สั่ง 'ม.44' แก้ปัญหาโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน

สั่ง 'ม.44' แก้ปัญหาโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน

"ประยุทธ์" สั่ง "ม.44" แก้ปัญหาโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ปมเชื่อมต่อ-ร่วมใช้ระบบรถไฟฟ้า การพิจารณาคัดเลือกเอกชน และการแก้ไขสัญญาร่วมลงทุน

ราชกิจจานุเบกษา หน้า ๘๓ เล่ม ๑๓๓ ตอนพิเศษ ๑๖๐ ง ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๕๙ คําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๔๒/๒๕๕๙ เรื่อง การดําเนินการโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ําเงิน

โดยที่การจัดระบบการขนส่งสาธารณะเป็นเรื่องสําคัญในการพัฒนาระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ
และเป็นการอํานวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชน แต่เนื่องจากการจัดระบบการขนส่ง
สาธารณะโดยรถไฟฟ้าโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ําเงิน ซึ่งประกอบด้วย โครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ําเงิน
(สายเฉลิมรัชมงคล) ช่วงหัวลําโพง - บางซื่อ และโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ําเงินส่วนต่อขยาย ช่วงหัวลําโพง - บางแค และช่วงบางซื่อ - ท่าพระ ในปัจจุบันยังมีปัญหาในการเชื่อมต่อและร่วมใช้ระบบรถไฟฟ้า การพิจารณาคัดเลือกเอกชน และการแก้ไขสัญญาร่วมลงทุน เพื่อให้มีการเดินรถแบบต่อเนื่องเป็นโครงข่ายเดียวกัน (Through Operation) และแม้คณะรัฐมนตรีจะได้มีมติเมื่อวันที่ ๓ พฤษภาคม ๒๕๕๙ เร่งรัดให้มี
การดําเนินการแก้ไขปัญหาการเชื่อมต่อและร่วมใช้ระบบรถไฟฟ้าเพื่อให้การเดินรถแล้วเสร็จโดยเร็ว
แต่หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องก็ยังไม่สามารถดําเนินการร่วมกันให้เป็นผลสําเร็จได้ ซึ่งจะทําให้การเริ่ม
เปิดให้บริการเดินรถโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ําเงินส่วนต่อขยาย ช่วงหัวลําโพง - บางแค และช่วงบางซื่อ - ท่าพระมีความล่าช้าออกไปมาก ส่งผลให้ประชาชนผู้ใช้บริการไม่ได้รับความสะดวก รวมทั้งอาจมีผลกระทบไปถึงระบบความปลอดภัยในการใช้บริการ นอกเหนือไปจากนั้นรัฐยังต้องสูญเสียรายได้และมีภาระค่าใช้จ่ายตลอดจนมีความสูญเสียทางเศรษฐกิจอีกเป็นจํานวนมาก ดังนั้น เพื่อให้การดําเนินโครงการดังกล่าวสามารถดําเนินการได้อย่างมีประสิทธิผลและรวดเร็ว อันจะเป็นประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนผู้ใช้บริการและเป็นการรักษาผลประโยชน์ของรัฐ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูปการจัดระบบการขนส่งสาธารณะของประเทศ

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๔๔ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว)
พุทธศักราช ๒๕๕๗ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติโดยความเห็นชอบของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ จึงมีคําสั่ง ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ในคําสั่งนี้
“คณะกรรมการคัดเลือก” หมายความว่า คณะกรรมการคัดเลือกโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ําเงิน
ส่วนต่อขยาย ช่วงหัวลําโพง - บางแค และช่วงบางซื่อ - ท่าพระ ตามมาตรา ๓๕ แห่งพระราชบัญญัติ
การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ. ๒๕๕๖ ที่ดําเนินการอยู่ในวันที่คําสั่งนี้มีผลใช้บังคับ
“คณะกรรมการกํากับดูแล” หมายความว่า คณะกรรมการกํากับดูแลโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ําเงิน
(สายเฉลิมรัชมงคล) ช่วงหัวลําโพง - บางซื่อ ตามมาตรา ๔๓ แห่งพระราชบัญญัติการให้เอกชนร่วมลงทุน
ในกิจการของรัฐ พ.ศ. ๒๕๕๖ ที่ดําเนินการอยู่ในวันที่คําสั่งนี้มีผลใช้บังคับ
“โครงการรถไฟฟ้าสายเฉลิมรัชมงคล” หมายความว่า โครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ําเงิน
(สายเฉลิมรัชมงคล) ช่วงหัวลําโพง - บางซื่อ

“โครงการส่วนต่อขยาย” หมายความว่า โครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ําเงินส่วนต่อขยาย
ช่วงหัวลําโพง - บางแค และช่วงบางซื่อ - ท่าพระ
ข้อ ๒ ภายใต้บังคับข้อ ๔ ให้คณะกรรมการคัดเลือกยุติการดําเนินการใด ๆ ที่อยู่ระหว่าง
ดําเนินการตามพระราชบัญญัติการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ. ๒๕๕๖ และ
ให้ดําเนินการโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ําเงินตามที่กําหนดในคําสั่งนี้
ข้อ ๓ ให้คณะกรรมการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยกําหนดหลักเกณฑ์
การแบ่งปันผลประโยชน์จากค่าโดยสาร รวมถึงหลักเกณฑ์อื่นเพื่อประโยชน์ในการเชื่อมต่อหรือร่วมใช้
กิจการรถไฟฟ้าตามมาตรา ๔๘ แห่งพระราชบัญญัติการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย
พ.ศ. ๒๕๔๓ เพื่อใช้เป็นหลักเกณฑ์ในการพิจารณาของคณะกรรมการตามข้อ ๔ และข้อ ๗ สําหรับ
การดําเนินโครงการรถไฟฟ้าสายเฉลิมรัชมงคลและโครงการส่วนต่อขยาย โดยหลักเกณฑ์ดังกล่าว
ต้องคํานึงถึงความสะดวกและความปลอดภัยในการใช้บริการของประชาชน ทั้งนี้ ให้รับฟังความเห็น
ของกระทรวงคมนาคม สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สํานักงาน
คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ และคณะกรรมการความร่วมมือป้องกันการทุจริตตามข้อ ๙
ประกอบด้วย โดยให้ดําเนินการให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันที่คําสั่งนี้มีผลใช้บังคับ และ
ให้เสนอหลักเกณฑ์พร้อมทั้งความเห็นของหน่วยงานดังกล่าวต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับหลักเกณฑ์ตามวรรคหนึ่ง
ข้อ ๔ เพื่อประโยชน์ในการดําเนินการโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ําเงินให้สามารถเดินรถ
แบบต่อเนื่องเป็นโครงข่ายเดียวกัน (Through Operation) และการกําหนดระยะเวลาการดําเนิน
โครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ําเงินให้มีระยะเวลาการดําเนินการโครงการสิ้นสุดลงพร้อมกันหรือสอดคล้องกัน
ให้คณะกรรมการคัดเลือกและคณะกรรมการกํากับดูแลประชุมร่วมกันเพื่อพิจารณาการดําเนินการ
โครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ําเงิน ในส่วนของงานระบบรถไฟฟ้าโครงการรถไฟฟ้าสายเฉลิมรัชมงคล
และโครงการส่วนต่อขยาย โดยให้ดําเนินการให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันที่รัฐมนตรีว่าการ
กระทรวงคมนาคมให้ความเห็นชอบหลักเกณฑ์ตามข้อ ๓
เมื่อคณะกรรมการตามวรรคหนึ่งดําเนินการจนได้ข้อยุติแล้ว ให้เจรจาร่วมกันกับผู้รับสัมปทาน
เดินรถไฟฟ้าโครงการรถไฟฟ้าสายเฉลิมรัชมงคลให้ดําเนินการโครงการส่วนต่อขยาย และดําเนินการให้มี
การแก้ไขสัญญาร่วมลงทุนโครงการรถไฟฟ้าสายเฉลิมรัชมงคลกับผู้รับสัมปทานดังกล่าว เพื่อให้สามารถ
เดินรถแบบต่อเนื่องเป็นโครงข่ายเดียวกัน (Through Operation) โดยให้ดําเนินการเจรจาและแก้ไข
สัญญาให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ครบกําหนดเวลาตามวรรคหนึ่ง

ในการดําเนินการตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง ต้องคํานึงถึงประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน
ผู้ใช้บริการ และการแบ่งปันผลประโยชน์ต่อภาครัฐอย่างเหมาะสมและเป็นธรรม และรับฟังความเห็น
ของคณะกรรมการความร่วมมือป้องกันการทุจริตตามข้อ ๙ ด้วย
ข้อ ๕ ในกรณีที่ไม่อาจดําเนินการให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาตามข้อ ๓ หรือข้อ ๔
ให้กระทรวงคมนาคมรายงานผลการดําเนินการ รวมทั้งสาเหตุของการดําเนินการไม่แล้วเสร็จ
ไปยังนายกรัฐมนตรี โดยนายกรัฐมนตรีอาจพิจารณาขยายระยะเวลาออกไปได้อีกตามที่เห็นสมควรก็ได้
ข้อ ๖ ในกรณีที่คณะกรรมการคัดเลือกและคณะกรรมการกํากับดูแลไม่อาจดําเนินการ
ให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาตามข้อ ๔ และนายกรัฐมนตรีไม่อนุมัติให้มีการขยายระยะเวลาออกไป
ตามขอ้ ๕ หรือในกรณีที่คณะกรรมการคัดเลือกและคณะกรรมการกํากับดูแลไม่สามารถหาข้อยุติได้ตามข้อ ๔
ให้ยุติการดําเนินการดังกล่าวและให้กระทรวงคมนาคมรายงานผลการดําเนินการไปยังคณะรัฐมนตรี
เพื่อพิจารณา
ข้อ ๗ ในกรณีที่คณะรัฐมนตรีพิจารณารายงานตามข้อ ๖ แล้วมีมติเห็นควรให้ดําเนิน
โครงการต่อไป ให้มีคณะกรรมการพิจารณาการดําเนินการโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ําเงิน ขึ้นคณะหนึ่ง
ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงคมนาคม เป็นประธานกรรมการ ปลัดกระทรวงการคลัง เลขาธิการ
คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ผู้อํานวยการ
สํานักงบประมาณ อัยการสูงสุด และผู้อํานวยการสํานักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ เป็นกรรมการ
และผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย เป็นกรรมการและเลขานุการ เพื่อทําหน้าที่แทน
คณะกรรมการตามข้อ ๔ โดยให้ดําเนินการให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันที่คณะรัฐมนตรีมีมติ
และให้รับฟังความเห็นของคณะกรรมการความร่วมมือป้องกันการทุจริตตามข้อ ๙ ประกอบการพิจารณาด้วย
ทั้งนี้ หากยังดําเนินการไม่ได้ข้อยุติภายในระยะเวลาที่กําหนด ให้เสนอแนวทางอื่นในการดําเนินการ
โครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ําเงินต่อคณะรัฐมนตรีต่อไป
ข้อ ๘ เมื่อมีการดําเนินการตามข้อ ๔ หรือข้อ ๗ แล้วแต่กรณี จนได้ผลการเจรจา
และร่างสัญญาร่วมลงทุนกับเอกชนแล้ว ให้ถือว่าเป็นการดําเนินการตามพระราชบัญญัติการให้เอกชน
ร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ. ๒๕๕๖ ในส่วนของการคัดเลือกเอกชนแล้ว และให้ดําเนินการ
ตามขั้นตอนต่อไปตั้งแต่มาตรา ๔๐ หรือมาตรา ๔๗ วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติการให้เอกชนร่วมลงทุน
ในกิจการของรัฐ พ.ศ. ๒๕๕๖ แล้วแต่กรณี โดยให้สํานักงานอัยการสูงสุดตรวจพิจารณาร่างสัญญาร่วมลงทุน
ที่ผ่านการเจรจากับเอกชนหรือผู้รับสัมปทานให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับร่างสัญญาดังกล่าว

ข้อ ๙ ให้นําหลักเกณฑ์ วิธีการ และแนวทางในการใช้ระบบข้อตกลงคุณธรรม (Integrity Pact)
ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๐ มกราคม ๒๕๕๘ มาใช้กับการดําเนินการตามข้อ ๓ ข้อ ๔ และข้อ ๗
ตามคําสั่งนี้
ข้อ ๑๐ ผู้ซึ่งได้รับแต่งตั้งหรือมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ตามคําสั่งนี้ ที่ได้กระทําการไปตาม
อํานาจหน้าที่โดยสุจริต และไม่เกินสมควรแก่เหตุ ย่อมได้รับความคุ้มครองและไม่ต้องรับผิดทางแพ่ง
ทางอาญา หรือทางวินัย แต่ไม่ตัดสิทธิผู้ได้รับความเสียหายที่จะเรียกร้องค่าเสียหายจากทางราชการ
ตามกฎหมายว่าด้วยความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

ข้อ ๑๑ คําสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
สั่ง ณ วันที่ ๑๗ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๕๙
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ