เอกชน 47 ราย สนใจเข้าร่วมยื่นตรวจสอบคุณสมบัติประมูลข้าวล็อตใหญ่ 3.7 ล้านตัน พร้อมเปิดให้ยื่นซองสัปดาห์หน้า
กระทรวงพาณิชย์เปิดให้ผู้สนใจเข้าร่วมยื่นซองตรวจสอบคุณสมบัติประมูลข้าวสารสตอกรัฐบาล 2 ล็อต ทั้งการประมูลให้กับภาคเอกชนที่มีคำสั่งซื้อจากต่างประเทศและการประมูลเป็นการทั่วไปและเพื่อเข้าสู่อุตสาหกรรม ปริมาณรวมกว่า 3.7 ล้านตัน โดยเอกชนสนใจร่วม 47 ราย ก่อนจะประกาศรายชื่อผู้ผ่านคุณสมบัติทั้ง 2 ล็อต ในวันที่ 25 กรกฏาคมนี้ และสามารถยื่นซองเสนอราคาทันทีวันเดียวกัน
ทั้งนี้ ในช่วงเช้าเป็นการยื่นซองตรวจสอบคุณสมบัติการประมูลข้าวสารในสตอกของรัฐให้กับภาคเอกชนที่มีคำสั่งซื้อจากต่างประเทศ ครั้งที่ 1 ของปี 2559 ซึ่งเป็นข้าวระดับคุณภาพที่สามารถปรับปรุง เพื่อการส่งออกได้ รวม 17 ชนิด จำนวน 139 คลัง ปริมาณกว่า 2.18 ล้านตัน ซึ่งมีภาคเอกชนเข้าร่วมยื่นซอง 9 ราย โดยผู้ประมูลจะต้องมีคำสั่งซื้อข้าวจากต่างประเทศถึงจะเข้าร่วมประมูลได้
ขณะที่การประมูลข้าวสารในสตอกของรัฐเป็นการทั่วไปและเพื่อเข้าสู่อุตสาหกรรม ครั้งที่ 1 ของปี 2559 ปริมาณรวมกว่า 1.6 ล้านตัน ซึ่งเป็นข้าวจากคลังที่มีข้าวหลายเกรดในคลังเดียวกันที่ทำการคัดแยก แบ่งเป็นข้าวที่มีมาตรฐานและสามารถนำไปปรับปรุงสู่การบริโภคได้ หรือประมูลเป็นแบบทั่วไป ประมาณ 730,000 ตัน และข้าวเกรด C เป็นข้าวผิดไปจากมาตรฐานและข้าวผิดชนิด ประมาณ 900,000 ตัน รวม 108 คลังใน 26 จังหวัด ยังคงได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการค้าข้าวและผู้ประกอบการโรงงานอุตสาหกรรมยื่นซองตรวจสอคุณสมบัติรวม 38 ราย
อย่างไรก็ตาม การประมูลทั้ง 2 ล็อต จะประกาศรายชื่อผู้ที่ผ่านคุณสมบัติวันที่ 25 กรกฎาคมนี้ และสามารถยื่นซองเสนอราคาวันเดียวกัน แต่การประมูลเป็นการทั่วไปและเพื่อเข้าสู่อุตสาหกรรมจะเปิดซองทันทีวันเดียวกัน ซึ่งจะมีมาตรการให้องค์การคลังสินค้า(อคส.) และองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก. )ควบคุมการนำข้าวเสียเข้าสู่อุตสาหกรรมที่ไม่ใช่อาหารคน ขณะที่การประมูลให้กับภาคเอกชนที่มีคำสั่งซื้อจากต่างประเทศจะเปิดซองในวันที่ 28 กรกฎาคม 2559 และประกาศรายชื่อผู้เสนอราคาซื้อสูงสุดแต่ละคลังวันที่ 29 กรกฎาคม 2559 เพื่อมาเจรจาต่อรองราคากับคณะทำงาน โดยผู้ประกอบการที่ได้รับความเห็นชอบจะต้องทำสัญญาซื้อขายข้าวภายใน 15 วันทำการและจะต้องดำเนินการส่งออกข้าวไปต่างประเทศภายใน 45 วัน นับแต่วันที่รับมอบ และขนย้ายข้าวสารจากคลังเสร็จสิ้น พร้อมแสดงเอกสารหลักฐานการส่งออก ภายใน 30 วันนับแต่วันที่เสร็จสิ้นการส่งออกแต่ละครั้ง เพื่อตรวจสอบให้มีการส่งออกจริง ไม่ให้กระทบกับราคาข้าวในประเทศ









