สรุปประเด็นจากการ Roadshow
ประเด็นการลงทุน
เราจัด Roadshow ผู้บริหารพบนักลงทุนและกองทุนในประเทศ โดยคุณเชิดศักดิ์ วัฒนวิจิตรกุล (กรรมการผู้จัดการ) เป็นผู้ให้ข้อมูล ประเด็นสำคัญเป็นการเน้นถึงการเติบโตของกำไรที่คาดจะทำจุดสูงสุดใหม่ในแต่ละไตรมาส จากการเริ่มขายไฟฟ้า (COD) ของโรงไฟฟ้าอีก 3 โรง ซึ่งอยู่ระหว่างก่อสร้าง และโมเด็ลธุรกิจของบริษัทที่ปิดความเสี่ยงเรื่องการจัดหาวัตถุดิบและต้นทุนวัตถุดิบจากการใช้ระบบ outsource เข้ามารับประกันปริมาณหน่วยการผลิตไฟฟ้า และให้ outsource เป็นผู้รับผิดชอบต้นทุนค่าวัตถุดิบ นอกจากนี้นักลงทุนชื่นชอบธุรกิจชีวมวลเพราะเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนที่หลังจากเปลี่ยนจาก adder เป็น FiT แล้วได้ค่าไฟฟ้าเพิ่มขึ้น เพราะภาครัฐให้การสนับสนุน ในขณะที่โซล่าร์ และ ลม ได้ค่าไฟฟ้าลดลง
เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 24 บาท โดยเรามองปัจจัยหนุนจากแนวโน้มกำไรในช่วง 2H16-2017 ที่จะเห็นการเติบโตก้าวกระโดด และการได้รับ PPA โรงไฟฟ้าชีวมวล โครงการปัตตานีเพิ่ม คาด 1-2 เดือนหน้า ซึ่งบริษัทได้ LOI เป็นที่เรียบร้อยขณะนี้อยู่ระหว่างขอ EIA ซึ่งจะสามารถเปลี่ยนเป็น PPA ได้ 23MW คาดมูลค่าเหมาะสมจะปรับเพิ่มอีก 6 บาท/หุ้น
ธุรกิจที่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐฯ
เรามองว่าโรงไฟฟ้าชีวมวลเป็นธุรกิจที่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐฯ เสมอมาเห็นได้จากการที่โรงไฟฟ้าชีวมวลได้รับค่าไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น จากราว 3.0-3.5 บาท/หน่วย มาเป็น 4.5-5.0 บาท/หน่วย หลังจากการเปลี่ยนระบบจาก adder มาเป็น FiT ในขณะที่พลังงานทางเลือกอื่น เช่น โซล่าร์ และ ลม ได้ค่าไฟฟ้าลดลง เพราะโรงไฟฟ้าชีวมวลคือหัวใจสำคัญที่ทำให้วงจรรีไซเคิลกากขยะภาคการเกษตรของประเทศจำนวนมหาศาลถูกนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ดังนั้นธุรกิจของ TPCH จึงเป็นสิ่งจำเป็น และเป็นโครงการที่ภาครัฐฯให้การสนับสนุน ดูได้จากการเตรียมความพร้อมจะประมูล PPA โรงไฟฟ้าชีวมวล อีกราว 500MW ใน 4Q16
โมเด็ลธุรกิจที่ปิดความเสี่ยง
บริษัทได้ปิดความเสี่ยงจากการดำเนินงาน ด้วยโมเด็ลการถือหุ้นร่วมกับกลุ่มผู้ค้าไม้ที่มีวัตถุดิบเพียงพอ และการใช้ outsource ในการบริหารโรงไฟฟ้า ซึ่งบริษัทจะได้รับประกันจำนวนหน่วยการผลิตไฟฟ้าจาก outsource ให้อยู่ในระดับ IRR ที่บริษัทกำหนด ในขณะที่บริษัทจ่ายค่าบริหารจัดการให้กับ outsource ในลักษณะต้นทุนคงที่ (fixed cost) จึงสามารถมั่นใจได้ว่ากำไรของบริษัทจะเติบโตได้ตามคาด
Upside กรณีบริษัทได้ PPA โครงการปัตตานีเดือนหน้า
ปัจจัยหนุนราคาหุ้นและโอกาสในการปรับกำไรขึ้นของเราและตลาดคาดมาจาก โครงการชีวมวลที่ปัตตานี เฟสที่ 1 (PTG1) 23MW ในระบบ SPP ซึ่งปัจจุบันบริษัทได้รับ LOI แล้ว (ไม่ต้องประมูลรวมกับโควต้าชีวมวลภสคไต้ 36MW) ขณะนี้อยู่ระหว่างขอ EIA คาดรู้ผลเดือนหน้า และเมื่อ EIA ผ่านจะสามารถเปลี่ยนเป็น PPA ได้ ซึ่งผู้บริหารคาดไม่เกิน 1-2 เดือนข้างหน้านี้ ซึ่งเรายังไม่ได้รวมไว้ในประมาณการกำไรและราคาเป้าหมาย เบื้องต้นคาดราคาเป้าหมายจะปรับเพิ่มราว 6 บาท/หุ้น สำหรับ PPA ในโครงการ PTG1 และคาดจะส่งผลให้กำไรในปี 2018 เติบโตมากกว่าคาดราว 20% เป็น 700 ล้านบาท หรือเติบโตเฉลี่ย 60%/ปี ในช่วง 2016-18 (CAGR)









