สำรวจความเห็นนักวิเคราะห์ 10 โบรกเกอร์มั่นใจดัชนีหุ้นไทยปลายปียืนเหนือ 1,500 จุด จับกระแสเงินทุนต่างชาติเปลี่ยนแปลงตามนโยบายการเงินทั่วโลก
จากการสำรวจความคิดเห็นของนักวิเคราะห์หลักทรัพย์รวม 10 บริษัทหลักทรัพย์ พบว่าเกือบทุกรายมองว่าดัชนีหุ้นไทยปลายปีน่าจะขึ้นไปยืนเหนือ 1,500 จุด โดยคาดว่าหุ้นไทยน่าจะเคลื่อนไหวในช่วง 1,500-1,550 จุด โดยมี 5 โบรกเกอร์ที่มองว่าดัชนีมีโอกาสขึ้นไปทดสอบระดับ 1,600 จุด ในปีนี้
ได้แก่ บล.ทิสโก้ บล.โนมูระ พัฒนสิน บล.กสิกรไทย บล.เคที ซีมิโก้ และบล.ไทยพาณิชย์ ขณะที่ บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส อยู่ระหว่างการปรับเพิ่มเป้าดัชนีสิ้นปีนี้ จากเดิมที่คาดว่าจะอยู่ที่ 1,480 จุด โดยอยู่ระหว่างการทำสำรวจกำไรบริษัทในไตรมาส 2/2559 โดยปัจจัยที่นักวิเคราะห์ส่วนมากให้ความสำคัญเป็นเรื่องของเม็ดเงินลงทุนต่างชาติ (Fund Flow) ซึ่งหนุนให้ดัชนีหุ้นขึ้นมาต่อเนื่อง
ขณะที่ดัชนีหุ้นเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาอยู่ที่ 1,509.13 จุดหลังจากระหว่างสัปดาห์ขึ้นไปทำจุดสูงสุดในรอบ 1 ปี ที่ 1,517.59 จุด
นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิจัย บล.เอเซีย พลัส มองว่า กระแสเงินไหลเข้าปัจจุบันนี้เปลี่ยนแปลงได้รวดเร็ว เพราะฉะนั้นหากแค่เงินเริ่มหยุดไหลเข้าก็อาจกดดันให้หุ้นลงได้แล้ว
ด้านนางสาวธีระดา ชาญยิ่งยงค์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) กล่าวว่า คงต้องติดตามกระแสเงินทุนที่เปลี่ยนแปลงค่อนข้างเร็ว โดยดัชนีระดับนี้ไม่แนะนำให้นักลงทุนไล่ราคาหุ้น แม้ดัชนีอาจจะวิ่งขึ้นได้ต่อ แต่เชื่อว่าระมัดะวังไว้น่าจะปลอดภัยกว่า
ส่วนปัจจัยภายนอกประเทศที่นักวิเคราะห์แนะนำให้ติดตามเป็นเรื่องของนโยบายธนาคารกลางสหรัฐ การอัดฉีดสภาพคล่องธนาคารกลางยุโรปและญี่ปุ่น ซึ่งจะส่งผลต่อเงินทุนและอัตราแลกเปลี่ยน
สำหรับในช่วงสั้นนั้น นักวิเคราะห์ส่วนมากแนะนำให้จับตาดูผลประกอบการไตรมาส 2/2559 ของบริษัทจดทะเบียน หากออกมา่ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ก็อาจจะมีการปรับเป้าดัชนีสิ้นปีนี้ขึ้นไปได้
นายพรเทพ ชูพันธ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน สายงานวิจัย บล.ไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ปัจจัยสำคัญในประเทศ 3 ส่วนหลัก คือ การลงทุนภาครัฐ หากทำได้ตามแผนในปีนี้ จะช่วยเสริมความมั่นใจให้กับภาคเอกชนกล้าลงทุนตาม ขณะที่เม็ดเงินก็จะไหลเข้าสู่ระบบในปีหน้า รายได้จากภาคเกษตรก็เริ่มเห็นสัญญาณดีขึ้น โดยหากภาครัฐและการใช้สอยของประชาชนยังเดินหน้าต่อเนื่อง เชื่อว่าจะช่วยดึงให้ภาคเอกชนลงทุนตามได้









