วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

TISCO - ซื้อ

กำไร 2Q59 เติบโต 20%YoYกำไรครึ่งปี 59 เพิ่มขึ้น 12%

ประเด็นสำคัญในการลงทุน :

- แจ้งกำไร 2Q59 เติบโต20%YoYแต่ลดลง4%QoQ 1H59 กำไรเพิ่มขึ้น 12%YoY : ในช่วง 2Q59 มีกำไรสุทธิ 1,208 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 20%YoY แต่ลดลง 4%QoQเนื่องจาก 1) รายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้น 10%YoY โดยมีส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ(NIM)ปรับดีขึ้นสู่4% จากระดับ 3.3% ใน 2Q58ซึ่งเป็นผลมาจากอัตราผลตอบแทนของเงินให้สินเชื่อปรับเพิ่มขึ้นขณะที่ต้นทุนเงินฝากที่ลดลงต่อเนื่อง2) รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นจากการเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียมธุรกิจนายหน้ารับประกันภัย 3) ค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สูญลดลง 26%YoY และ 6%QoQ ตามจำนวนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้(NPL)ที่ลดลงต่อเนื่องทุกไตรมาส ในช่วง 1H59 มีกำไรสุทธิ 2,463 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12%YoY

- แม้เงินให้สินเชื่อยังแผ่วแต่คุณภาพสินทรัพย์ฟื้นตัวต่อเนื่อง : ปลายเดือนมิ.ย. 59 มีเงินให้สินเชื่อคงค้าง 2.3 แสนล้านบาทลดลง 1%YTD ปรับดีขึ้นจากไตรมาสแรกที่ลดลง 2.1%YTD ตามสภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงอ่อนตัวและตลาดรถยนต์ที่ยังไม่ฟื้นตัว อย่างไรก็ดีอัตราปริมาณการให้สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ใหม่ของบริษัทต่อปริมาณการจำหน่ายรถยนต์ใหม่ (Penetration Rate) ในช่วง 5 เดือนแรกของปี 59 ปรับดีขึ้นเป็น 8.7% จาก 8.4% ในช่วงเดียวกันของปีก่อนทั้งนี้ผู้บริหารคาดว่าสินเชื่อมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นในไตรมาสสุดท้ายที่เป็นช่วงไฮซีซั่นแต่เต็มที่น่าจะอยู่ที่ทรงตัวใกล้เคียงกับปี 58ส่วนสถานการณ์หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้(NPL) ลดลงต่อเนื่องจากการควบคุมคุณภาพที่มีประสิทธิภาพโดยมีอัตราส่วน NPL ต่อสินเชื่อรวมลดลงเหลือ 3.03% จาก 3.07% ในไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่อัตราส่วนสำรองหนี้สูญต่อ NPL ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 97% จาก 81.5% ในไตรมาสก่อน

- ปรับประมาณการกำไรปี 59-60เพิ่มขึ้น5%และ 12% ตามลำดับ :  เพื่อสะท้อนถึง NPL และค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สูญที่ลดลงฝ่ายวิจัยได้ปรับลดสมมติฐานค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สูญปี 59-60 ลดลงโดยในปีนี้ลดลงจาก 5.3 พันล้านบาทเหลือราว 5 พันล้านบาทส่งผลให้ประมาณการกำไรปี59 เพิ่มขึ้น 5% เป็น 5,010 ล้านบาทซึ่งคาดกำไรมีแนวโน้มสูงสุดรายไตรมาสในไตรมาสสุดท้ายเช่นเดียวกับปีที่ผ่านมาสำหรับปี 60 ฝ่ายวิจัยปรับสมมติฐานค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สูญลดลง 8% เหลือราว 4.9 พันล้านบาทส่งผลให้ประมาณการกำไรปี 60 เพิ่มขึ้น 12% เป็น 5,435ล้านบาท

- ปรับคำแนะนำจาก “ถือ”เป็น “ซื้อ”ปรับมาใช้ราคาเหมาะสมปี 60 ที่ 60 บาท :  ฐานะเงินกองทุนของ TISCO ยังแข็งแกร่งโดยมีอัตราเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงตามวิธี IRB(BIS Ratio) ณ ปลายเดือนมิ.ย.59เท่ากับ 18.63% และมีอัตราเงินกองทุนชั้นที่ 1 (Tier I) อยู่ที่ 14.63%การประเมินราคาเหมาะสมสำหรับปี 60 ซึ่งอิง ProspectP/BV ที่ระดับ 1.4 เท่าได้เท่ากับ 60 บาทยังมี upside จากราคาปิดล่าสุด ประกอบกับคาดการณ์ Yield ราว 5% ต่อปีเป็นระดับที่น่าสนใจทำให้ฝ่ายวิจัยปรับคำแนะนำจาก“ถือ”เป็น “ซื้อ”