"เทวินทร์"เยือนโมซัมบิคถกซื้อก๊าซLNG จากแหล่ง Rovuma offshore Area 1 ที่ปตท.สผ.ร่วมลงทุนเผยเป็นแหล่งผลิตศักยภาพสูงระดับโลก
นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) โพสต์ผ่านเฟสบุ๊ค Tevin at PTT ว่า เมื่อช่วงวันหยุดยาวกลางเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา ได้เดินทางไปประเทศโมซัมบิกเพื่อติดตามความคืบหน้าโครงการ Rovuma offshore Area 1 ซึ่ง บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. ร่วมลงทุนในสัดส่วน 8.5%
นายเทวินทร์ได้เข้าพบบริษัท Anadarko ผู้ดำเนินโครงการ และนายกรัฐมนตรีและผู้บริหารส่วนราชการต่างๆ ของประเทศโมซัมบิกเพื่อแสดงความเชื่อมั่นและสนับสนุนการพัฒนาโครงการ เพราะจะเป็นประโยชน์กับทั้งสองประเทศในระยะยาว โดย ปตท. วางแผนจะรับซื้อก๊าซธรรมชาติเหลว(LNG) จากโครงการ Rovuma offshore Area 1 เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการรองรับความต้องการก๊าซธรรมชาติของประเทศไทยในระยะยาว
สำหรับแปลงสำรวจ Rovuma Area 1 มีแหล่งก๊าซฯ ขนาดใหญ่ที่สุดที่มีการค้นพบในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ศักยภาพที่ประเมินไว้ขณะนี้คือ 75 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุต เมื่อรวมกับแปลงที่ติดกันทำให้โมซัมบิกมีศักยภาพถึง 140 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุต สามารถพัฒนาเป็นผู้ผลิต LNG ที่สำคัญของโลกเช่นเดียวกับกาตาร์
ขณะเดียวนายเทวินทร์ยังได้ไปเยี่ยมชมเทคโนโลยีผลิต LNG ที่นิคมอุตสาหกรรมชื่อ Las Laffan ประเทศกาตาร์ ซึ่งมีพื้นที่รวมกว่า 200 ตารางกิโลเมตร มีกำลังการผลิต 77 ล้านตันต่อปี และเป็นผู้ผลิต LNG รายใหญ่ที่สุดของโลก โดย ปตท. ได้เริ่มนำเข้า LNG จากกาตาร์มาตั้งแต่ปี 2558 ในปริมาณ 2 ล้านตันต่อปี
รวมถึงได้พบผู้บริหารและเข้าชมโรงงานของบริษัท Qatar Gas ซึ่งเป็นการร่วมทุนระหว่างบริษัทพลังงานแห่งชาติ Qatar Petroleum และบริษัทต่างชาติ เพื่อทำหน้าที่เป็นผู้ก่อสร้างและดำเนินโครงการ มีกำลังการผลิตรวม 42 ล้านตันต่อปี โรงงานแรกเริ่มผลิตตั้งแต่ปี 2539 และได้ขยายโรงงานรวมทั้งพัฒนาสายการผลิตขนาดที่ใหญ่ที่สุดในโลก (Mega Train) คือ 7.8 ล้านตันต่อปี
ทั้งนี้ประเทศกาตาร์ ค้นพบแหล่งก๊าซฯใหญ่ที่สุดในโลก ชื่อ North Field ในอ่าวเปอร์เซีย มีปริมาณสำรองก๊าซ 900 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุต ถ้าเทียบกับประเทศไทยจะพบว่า ศักยภาพการผลิตก๊าซฯ รวมกับก๊าซฯ ที่ผลิตไปแล้วตลอด 35 ปีที่ผ่านมีเพียง30 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุต หรือคิดเป็น 3% ของกาตาร์เท่านั้น









