วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

บิ๊กสเต็ป‘เจเอเอส’ปั้น‘แจส เออเบิร์น’เขย่าคอมมูนิตี้มอลล์

ประกาศตัวบุกตลาด “คอมมูนิตี้มอลล์” เต็มสูบ สำหรับ เอกชัย สุขุมวิทยา กรรมการบริหาร และผู้อำนวยการสายงานฝ่ายบัญชีและการเงิน เจเอเอส แอสเซ็ท

ทายาท “อดิศักดิ์ สุขุมวิทยา” แห่งเจมาร์ท ก้าวรับหน้าที่กุมบังเหียนอาณาจักรชอปปิงมอลล์ของกลุ่มที่กำลังแตกไลน์ ต่อยอด เป็นบิ๊กสเต็ป!! สู่การพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ในอนาคต

เอกชัย กล่าวว่า แผน 5 ปี (2559-2563) ของ เจเอเอส แอสเซ็ท วางเป้าหมายเปิดบริการศูนย์การค้าขนาดย่อม หรือ คอมมูนิตี้มอลล์ปีละ 1 แห่ง และมีแผนพัฒนาโครงการศูนย์การค้าขนาดใหญ่ โดยเปิดกว้างการลงทุนทุกรูปแบบ ทั้งลงทุนเอง 100% ร่วมทุน รับบริหาร และ ซื้อกิจการ

ก้าวรุกลงทุนท่ามกลางเศรษฐกิจและกำลังซื้อชะลอตัว นับเป็นโอกาสทอง!!

          “เศรษฐกิจไม่ดี ไม่มีใครขยาย ที่ดินถูก เพราะหาคนเช่าไม่ได้ เป็นโอกาสของเรา ไม่ดีวันนี้ แต่ได้ของถูก อนาคตต้องดีแน่นอน ยิ่งมียุทธศาสตร์ชัดเจน คอมมูนิตี้มอลล์สำหรับ เจเอเอส แอสเซ็ท ยังมีศักยภาพการเติบโตสูง เป็นธุรกิจที่มั่นคง และยั่งยืน”

          คอมมูนิตี้มอลล์ เปรียบได้กับสินค้า ที่จำเป็นต้อง สร้างแบรนด์!! ให้เกิดการรับรู้ จดจำ และมั่นใจในการใช้บริการ ยิ่งในช่วงเริ่มต้น “ต้องทำตัวเองให้เนื้อหอม” คือสิ่งสำคัญ นำสู่ความยั่งยืนของธุรกิจ ที่หากคอมมูนิตี้มอลล์ ติดตลาดแล้วจะสามารถขับเคลื่อนธุรกิจให้เป็น “แหล่งทำเงิน” ได้ไม่ต่างจากศูนย์การค้าขนาดใหญ่ โดยระหว่างทางต้องมีการทำตลาดอย่างต่อเนื่องเพื่อตอกย้ำแบรนด์

ทั้งนี้ ก่อนก้าวสู่ “บิ๊กสเต็ป”  เจเอเอส แอสเซ็ท ได้จัดทัพ สร้างแบรนด์ และวางแนวทางขับเคลื่อนธุรกิจภายใต้ 2 แบรนด์ คือ เดอะ แจส (The Jas) เน้นทำเลถนนสายรอง บนที่ดินขนาด 10 ไร่ พื้นที่ขาย 10,000 ตร.ม. ลงทุนประมาณ 500 ล้านบาท และ แจส เออเบิร์น (Jas Urban) เน้นถนนสายหลัก ใช้ที่ดิน 10 ไร่ขึ้นไป พื้นที่ขายมากกว่า 15,000 ตร.ม. ลงทุน 600 ล้านบาท

ที่ผ่านมา เปิดบริการ 2 โครงการ ภายใต้โมเดล เดอะ แจส ได้แก่ วังหิน และรามอินทรา ซึ่งได้นำ “ข้อจำกัด” ทั้งด้านขนาดและแม่เหล็ก มาพัฒนาสู่ “แจส เออเบิร์น ศรีนครินทร์” โครงการแรกและเป็นต้นแบบของโมเดล แจส เออเบิร์น!! เป็นคอมมูนิตี้มอลล์ในคอนเซปต์ โคลสมอลล์ (close-mall) ผสาน โอเพ่น มอลล์ (Open Mall) สอดรับสภาพอากาศร้อนของเมืองไทย เชื่อว่าจะสามารถดึงลูกค้าเข้ามาใช้บริการได้ตลอดเวลาต่างจากคอมมูนิตี้มอลล์แบบเปิด

“ลูกค้าเป้าหมายของแจส เออเบิร์น ศรีนครินทร์ มีทั้งกลุ่มเจนเอ็กซ์ กลุ่มครอบครัวที่สนใจสถานที่เดินเล่น พักผ่อน จับจ่าย หากิจกรรมพิเศษให้ลูกๆ กลุ่มเจนวาย ซึ่งเป็นนักศึกษา เฟิร์สจ๊อบเปอร์ ไปจนถึงกลุ่มผู้บริหารรุ่นใหม่ ที่มีช่วงอายุตั้งแต่ 18-35 ปี ที่นิยมสถานที่บรรยากาศดีๆ ร้านกาแฟ ร้านอาหารเก๋ๆ สำหรับนัดพบปะหรือทำงานกับเพื่อนฝูง ซูเปอร์มาร์เก็ตที่มีสินค้าครบ และกลุ่มเจนแซด ที่เป็นเด็กนักเรียนนักศึกษา อายุน้อยกว่า 18 ปี ที่ชอบของกินร้านดังตามกระแส ร้านอาหารบริการด่วน เพื่อนั่งเรียนพิเศษทำรายงานกับเพื่อนๆ รวมถึงมุมสวยสำหรับถ่ายภาพ"

แจส เออเบิร์น ศรีนครินทร์ เตรียมเปิดบริการอย่างไม่เป็นทางการ 11 พ.ย. นี้ โดยมีพื้นที่ขายกว่า 17,000 ตร.ม. ประกอบด้วยร้านค้าอินเตอร์และโลคัลแบรนด์กว่า 100 ร้าน อาทิ ท็อปส์ ซูเปอร์, เอ็มเค เรสเตอรองท์, ยาโยอิ, โรงภาพยนตร์เอสเอฟ, สตาร์บัคส์ ไดร์ฟทธรู และ ฟิตเนส 24 ชั่วโมง ปัจจุบันขายพื้นที่แล้ว 70% ขณะที่การสำรวจกำลังซื้อย่านศรีนครินทร์ พบว่า มีบ้านจัดสรรและคอนโดมิเนียมกว่า 100 โครงการ เป็นบ้านเดี่ยว 8 หมื่นหลังคาเรือน โรงเรียนนานาชาติและเอกชนกว่า 20 แห่ง เป็นแหล่งชุมชนที่หนาแน่นและมีศักยภาพในการเติบโตสูง ที่สำคัญไม่มีคู่แข่งคอมมูนิตี้มอลล์!! ที่ใช้จุดขาย สะดวก ใกล้บ้าน ดึงดูดลูกค้าคาดใช้บริการ 3,000-4,000 คนต่อวัน คุ้มทุนภายใน 8-9 ปี

สเต็ปต่อไปในโครงการที่ 4 ของ เจเอเอส แอสเซ็ท ต้องการพัฒนาพื้นที่ค้าปลีกขนาดใหญ่ขึ้นไม่ต่ำกว่า 20,000 ตร.ม. และขยับใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานะเงินทุน!! และประสบการณ์

          เมื่อพอร์ตธุรกิจค้าปลีกใหญ่ระดับหนึ่ง เป้าหมายและความท้าทายต่อไป คือ การพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ 80-100 ไร่ อย่าง เมกา บางนา เลยทีเดียว!!