รัฐบาล ปั้น "อีอีซี" รับการลงทุนเพิ่ม 1.5 ล้านล้านบาทภายใน 5 ปี ดันจีดีพี ไทยโต 5-6% ต่อปี ฉุดประเทศไทยพ้นกับดักรายได้ปานกลาง
นายคณิศ แสงสุพรรณ ที่ปรึกษา มูลนิธิสถาบันวิจัยนโยบายเศรษฐกิจการคลัง เปิดเผยระหว่างการเสวนา “ปฏิวัติอุตสาหกรรมใหม่: ประเทศไทย 4.0” ว่า นโยบายหลักของรัฐบาลในการปฏิวิติอุตสาหกรรม ก็คือการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ให้เป็นเขตเศรษฐกิจชั้นนำของอาเซียนที่มีความพร้อมในการต่อยอดอุตสาหกรรมและบริการแห่งอนาคต เนื่องจากในพื้นที่นี้เป็นที่รู้จักของนักลงทุนทั่วโลก เพราะว่าเป็นแหล่งของอุตสาหกรรมยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ และปิโตรเคมีที่สำคัญยาวนานกว่า 30 ปี รวมทั้งยังเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั่วโลกทั้งพัทยา บางแสน ระยอง และมีระบบคมนาคมสาธารณูปโภคในระดับดี ทั้งทางด่วนและมอเตอร์เวย์
โดยจากการประเมินเบื้องต้นภาคเอกชนพร้อมที่จะเข้ามาลงทุนเพิ่มนพื้นที่นี้ไม่ต่ำกว่า 1.5 ล้านล้านบาทภายใน 5 ปี แบ่งออกเป็นอุตสาหกรรมเป้าหมาย 5 แสนล้านบาท การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 4 แสนล้านบาท การสร้างเมืองใหม่ โรงพยาบาล โรงเรียบ และที่อยู่อาศัยไม่ต่ำกว่า 4 แสนล้านบาท และการลงทุนด้านการท่องเที่ยวคุณภาพ เชิงสุขภาพ อีก 2 แสนล้านบาท ซึ่ง อีอีซี จะเป็นตัวอย่างการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศาอื่นๆในอนาคต
ทั้งนี้ ในพื้นที่พัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก ได้วางแผนให้การพัฒนาจ.ชลบุรี และศรีราชา ให้เป็นศูนย์กลางการศึกษานานาชาติ เป็นแหล่งอุตสาหกรรมรถยนต์แห่งอนาคต และอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ ท่าเรือแหลมฉบัง จะพัฒนาให้เป็นท่าเรือระดับโลก เชื่อมโยงประชาคมเศรษบกิจอาเซียน (เออีซี) จีน และอินเดีย พัฒนาพื้นที่ท่องเที่ยวพัทยา สัตหีบ และระยอง ให้เป็นเขตประกอบการธุรกิจ การท่องเที่ยวครอบครัวและเชิงสุขภาพ รวมทั้งจะมีการพัฒนาสนามบิอู่ตะเภา และท่อเรือจุกเสม็ด ให้เป็นศูนย์กลางคมนาคม เชื่อมต่อด้วยโครงข่ายถนน และรถไฟความเร็วสํง และตั้งศูนย์ธุรกิจการบิน เช่น การซ่อมบำรุงอากาศยาน และการขนส่งสินค้า ขณะที่ จ.ระยอง จะพัฒนาให้เป็นเมืองนานาชาติมาตรฐานโลก เน้นการลงทุนธุรกิจทันสมัย และการวิจัยด้านอาหาร และอุตสาหกรรมชีวภาพ
สำหรับการผลักดันนโยบาย อีอีซี นี้ จะส่งผลให้เศรษฐกิจประเทศไทยขยายตัว 5-6% ต่อปี ซึ่งจะทำให้ไทยก้าวพ้นจากประเทศรายได้ปานกลางไปสู่รายได้สูง หรือมีรายได้ประชากรต่อหัวเพิ่มเป็น 1.5 หมื่นดอลลาร์สหรัฐ จากปัจจุบันที่อยู่ที่ระดับ 6 พันดอลลาร์สหรัฐ ภายใน 10-15 ปี
“รัฐบาลมีเครื่องมือที่จะช่วยกระตุ้นการลงทุนมากมาย เช่น กองทุนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน 1 หมื่นล้านบาท มีแพกเกจส่งเสริมการลงทุนของคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) นอกจากนี้ยังมีโครงการอีอีซี ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการลงทุนได้เร็ว ปัจจุบันรัฐบาลชุดนี้อยู่ระหว่างการปรับนโยบายการลงทุนทั้งประเทศทั้งหมด มองว่าในเฟสแรกอีก 1-2 เดือนข้างหน้านโยบายเหล่านี้จะแล้วเสร็จ และจะเข้าสู่เฟสที่ 2 จะเป็นการลงทุนจริง” นายคณิศ กล่าว








