ทยอยลดพอร์ต ซื้อหุ้น กลุ่ม ธนาคาร ค้าปลีก รับเหมา ที่ยัง laggard
UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้ : แกว่งตัวออกด้านข้าง
ทิศทางตลาดหุ้นวันนี้ คาดจะแกว่งตัวออกด้านข้างหลังจากปรับตัวลงแรงวานนี้ โดยตลาดหุ้นในภูมิภาคเช้านี้ส่วนใหญ่ปรับตัวลง ขณะที่นักลงทุนต่างชาติยังมียอดซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทยต่ออีก 751 ล้านบาทวานนี้ ซึ่งคาดว่ากระแสการไหลเข้าของเงินลงทุนจากนักลงทุนต่างชาติอย่างต่อเนื่องยังช่วยพยุงตลาดได้
แนวรับ/แนวต้าน : 1500/1535 สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 50% : พอร์ตหุ้น 50%
กลยุทธ์ : ทยอยลดพอร์ต ซื้อหุ้น กลุ่ม ธนาคาร ค้าปลีก รับเหมา ที่ยัง laggard
หุ้นแนะนำ
BCH (14.00) : คาดกำไร 2Q59 จะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทั้ง qoq และ yoy และจะเติบโตอย่างโดดเด่นในครึ่งปีหลัง ทั้งนี้เราคาดกำไรปี 59 นี้ จะเติบโตก้าวกระโดดจาก การถึงจุดคุ้มทุนของ รพ. WMC การเติบโตของ รพ.ในเครือทั้งจำนวนผู้ป่วยนอกและใน การขึ้นค่ารักษาพยาบาล และจำนวนผู้ป่วยประกันสังคมที่เพิ่มขึ้น
PTL (15.00) : แนวโน้มผลประกอบการในช่วง 1Q60 (เม.ย.- มิ.ย.59) ยังคงมีแนวโน้มดีต่อเนื่องจาก 1) อัตรากำลังการผลิตของโรงงานที่ระดับ 88% เทียบกับ 70-80% ในปีก่อน 2) spread ที่อยู่ในระดับสูงใกล้เคียงกับช่วง 4Q59 (ม.ค. – มี.ค.59) จากราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับต่ำ 3) ค่าใช้จ่ายที่ลดลงจากการบริหารโกดังสินค้าเอง 4) ดอกเบี้ยจ่ายลดลงจากการนำเงินที่ได้จากการเพิ่มทุนไปชะระหนี้ อีกทั้ง PTL ได้ตั้งสำรองในประเทศตุรกีและอเมริกาไปทั้งหมดแล้วในปี 58
ASEFA (7.00) : ได้รับผลบวกจากทิศทางของอุตสาหกรรมที่มีความต้องการไฟฟ้าโตเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เราคาดกำไร 2Q59 ยังมีแนวโน้มดีต่อเนื่องจากงานทั้งภาครัฐและเอกชน อีกทั้งยังมีการประมูลใหม่ๆเข้ามา นอกจากนี้ในช่วง 2H59 ยังเป็นช่วง high season ของธุรกิจ ทั้งนี้ปัจจุบัน ASEFA ซื้อขายที่ PEปี59 เพียง 11 เท่า และคาดอัตราปันผลที่ประมาณ 5%
THAI (31.75) : คาดผลประกอบการ 2Q59 จะดีขึ้น yoy แต่ลดลง qoq เนื่องจากเป็นช่วง low season ซึ่งหลังจากนี้เราคาดว่าผลประกอบการจะเติบโตต่อเนื่องอย่างน้อยจนถึง 1Q60 จากช่วง high season นอกจากนี้บริษัทยังได้รับผลบวกจากการท่องเที่ยวที่ยังแรงต่อเนื่องโดยเฉพาะจากนักท่องเที่ยวชาวจีนและการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย ต้นทุนลดลงจากการปฏิรูปองค์กรในปี 58 และการรับรู้ต้นทุนราคาน้ำมันที่ต่ำเต็มที่เมื่อเทียบกับปี 58 ที่ทำประกันราคาน้ำมันในระดับสูงที่ 80-90 เหรียญ/บาเรลล์
ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน
ปัจจัยภายในประเทศ
+ คมนาคมเคาะรถไฟความเร็วสูงเส้นทางแรก "กรุงเทพฯ-ระยอง" ด้าน "อาคม" มั่นใจเปิดประมูลปีนี้ ชงบอร์ดพีพีพีภายใน ส.ค. เผยพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ 5 สถานีหลัก ขณะ "สมคิด" สั่งทำแผนทุกเส้นทางภายใน 1 สัปดาห์เสนอนายกฯ
+ "สุวิทย์" เล็งถกคลังหามาตรการหนุนผู้ประกอบการไทยลงทุนในต่างประเทศเพิ่มเล็งเว้นภาษีให้กับบริษัทที่นำเม็ดเงินกลับเข้าประเทศ หากเสียภาษีที่ต้นทางแล้ว "ซีพีเอฟ" แนะเอสเอ็มอีบุกตลาดเมียนมา กัมพูชา ลาว ฟิลิปปินส์ รับกำลังซื้อแรงงานเพิ่ม "ชนินท์" ชี้ช่องลงทุนสาธารณูปโภคพื้นฐาน
+ เงินยังไหลเข้าภูมิภาค ดันค่าเงินเอเชีย-บาทแข็งสุดรอบปี ปิดตลาด 34.77 บาทต่อดอลลาร์ หลังจีดีพีสหรัฐไตรมาส 2 โตแค่ 1.2% ดับหวังเฟดขึ้นดอกเบี้ยก่อนสิ้นปี เผยเงินเข้าตลาดบอนด์วันเดียว 2.2 หมื่นล้าน ขณะที่ต่างชาติซื้อหุ้น 16 วันติด
+ "กอบกาญจน์" ประเมินท่องเที่ยวไตรมาส 3 ทำเงิน 5.97 แสนล้านบาท ลุ้นยอด 9 เดือนทะลุ 1.8 ล้านล้านบาท ปิ๊ง! ดึงเกม "โปเกมอน โก" ช่วยกระตุ้นโค้งสุดท้าย ด้าน สรท.ยืนเป้าส่งออกทั้งปีติดลบ 2% ประชารัฐเอกชนแนะตั้งที่ปรึกษาดันธุรกิจไทยลงทุนนอก
+ นายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานคณะกรรมการหอการค้าไทย เปิดเผยว่า หอการค้าไทยได้จัดตั้งสภาธุรกิจไทย-อิตาลีขึ้น เพื่อต่อยอดการค้าและการลงทุนระหว่างกัน ปัจจุบันสภาธุรกิจไทย-อิตาลี มีสมาชิก 30 บริษัท แบ่งเป็นอิตาลี 13 บริษัท ไทย 17 บริษัท ต่อยอดลงทุน จีบเฟอร์เรโรตั้งโรงงานในไทย เซ็นทรัลนำโอท็อปขายอิตาลี
ปัจจัยต่างประเทศ
- ดัชนีดาวโจนส์ ปิดลดลงเล็กน้อยในวันจันทร์ โดยการลดลงของราคาน้ำมันถ่วงหุ้นกลุ่มพลังงานลง ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดลบ 27.73 จุดหรือ 0.15% สู่ 18,404.51
- ดัชนี FTSE 100 ที่ตลาดหุ้นอังกฤษปิดลดลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 2 สัปดาห์ในวันจันทร์ นำโดยหุ้นกลุ่มพลังงานซึ่งร่วงลงตามราคาน้ำมัน และหุ้นกลุ่มธนาคารปรับตัวลง หลังการเปิดเผยผลทดสอบภาวะวิกฤติธนาคารของสหภาพยุโรป ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 ปิดลดลง 30.48 จุดหรือ 0.45% สู่ระดับ 6,693.95 ซึ่งเป็นระดับปิดต่ำสุดนับตั้งแต่กลางเดือนก.ค. หลังปรับตัวขึ้นเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกันในเดือนที่ผ่านมา--จบ--
+ ดัชนีนิกเกอิที่ตลาดหุ้นโตเกียวปิดเพิ่มขึ้น โดยฟื้นตัวขึ้นจากการร่วงลงในช่วงแรก ขณะที่การแข็งค่าของเยนชะลอตัวลง ทั้งนี้ ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดเพิ่มขึ้น 66.50 จุด หรือ 0.40% มาที่ 16,635.77 หลังจากร่วงต่ำสุดที่ 16,319.15
+ ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ร่วงลงต่ำกว่าระดับ 40 ดอลลาร์/บาร์เรลในวันจันทร์เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือน เม.ย. โดยราคาน้ำมันปิดร่วงลงเกือบ 4% จากความวิตกที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับปริมาณน้ำมันดิบล้นตลาด แม้ความต้องการน้ำมันเชื้อเพลิงในช่วงฤดูร้อนแตะระดับสูงสุดก็ตาม ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบส่งมอบเดือนก.ย.ปิดร่วงลง 1.54 ดอลลาร์หรือ 3.7% สู่ระดับ 40.06 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังร่วงแตะ 39.86 ดอลลาร์ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 20 เม.ย.








