วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'สรรพากร'ผนึกปปง. ตรวจสอบธุรกิจท่องเที่ยวจีน

สรรพากรจับมือตำรวจ-ท่องเที่ยว-ป.ป.ง. ตรวจสอบธุรกิจท่องเที่ยวจีน พบผู้ประกอบการจีน เข้าข่ายทำนิติกรรมอำพราง ตั้งคนไทยเป็นนอมินี

นักท่องเที่ยวจากประเทศจีน กลายเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติกลุ่มหลักของประเทศไทย แต่ก็เริ่มมีคำถามตามมาว่า การที่นักลงทุนชาวจีนที่เข้ามาในไทยจำนวนมาก จริงๆ แล้ว ทำรายได้เข้าประเทศมากเทียบเท่ากับนักท่องเที่ยวชาติหรือไม่ เนื่องจากเริ่มมีกระแสข่าวถึงการใช้นอมินีในการทำธุรกิจของกลุ่มนักท่องเที่ยวจากจีนรวมถึงการชำระค่าสินค้าในรูปแบบใหม่ๆ ที่ส่งผลให้เม็ดเงินดังกล่าวไม่ได้เข้าประเทศและไม่ได้มีการเสียภาษีที่ถูกต้อง

ทั้งนี้กรมสรรพากรได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ตำรวจท่องเที่ยว และ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ป.ป.ง.)เพื่อเข้าตรวจสอบว่า ผู้ประกอบการท่องเที่ยวที่ดำเนินกิจการในลักษณะทัวร์ศูนย์เหรียญเข้าข่ายการกระทำความผิดใดบ้าง โดยในส่วนของกรมสรรพากรนั้น ได้เข้าไปตรวจสอบบัญชีและการชำระภาษีของผู้ประกอบการว่าถูกต้องหรือไม่

ใช้นอมินีไทยทำธุรกิจแทน

นายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวว่า เท่าที่ตรวจสอบพบว่า มีผู้ประกอบการท่องเที่ยวในต่างประเทศ ส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการจากประเทศจีน ได้เข้ามาจัดตั้งบริษัทที่ให้บริการเกี่ยวกับการท่องเที่ยวในไทย ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร ที่พักต่างๆ โดยผ่านระบบนอมินีที่เป็นคนไทย ซึ่งนอมินีบางรายเป็นบุคคลที่เสียชีวิตแล้ว แต่ถูกนำบัตรประชาชนมาใช้ในการจัดตั้ง แต่บางรายก็ยังเป็นบุคคลที่ยังมีชีวิตอยู่

ซึ่งกรมสรรพากรก็ได้เข้าประเมินภาระภาษี ก็ได้เป็นเม็ดเงินไม่มากนัก เนื่องจาก ช่องทางการชำระเงินของผู้ประกอบการในลักษณะดังกล่าวมีการตรวจสอบที่ยาก และ เป็นเรื่องยากที่จะประเมินมูลค่ารวมของการท่องเที่ยวในลักษณะดังกล่าว เพราะมีการจ่ายเงินกันในต่างประเทศ

พบ 10 ผู้ประกอบการจีนเลี่ยงภาษี

“เราได้รับการประสานข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดังกล่าว เพื่อให้ช่วยเข้าไปตรวจสอบผู้ประกอบการทัวร์ศูนย์เหรียญว่า มีการชำระภาษีถูกต้องหรือไม่ โดยที่ผ่านมา ได้เข้าไปตรวจสอบแล้วประมาณ 10 ราย พบว่า มีการชำระภาษีไม่ถูกต้อง ซึ่งเราก็ประเมินภาษีไปตามข้อมูลที่เราสามารถตรวจสอบเส้นทางการเงินได้ แต่บางส่วนอาจตรวจสอบไม่ได้ เพราะมีการชำระเงินกันผ่านระบบ v-chat pay ของประเทศจีน ขณะเดียวกัน บางรายเราพบการกระทำความผิดที่เข้าข่ายการฟอกเงิน และ รวมถึง การทำนิติกรรมอำพรางด้วย ซึ่งหน่วยงานที่รับผิดชอบก็จะต้องเข้าดำเนินการต่อไป”

ประสานไอซีที-ธปท.ดูชำระเงินอนไลน์

ทั้งนี้ ในส่วนที่เกี่ยวข้องการระบบการชำระเงินที่เราไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบได้นั้น ขณะนี้ กรมสรรพากร ได้ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงไอซีที เพื่อออกกฎหมายมากำกับดูแลให้คอบคลุมระบบการชำระเงินที่ดำเนินการผ่านระบบออนไลน์ต่างๆ รวมถึง รูปแบบการชำระเงินใหม่ๆที่ไม่ผ่านระบบการชำระเงินในปัจจุบัน โดยจะต้องเข้าไปศึกษารูปแบบการชำระเงินจากต่างประเทศ รวมถึง ข้อกฎหมายเกี่ยวกับระบบการชำระเงินในต่างประเทศควบคู่ไปด้วยและยังต้องศึกษาผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นในเรื่องของสิทธิเสรีภาพของผู้ใช้บริการด้วย

“คงต้องใช้เวลาสักพักก่อนที่จะออกกฎหมายมาดูแล เพราะจะต้องศึกษาอย่างรอบคอบ อย่างไรก็ตาม ในส่วนที่หน่วยงานต่างๆดำเนินการได้ ก็ต้องทำไปก่อน ซึ่งสิ่งที่เราร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปดำเนินการกับทัวร์ศูนย์เหรียญนั้น ก็ทำให้ผู้ประกอบการที่ดำเนินการในลักษณะดังกล่าวน้อยลงไปมาก”

เผยทางการจีนเตือนผู้ประกอบการทัวร์

แหล่งข่าวกล่าวว่า ที่ผ่านมา หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ประสานความร่วมมือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวของจีน เพื่อให้ช่วยตรวจสอบการดำเนินการในลักษณะดังกล่าว ของผู้ประกอบการท่องเที่ยวจีน ซึ่งหน่วยงานของจีนเองก็ได้ออกประกาศเตือนผู้ประกอบการของเขา แต่ก็มีผู้ประกอบการของจีนที่ดำเนินการในลักษณะดังกล่าวอยู่

ทั้งนี้ การเข้าไปตรวจสอบของหน่วยงานในไทยนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นมาตรการป้องปราม มากกว่าการที่จะเข้าจัดเก็บภาษี เพราะช่องทางการชำระเงินนั้น ไม่ได้ผ่านระบบการชำระเงินของไทย และ เป็นการทำธุรกรรมอำพรางผ่านระบบนอมินี การกระทำในลักษณะดังกล่าวถือว่า เป็นการสร้างความเสียหายให้แก่ระบบเศรษฐกิจโดยรวม โดยนักท่องเที่ยวหรือผู้ประกอบการท่องเที่ยวจีนนั้น เข้ามาใช้ทรัพยากรของไทยแต่ไม่มีการจ่ายเงินหรือชำระภาษีบริการอย่างถูกต้อง

พาณิชย์พร้อมให้ข้อมูลสรรพากร

นางสาวผ่องพรรณ เจียรวิริยะพันธ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กล่าวว่า กรมฯได้ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการเข้าไปตรวจสอบธุรกิจที่อาจเป็นของคนต่างด้าวเข้ามาทำธุรกิจในไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยกรมฯได้ให้ความร่วมมือสนับสนุนด้านข้อมูลและร่วมลงพื้นที่ก่อนหน้านี้อย่างต่อเนื่อง

แต่ล่าสุดยังไม่ได้รับการประสานเพิ่มเติม เช่น พบฤติกรรมหลีกเลี่ยงภาษี อย่างไรก็ตาม พฤติกรรมต่างๆที่เกิดขึ้นจะมีข้อกฎหมายเฉพาะในการดูแล เช่น การเลี่ยงภาษีจะต้องยึดทรัพย์ตามกฎหมายของเจ้าของเรื่อง ส่วนกรมพร้อมให้ความร่วมมือหากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องการ

กางแผนตรวจสอบนอมินี

กรณีที่มีความพยายามใช้คนไทยเข้ามาเป็นตัวแทนถือหุ้น หรือ นอมินี เพื่อให้มีสัดส่วนการถือหุ้นตามจำเป็นคือต่างด้าวไม่ถึง 50% นั้น กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้กำหนดแผน เพื่อตรวจสอบไม่ให้มีการลักลอบดำเนินธุรกิจในลักษณะดังกล่าว เนื่องจากจะสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจโดยรวม จึงกำหนดโครงการตรวจสอบนิติบุคคลไทยที่มีต่างด้าวถือหุ้นไม่ถึง 50% ประจำปี 2559

ประกอบด้วย การกำหนดกลุ่มเป้าหมาย ไว้ 2 กลุ่ม ในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ได้แก่ กรุงเทพ ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี (เกาะสมุย) เชียงราย เชียงใหม่ กระบี่ ชลบุรี ตราด (เกาะช้าง) ประจวบคีรีขันธ์ และเพชรบุรี

โดยธุรกิจกลุ่มที่ 1 คือ นิติบุคคลไทยที่มีคนต่างด้าวถือหุ้นไม่ถึง 50% ที่ประกอบธุรกิจ 10 ประเภทธุรกิจและส่งงบการเงินแล้ว ส่วนกลุ่มที่ 2 คือ นิติบุคคลกลุ่มเสี่ยง กรมจัดทำข้อมูลไว้ ซึ่งได้แก่ นิติบุคคลที่จัดตั้งตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2556 โดยมีผู้ลงทุนเป็นคนไทยทั้งหมดก่อน แต่หลังจากจดทะเบียนแล้วมาแก้ไขเปลี่ยนแปลงให้มีคนต่างด้าวเป็นผู้ถือหุ้น เป็นกรรมการ เป็นกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม หรือ แก้ไขข้อบังคับให้สิทธิคนต่างด้าวมากกว่าคนไทย เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ต้องส่งเอกสาร ที่ธนาคารออกให้เพื่อรับรองหรือแสดงฐานะการเงินของผู้เป็นหุ้น
ส่วนหรือผู้ถือหุ้นคนไทยที่ประกอบธุรกิจ 10 ประเภท ได้แก่1. ร้านอาหารและเครื่องดื่ม 2.นำเที่ยว 3.ให้เช่า ขาย ซื้อและการดำเนินงานด้านอสังหาริมทรัพย์ 4.ตัวแทนและนายหน้าซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ 5.สปา 6.ให้เช่ารถ7. ขายของที่ระลึก 8.ขายปลีกทางอินเทอร์เน็ต 9.ขายตรง 10.บริการที่สนับสนุนการศึกษา

ส่งหนังสือเรียกดูแหล่งรายได้

รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับวิธีการตรวจสอบ จะใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.การบัญชี พ.ศ. 2543 มาตรา 24 (2) ออกหนังสือถึงกรรมการให้ชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจและการลงทุน พร้อมทั้งส่งเอกสารที่เกี่ยวข้อง เช่น สมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นหลักฐานแสดงแหล่งที่มาของรายได้ อาทิ ใบกำกับภาษี สมุดบัญชีรายวัน และแยกประเภท เพื่อตรวจสอบว่านิติบุคคลมีการประกอบธุรกิจตามบัญชีแนวท้าย พ.ร.บ.ต่างด้าวฯ หรือไม่ และผู้ถือหุ้นในนิติบุคคลมีการลงทุนจริงหรือไม่

เรียกกรรมการแจงรายละเอียด

การตรวจสอบผู้ถือหุ้นคนไทย ใช้อำนาจตาม มาตรา 30 (1) แห่ง พ.ร.บ.ต่างด้าวฯ ออกหนังสือสอบถาม หรือเรียกผู้ถือหุ้นคนไทยให้มาพบพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือใช้ชี้แจงข้อเท็จจริงและส่งหลักฐานเกี่ยวกับการลงทุนถือหุ้น เช่น ใบหุ้นที่นิติบุคคลออกให้ หลักฐานการชำระเงินค่าหุ้นให้กับนิติบุคคล หรือหลักฐานเกี่ยวกับการโอน ซื้อ ขายหุ้น จากผู้ถือหุ้นเดิม หลักฐานการรับเงินปันผล เป็นต้น เพื่อตรวจสอบว่าผู้ถือหุ้นคนไทยมีลักษณะเป็นการให้ความช่วยเหลือ สนับสนุนหรือร่วมประกอบธุรกิจหรือถือหุ้นแทนคนต่างด้าว เพื่อให้คนต่างด้าวประกอบธุรกิจโดยหลีกเลี่ยงกฎหมาย

การลงพื้นที่ตรวจสอบ ณ ที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่ของนิติบุคคลเฉพาะนิติบุคคลที่ฝ่าฝืนไม่ส่งเอกสารหลักฐานตามที่เรียกตรวจสอบหรือปรากฏหลักฐานหรือข้อเท็จจริงจากการตรวจสอบ น่าเชื่อหรือน่าสงสัยว่าผู้ถือหุ้นคนไทยอาจมีการถือหุ้นแทนคนต่างด้าว