ซื้อหุ้น กลุ่ม โรงกลั่น ท่องเที่ยว รับเหมา
UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้ : แกว่งตัวออกด้านข้าง
ทิศทางตลาดหุ้นไทยวันนี้ คาดจะแกว่งตัวออกด้านข้างตามตลาดหุ้นในภูมิภาคเช้านี้ที่ส่วนใหญ่ปรับตัวลง ขณะที่ผลการประชุมธนาคารกลางยุโรปวานนี้ยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายต่างๆไว้ตามเดิม และยืนยันแผนการซื้อสินทรัพย์ (QE) ที่ 80,000 ล้านยูโร/เดือน ถึงเดือน มี.ค.2560 หรือนานกว่านั้น จนกว่าจะเห็นการปรับตัวอย่างมีเสถียรภาพของเงินเฟ้อที่สอดส้องกับเป้าหมาย อย่างไรก็ดีทางธนาคารกลางยุโรปอาจมีแผนรับมือกับ Brexit ในการประชุมครั้งต่อไปในเดือน ก.ย. 2559
แนวรับ/แนวต้าน : 1490/1520 สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 50% : พอร์ตหุ้น 50%
กลยุทธ์ : ซื้อหุ้น กลุ่ม โรงกลั่น ท่องเที่ยว รับเหมา
หุ้นแนะนำ
KCE (105) : เรามองว่าแนวโน้มค่าเงินยูโรอ่อนจะมีผลกระทบจำกัดต่อ KCE จากการศึกษาของเราพบว่า Correlation ระหว่างค่าเงินบาทต่อยูโรและอัตรากำไรขั้นต้นของ KCE ในช่วง 41 ไตรมาสย้อนหลังอยู่ที่ -0.29 ซึ่งสะท้อนว่าทิศทางค่าเงินยูโรไม่ได้เป็นปัจจัยเดียวที่จะชีวัดทิศทางการดำเนินงานของผลประกอบการได้ เราจึงแนะนำซื้อสะสมเมื่ออ่อนตัว จากแนวโน้มอุตสาหกรรมแผงวงจรไฟฟ้าในรถยนต์ที่สดใส
PACE (4.20) : ภาพรวมผลการดำเนินงานคาดว่าจะพลิกจากขาดทุนมาเป็นบวกในช่วง 1-2 ปีนี้ จากการรับรู้รายได้ของโครงการมหาครและมหาสมุทร เราจึงแนะนำให้ซื้อสะสมในช่วงราคาหุ้นอ่อนตัว นอกจากนี้ในระยะยาวคาดว่าจะเห็นการขยายตัวในธุรกิจร้านกาแฟ Dean & Deluca มากขึ้นทั้งในและต่างประเทศ
STA (13.50) : เราคาดว่าแนวโน้มกำไร 2Q59 จะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทั้ง qoq และ yoy จากราคายาง TOCOM ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องมาอยู่ที่ระดับ 180 เยน/กิโลกรัม เทียบกับช่วงปลาย 1Q59 ที่ระดับ 170 เยน/กิโลกรัม อีกทั้งในช่วง 2Q59 จะอยู่นอกฤดูกรีดยางจึงทำให้ supply ในตลาดไม่เพิ่มขึ้นซึ่งส่งดีต่อราคายาง ทั้งนี้ราคาหุ้นได้พักตัวลงมาในขณะที่ราคายางยังอยู่ในช่วงขาขึ้นเราจึงคิดว่าเป็นโอกาสเข้าซื้อสะสม
THAI (31.75) : คาดผลประกอบการ 2Q59 ดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์จากราคาน้ำมันในช่วงต้น 2Q59 ที่อยู่ในระดับต่ำ นอกจากนี้ THAI ยังได้รับผลบวกจากการท่องเที่ยวที่ยังแรงต่อเนื่องโดยเฉพาะจากนักท่องเที่ยวชาวจีน การฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย และต้นทุนลดลงจากการปฏิรูปองค์กรในปี 58
ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน
ปัจจัยภายในประเทศ
- ครึ่งปีแบงก์ใหญ่กำไรทรุดหลังตั้งสำรองหนี้สูญเพิ่ม ธนาคารเล็กรายได้ทะยาน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผลประกอบการไตรมาสสอง และงวด 6 เดือนของธนาคารพาณิชย์ 11 แห่ง พบว่า แม้ทุกธนาคารมีกำไร โดยมีกำไรครึ่งปีรวมมากกว่า 104,393 ล้านบาท ซึ่งเป็นการเติบโตจากรายได้จากดอกเบี้ยสินเชื่อ และการเก็บค่าธรรมเนียมที่เพิ่มขึ้น แต่ก็พบว่าธนาคารขนาดใหญ่มีกำไรลดลง เนื่องจากตั้งสำรองเผื่อหนี้สงสัยจะสูญเพิ่มขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและการผิดนัดชำระที่สูงขึ้น สวนทางกับธนาคารพาณิชย์ขนาดเล็กที่เติบโตได้แบบก้าวกระโดดถึง 70-80% (ที่มา:เดลินิวส์)
+ คปภ.วางโครงสร้างรับฟินเทค ผ่อนเกณฑ์สนับสนุนสตาร์ทอัพประกัน เปิดทางใช้เทคโนโลยีใหม่ นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า เนื่องจากอุตสาหกรรมประกันภัยเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจการเงิน คปภ.จึงเตรียมที่จะนำฟินเทคเข้ามาใช้ใน 4 มิติ คือ มิติแรก เทคโนโลยีความจำเป็น แต่ต้องทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยเฉพาะอุตสาหกรรมประกันภัยนั้น มีบริษัทที่มีความแตกต่างกันด้านขนาด มีทั้งขนาดเล็ก ขนาดกลาง และขนาดใหญ่ ซึ่งมีขีดความสามารถในการแข่งขันที่ไม่เท่ากัน โดยเฉพาะบริษัทเล็กจำเป็นต้องอาศัยเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน โดยเฉพาะการลดต้นทุนในการดำเนินงาน (ที่มา: โพสต์ทูเดย์)
- บ้านประชารัฐวืดลูกค้าเมิน ยอดกู้ไม่ขึ้นขอรัฐลดดอกช่วย ธอส.เท6.5หมื่นล.หนุนมีบ้าน นายโสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการบริหารศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก.เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตทแอฟแฟร์ส (แอเรีย) เปิดเผยว่า โครงการบ้านประชารัฐเป็นโครงการที่ไม่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้จริงอย่างที่รัฐบาลต้องการโดยจากการประเมินผลพบว่า โครงการตั้งเป้าหมายปล่อยกู้ไว้ที่ยอดเงิน 40,000 ล้านบาท แต่ขณะนี้ปล่อยกู้ได้ในวงเงินเพียง 7,700 ล้านบาทเท่านั้น อีกทั้งธนาคารในโครงการประชารัฐยังไม่อนุมัติให้ผู้ยื่นกู้โครงการดังกล่าวสูงถึง 50% จึงทำให้ประชาชนหันไปกู้เงินในโครงการตามปกติที่ดอกเบี้ยไม่ได้ต่างกันมากนัก (ที่มา:เดลินิวส์)
ปัจจัยต่างประเทศ
- ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทปิดปรับตัวลงในวันพฤหัสบดี หลังผิดหวังกับรายงานผลประกอบการจากบริษัทอินเทล และบริษัทด้านการขนส่ง ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดลบ 77.80 จุดหรือ 0.42% สู่ 18,517.23, ดัชนี S&P 500 ปิดลดลง 7.85 จุดหรือ 0.36% สู่ 2,165.17 และดัชนี Nasdaq ปิดปรับตัวลง 16.03 จุดหรือ 0.31% สู่ 5,073.90 หุ้นอินเทลร่วง 4% หลังรายงานการขยายตัวของรายได้ชะลอตัวลงในธุรกิจศูนย์ข้อมูล
- ดัชนี FTSE 100 ที่ตลาดหุ้นอังกฤษปิดร่วงลงในวันพฤหัสบดี หลังจากปิดตลาดในแดนบวกมานาน 4 วันติดต่อกัน โดยหุ้นกลุ่มสายการบินดิ่งลงอย่างรุนแรง หลังจากสายการบินอีซีเจ็ตและลุฟท์ฮันซาประกาศเตือนว่า ยอดจองตั๋วชะลอตัวลง และแนวโน้มย่ำแย่ลง ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 ปิดร่วงลง 29.10 จุด หรือ 0.43 % สู่ 6,699.89 หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 6,694.52-6,732.07
+ ราคาทองสปอตที่ตลาดสหรัฐพุ่งขึ้น 15.19 ดอลลาร์ หรือ 1.15 % สู่ 1,330.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในช่วงท้ายตลาดวันพฤหัสบดี หลังจากดิ่งลงแตะจุดต่ำสุดรอบ 3 สัปดาห์ที่ 1,310.56 ดอลลาร์ในระหว่างวัน ในขณะที่ดอลลาร์ร่วงลง และดัชนีตลาดหุ้นสำคัญเคลื่อนตัวอยู่ใกล้สถิติสูงสุด หลังจากธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ประกาศตรึงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิม
- ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ดิ่งลง 2.2 % ในวันพฤหัสบดี ในขณะที่นักลงทุนพิจารณาตัวเลขของรัฐบาลสหรัฐที่แสดงให้เห็นว่า สต็อกน้ำมันเบนซินและผลิตภัณฑ์น้ำมันอื่นๆเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งส่งผลให้อุปทานปิโตรเลียมทั้งหมดในสหรัฐขึ้นไปแตะสถิติสูงสุด ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบส่งมอบเดือนก.ย.ดิ่งลง 1 ดอลลาร์ หรือ 2.2 % มาปิดตลาดที่ 44.75 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล








