วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ต่างชาติเทรดสูงสุดรอบ 8 ปียอดซื้อสุทธิเฉียด 6 หมื่นล้าน

เงินนอกทะลักเข้าหุ้นไทยดันยอดซื้อสุทธิปีนี้เฉียด 6 หมื่นล้าน สูงสุดรอบ 8 ปี โบรกชี้ดัชนีหุ้น 1,510 จุดเร็วกว่าคาด

นักลงทุนต่างชาติมีอิทธิพลกับตลาดหุ้นไทยมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง เห็นได้จากรายงานสัดส่วนการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันสูงขึ้น จากต้นปีถึงวันที่ 15 ก.ค. ที่่ผ่านมา สัดส่วนนักลงทุนต่างประเทศเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 26 % สูงสุดในรอบ 8 ปี นับจากปี 2551 ที่เคยมีสัดส่วนนักลงทุนต่างประเทศซื้อขายหุ้นไทยที่ 29.54% และสูงกว่าปี 2558 ที่นักลงทุนต่างชาติมีสัดส่วนต่อมูลค่าการซื้อขายหุ้นไทยที่ 23%

ด้านการซื้อขายสุทธิหุ้นไทย ก็เช่นกัน นับจากต้นปีถึงวันที่ 15 ก.ค.ต่างชาติมียอดซื้อสุทธิ 58,520.86 ล้านบาท เป็นการซื้อสุทธิปีแรกในรอบ 4 ปี หลังจากในปี 2556 

      ส่วนความเคลื่อนไหวดัชนีหุ้นวานนี้ ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยดัชนีปิดที่ 1,510.03 จุด บวก 18.03 จุด ท่ามกลางมูลค่าการซื้อขาย 64,102.78 ล้านบาท สูงสุดในรอบ 1 ปี 1 เดือน จากวันที่ 29 มิ.ย.2558 ดัชนีที่ 1,511.19 จุด 

  นางภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ นายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล. ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) กล่าวว่า เม็ดเงินต่างชาติที่ไหลเข้าไทย ยังถือว่ามีสัดส่วนที่น้อยเมื่อเทียบกับในอดีตที่จะไหลออกไป โดยทิศทางหลังจากนี้ มีโอกาสที่จะไหลเข้าต่อเนื่อง นักลงทุนต่างชาติยังให้ความสนใจในหุ้นไทย เห็นได้จากการโรดโชว์ในประเทศสิงคโปร์ ร่วมกับตลาดหลักทรัพย์ ได้รับการตอบรับที่ดี โดยนักลงทุนให้น้ำหนักการเติบโตของบริษัทจดทะเบียน ว่ามีกลยุทธ์อย่างไรเพื่อสร้างการเติบโต ท่ามกลางการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ

“มุมมองของนักลงทุนต่างชาติยังดีมาก และมีมุมมองที่บวกกับตลาดหุ้นไทย  ซึ่งนอกจากให้ความสนใจการเติบโต บริษัทจดทะเบียนแล้วยังให้ความสนใจเศรษฐกิจในประเทศว่าจะพลิกฟื้นได้อย่างไร รวมไปถึงการทำประชามติที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 7 ส.ค.ด้วย หากเราสามารถสร้างความมั่นใจในการเติบโตได้จะช่วยให้เงินไหลเข้าตลาดหุ้นได้อีกครั้ง”

อย่างไรก็ตาม การปรับเพิ่มขึ้นของดัชนีในรอบนี้ที่ระดับ 1,500 จุด ถือว่าเร็วและแรงกว่าที่คาดไว้ ทั้งที่ปัจจัยพื้นฐานเศรษฐกิจและตลาดหุ้นไทยยังไม่ได้ปรับตัวดีขึ้นมากนัก และเริ่มเข้าใกล้สู่ความเสี่ยง ดังนั้นนักลงทุนอาจหาจังหวะขายทำกำไรในหุ้นที่ปรับตัวขึ้นแรง

ด้านนายปริญญ์ พานิชภักดิ์ กรรมการผู้จัดการ บล. ซี แอล เอส เอ (ประเทศไทย) กล่าวว่า า กระแสเงินทุนต่างชาติที่ไหลเข้าหุ้นไทย ยังเป็นสัดส่วนที่น้อยมาก เมื่อเทียบกับแรงเทขายในช่วง 3 ปีก่อนหน้า ทั้งนี้มองว่าเงินทุนต่างชาติจะไหลเข้าไทยต่อเนื่อง เพราะมีการเติบโตที่ดีเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นในกลุ่มประเทศเกิดใหม่

“เงินทุนต่างชาติไหลเข้าในกลุ่มประเทศ TIP (ไทย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ) ค่อนข้างมาก เมื่อเทียบกับกลุ่มประเทศในเอเชียเหนือ เพราะทั้ง 3 ประเทศมีการเติบโตทีด่ี แต่ด้วยขนาดตลาดที่เล็กทำให้เม็ดเงินไหลเข้าไม่มากนัก แต่ก็ทำให้ดัชนีปรับขึ้นสูง และในอนาคตก็มีโอกาสที่เงินจะไหลเข้าตลาดหุ้นไทยได้อีกมาก”

ปัจจัยสำคัญที่ยังดึงดูดเงินไหลเข้าคือการใช้นโยบายการคลังในการกระตุ้น ซึ่งหากภาครัฐลงทุนได้อย่างต่อเนื่องจะช่วยสร้างความน่าสนใจได้ โดยังมีหุ้นหลายกลุ่มที่ยังไม่ได้ปรับตัวขึ้น ทั้งกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง กลุ่มอสังหาริมทรัพย์และธนาคาร