมการ ปิโตรเลียม ,กำหนดเงื่อนไข หลักเกณฑ์การประมูล ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนธ.ค.59 ,จัด เตรียมข้อมูล (Data Room) ,ประเมินสิ่งติดตั้ง มูลค่า ภาระค่ารื้อถอนสิ่งติดตั้ง (Decommissioning Cost) และออกประกาศเชิญชวนและรับคำขอในเดือนมี.ค.-มิ.ย.60 และ คาดว่าจะให้สิทธิสำรวจและผลิตปิโตรเลียมได้ ภายในเดือนก.ย.60
ในการดำเนินการขั้นตอนการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในประเทศตลอด ระยะเวลากว่า 40 ปีที่ผ่านมา ภายใต้ระบบการบริหารจัดการ ระบบ Thailand I และ Thailand III มีสัดส่วนการแบ่งผลประโยชน์ระหว่างรัฐ และบริษัทผู้รับสัมปทาน ระบบ Thailand I อยู่ระหว่าง 54-59% บริษัท 41-46% ระบบ Thailand III อยู่ที่ รัฐ 71% บริษัท 29% และในพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย (JDA) อยู่ที่ รัฐ 58% บริษัท 42%
"การเลือกใช้ระบบบริหารจัดการแหล่งปิโตรเลียมของประเทศไทย มีสัดส่วนรายได้ที่รัฐได้รับอยู่ใน ระดับที่เหมาะสมกับศักยภาพของแหล่ง ปิโตรเลียมของประเทศ สามารถดึงดูดให้เกิดการลงทุน สำรวจและผลิตปิโตรเลียม เพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ โดยยืนยันว่ากระทรวง พลังงาน ได้คำนึงถึงประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญมาโดยตลอด"นายอารีพงศ์ กล่าว






