วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เอสเอ็มอีแบงก์ โชว์กำไรโต82%

“เอสเอ็มอีแบงก์” ฟันกำไรครึ่งปีแรก 1.1 พันล้าน เพิ่มขึ้น 82% เน้นปล่อยสินเชื่อใหม่ ลดต้นทุนได้ตามแผน มั่นใจเอ็นพีแอลลดเหลือ1.8หมื่นล้าน

นางสาลินี วังตาล ประธานคณะกรรมการธนาคารพัฒนาวิวาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย(เอสเอ็มอีแบงก์) เปิดเผยว่า ช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้ ธนาคารมีกำไรสุทธิ 1,104 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 500 ล้านบาท หรือ 82.7%จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ผลจากการขยายสินเชื่อใหม่เพิ่มขึ้น การบริหารหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้(เอ็นพีแอล) ลดลง อีกทั้งยังสามารถลดต้นทุนการเงินและควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดีขึ้น

โดยธนาคารปล่อยสินเชื่อใหม่ได้ 16,479 ล้านบาท ให้กับผู้ประกอบการ 5,389 ราย เฉลี่ยวงเงินต่อราย 3 ล้านบาท ทำให้ธนาคารมียอดสินเชื่อคงค้าง 88,532 ล้านบาท ส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ลดลงมาอยู่ที่ 20,011 ล้านบาท คิดเป็น 22.6% ของสินเชื่อรวม ลดลงกว่า 7,173 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมั่นใจว่าทั้งปีจะลดเอ็นพีแอลได้ตามเป้าหมาย 18,000 ล้านบาท

เป็นผลมาจากธนาคารสร้างระบบติดตามสินเชื่อ ( Loan Monitoring) เพื่อป้องกันสินเชื่อตกชั้นเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงมีการติดตามดูแลลูกหนี้ที่อ่อนแออย่างใกล้ชิด พร้อมปรับโครงสร้างลูกหนี้เอ็นพีแอล ที่ยังดำเนินกิจการอยู่ควบคู่ไปด้วย โดยในช่วง 6 เดือนแรกปีนี้ ธนาคารได้ขายลูกหนี้เอ็นพีแอล ออกไปรวมทั้งสิ้น 1,433ล้านบาท และตั้งแต่คณะกรรมการชุดนี้เข้ามา ได้ขายหนี้เอ็นพีแอลออกไปแล้ว 7,613.66 ล้านบาท

“ฐานะของธนาคารดีขึ้นมาก และสามารถดำเนินงานได้ตามแนวทางที่ทางคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ(คนร.)กำหนด ทำให้ทางคลังอาจจะพิจารณาเรื่องการเพิ่มทุนในส่วนที่เหลืออีก 1 พันล้านบาทให้ หากได้เงินส่วนนี้มาก็จะทำให้ธนาคารสามารถนำมาขยายสินเชื่อได้เพิ่มขึ้น”

ด้านนายมงคล ลีลาธรรม กรรมการผู้จัดการ เอสเอ็มอีแบงก์ เปิดเผยว่าจากผลการดำเนินงานและฐานะของธนาคารที่ดีขึ้น ทำให้บอร์ดเห็นชอบให้คืนเงินกู้ต่างประเทศกับเครดิตเพื่อบูรณะและพัฒนาแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (KFW) 25.38 ล้านยูโร หรือ1,196 ล้านบาท ก่อนครบกำหนดโครงการในปี 2588

เนื่องจาก ธนาคารมีสภาพคล่องส่วนเกินมากพอแล้ว อีกทั้งการคืนเงินกู้ก่อนกำหนดทำให้ไม่ต้องเสียค่าป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (CCS) และเป็นการลดภาระหนี้สาธารณะของประเทศด้วยเช่นกัน เพราะเงินกู้จำนวนนี้มีกระทรวงการคลังเป็นผู้ค้ำประกัน