วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปตท.คาดปีหน้ายังขาดทุน NGV ต่อเนื่องจากปีนี้

ปตท. คาดปีหน้าอาจยังขาดทุน NGV ต่อเนื่องจากปีนี้ แม้รัฐบาลจะใช้นโยบายกึ่งลอยตัวราคา เหตุยังต้องรับภาระอุดหนุนรถสาธารณะ-ค่าขนส่งสูง

นายชวลิต พันธ์ทอง ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานและบริหารความยั่งยืน บมจ.ปตท.(PTT) คาดว่า ปีนี้บริษัทจะยังคงขาดทุนจากธุรกิจก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (NGV) จากปีที่แล้วที่มีผลขาดทุนราว 1.2 หมื่นล้านบาท และมีแนวโน้มยังขาดทุนต่อเนื่องในปีหน้าด้วย แม้รัฐบาลจะใช้นโยบายกึ่งลอยตัวราคา NGV แล้วก็ตาม และต้นทุนเนื้อก๊าซฯ NGV ปรับตัวลดลงตามราคาน้ำมัน แต่ ปตท.ยังมีภาระขาดทุนจากการอุดหนุนราคา NGV ให้กับรถยนต์สาธารณะที่ยังตรึงราคาอยู่ที่ 10 บาท/กิโลกรัม (กก.) และรัฐบาลยังคงควบคุมค่าขนส่ง NGV อยู่บางส่วน

“ปีนี้ขาดทุน NGV น้อยลงหน่อย ขาดทุนจากเนื้อก๊าซฯไม่มาก หลัก ๆ ขาดทุนจากการอุดหนุนรถสาธารณะ ในช่วง 6 เดือนแรกขาดทุนประมาณ 1,200 ล้านบาท เพราะช่วงนั้นราคายังสูง แต่เราถูกกำหนดให้ขายที่ 10 บาทสำหรับรถสาธารณะ พอราคา NGV เปลี่ยนแปลงจาก 13.50 บาทลดลงก็ใช้เงินอุดหนุนลดลง...สูตรราคา NGV ปัจจุบันก็ยังไม่สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง ยังมีการคุมค่าขนส่งและค่าดำเนินการอยู่ ปีหน้าก็อาจจะยังขาดทุนอยู่ถ้ายังไม่ได้รับอนุมัติเรื่องนี้"นายชวลิต กล่าว

นายชวลิต กล่าวว่า ปัจจุบันรัฐบาลใช้นโยบายกึ่งลอยตัวราคาขายปลีก NGV ตามสูตรราคาที่กำหนด ขณะที่ต้นทุนเนื้อก๊าซฯ NGV ปรับลดลงตามราคาน้ำมัน ทำให้ราคาขายปลีก NGV ทยอยลดลงตั้งแต่ช่วงต้นปีจนถึงปัจจุบันปรับลดลงมาอยู่ที่ 12.53 บาท/กก. จากช่วงก่อนหน้าที่รัฐบาลตรึงราคาไว้ที่ระดับ 13.50 บาท/กก. โดยมองว่าราคาขายปลีก NGV ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้จะอยู่ในช่วง 12-12.50 บาท/กก.ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ หลังต้นทุนเนื้อก๊าซฯ เริ่มคงที่

อย่างไรก็ตาม สูตรราคา NGV ดังกล่าวรัฐบาลยังควบคุมค่าขนส่งและค่าดำเนินการไว้ระดับหนึ่ง ซึ่งต่ำกว่าต้นทุนการดำเนินการจริงที่อยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะค่าขนส่ง NGV ที่ปัจจุบันใช้รถที่ใช้เชื้อเพลิงน้ำมันขนส่งก๊าซฯ NGV ให้กับสถานีบริการ NGV ทำให้มีต้นทุนแพงกว่าการขนส่งรถบรรทุกน้ำมันกว่า 10 เท่า ส่งผลให้ ปตท.มีผลขาดทุนจากค่าขนส่งในธุรกิจ NGV ราว 2.4 ล้านบาท/วัน หรือประมาณ 876 ล้านบาท/ปี และขาดทุนจากค่าดำเนินการราว 1.4 บาท/กก.ด้วย

นอกจากนี้ การที่รัฐบาลยังคงให้ปตท.รับภาระอุดหนุนราคา NGV ให้กับรถสาธารณะในระดับราคา 10 บาท/กก.นั้น ทำให้ในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ปตท.มีภาระขาดทุนจากการอุดหนุนรถสาธารณะราว 1.2 พันล้านบาท ขณะที่ในปีที่แล้วการอุดหนุนอยู่ในระดับ 2.7 พันล้านบาท

“แต่เดิมเราขาดทุนจากเนื้อก๊าซฯมากกว่า แต่ปัจจุบันขาดทุนราคาที่อุดหุนรถสาธารณะที่กำหนด 10 บาท ขาดทุนจากส่วนนี้ในสัดส่วนที่สูงกว่า ในช่วงครึ่งปีแรกธุรกิจ NGV ขาดทุน 2,100 ล้านบาท ในส่วนนี้เป็นการขาดทุนจากการอุดหนุนรถสาธารณะ 1,200 ล้านบาท และขาดทุนค่าขนส่ง เป็นอันดับสอง"นายชวลิต กล่าว

นายชวลิต กล่าวว่า บริษัทยังคาดหวังว่าในอนาคตหากร่าง พ.ร.บ.กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงแล้วเสร็จและมีผลบังคับใช้ ก็จะทำให้ ปตท.ไม่ต้องมีภาระการอุดหนุนราคา NGV ให้กับรถสาธารณะ เนื่องจากกองทุนน้ำมันฯ จะเป็นผู้รับภาระการอุดหนุนในส่วนนี้ รวมถึงการอุดหนุนราคาก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) ให้กับผู้มีรายได้น้อยด้วย โดยปัจจุบันร่าง พ.ร.บ.กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง อยู่ระหว่างการพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา หลังจากนั้นจะส่งให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาต่อไป คาดว่าน่าจะแล้วเสร็จในสิ้นปีนี้

สำหรับนโยบายกึ่งลอยตัวราคา NGV ของรัฐบาลทำให้เอกชนสนใจเข้ามาลงทุนในธุรกิจ NGV มากขึ้น โดยล่าสุดมีเอกชนสนใจที่จะซื้อสถานีบริการ NGV ของปตท.ด้วย แต่เป็นการเจรจาในเบื้องต้นที่ยังไม่มีข้อยุติ ปัจจุบันสถานบริการ NGV ทั่วประเทศมีทั้งหมด 502 แห่ง ในส่วนนี้เป็นการลงทุนเองโดยปตท.จำนวน 350 แห่ง ที่เหลือเป็นการลงทุนของเอกชน นโยบายต่อไป ปตท.จะพยายามจะควบคุมสถานีบริการ NGV ที่เกิดใหม่ให้อยู่ตามแนวท่อส่งก๊าซฯ ซึ่งจะช่วยลดภาระค่าขนส่งได้มาก