สถานการณ์ “ธุรกิจอีเวนท์” ซึมต่อเนื่องมาหลายปี ทำให้ผู้ประกอบการต้องพลิกกลยุทธ์หลายรูปแบบ พร้อมมองโอกาสตลาดเกิดใหม่ “ซีแอลเอ็มวี”
เสริมคุณ คุณาวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีเอ็มโอ จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินธุรกิจสื่อสารการตลาดแบบครบวงจร กล่าวว่า ภาพรวมธุรกิจอีเวนท์ช่วงครึ่งปีหลังมีทิศทางปรับตัวดีขึ้นกว่าในครึ่งปีแรก เติบโตต่ำ อยู่ที่ประมาณ 3% จะส่งผลให้ตลาดรวมปีนี้เติบโต 5-6% หรือมีมูลค่าประมาณ 1.4 หมื่นล้านบาท ซึ่งผู้ประกอบการกลุ่มสินค้าต่างๆ เตรียมจัดกิจกรรมการตลาดและส่งเสริมการขายมากขึ้นรับไฮซีซัน
กลุ่มสินค้าที่จะกลับมาทำอีเวนท์คึกคักในไตรมาส 3-4 คือ กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะคอนโดมิเนียม เนื่องจากเป็นช่วงโลว์ซีซันต้องมีกิจกรรมกระตุ้นการขาย ขณะเดียวกันมีการแข่งขันเปิดโครงการอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้จะมีงานกลุ่มเอ็นเตอร์เทนเมนท์ในรูปแบบต่างๆ จัดแสดงจำนวนมาก ทั้งคอนเสิร์ต ละครเพลง งานพิเศษทั้งของไทยและต่างประเทศ
“ผู้ประกอบการอีเวนท์ไทยเริ่มปรับแผนงานกระจายความเสี่ยงทางธุรกิจด้วยกาขยายงาน หรือ รับจัดงานอีเวนท์ กิจกรรมการตลาดในกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี ประกอบด้วย กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม มากขึ้น เพราะตลาดอีเวนท์ภายในประเทศค่อนข้างทรงตัว รายได้จากการจัดกิจกรรมใน ซีแอลเอ็มวีจะผลักดันตลาดอีเวนท์โดยรวมกระเตื้องขึ้น”
ซีเอ็มโอ จะให้ความสำคัญกับการขยายงานอีเวนท์ในกลุ่มซีแอลเอ็มวีมากขึ้นเช่นกัน โดยเฉพาะผู้ประกอบการไทยที่มีการขยายธุรกิจในกลุ่มประเทศดังกล่าวมีความต้องการเข้าไปจัดกิจกรรมทางการตลาดมากขึ้น ขณะเดียวกัน ซีเอ็มโอ มีแผนขยายแฟรนไชส์สวนสนุก “อิเมจิเนีย”ในประเทศเพื่อนบ้านอีกด้วย พร้อมตั้งเป้าหมายผลักดันสัดส่วนรายได้ของธุรกิจในซีแอลเอ็มวี จาก 5% เป็น 50% ภายใน 4 – 5ปีจากนี้
เกรียงไกร กาญจนะโภคิน ผู้ก่อตั้ง และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ครึ่งปีหลังนี้จะเห็นแบรนด์สินค้าต่างๆ เพิ่มงบการตลาดจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายมากขึ้น
“ลูกค้าหลายรายมองว่า หากครึ่งปีหลังยังไม่รีบทำอีเวนท์ หรือกิจกรรมส่งเสริมการขายใดๆ อาจส่งผลให้ยอดขายรวมแย่ไปกว่าเดิม จึงวางแผนกลับมาใช้งบการตลาด เพื่อดึงยอดขายเพิ่มขึ้น อย่าง ค่ายรถยนต์บางราย ที่ทำยอดขายไม่ได้ตามเป้าก็ต้องแก้เกมปรับแผนธุรกิจเป็นเรื่องปกติ ผู้ประกอบการส่วนหนึ่งก็มองหาตลาดใหม่นอกประเทศ"
ตลาดอีเวนท์ในช่วงครึ่งปีแรกค่อนข้างซบเซา ติดลบ 5- 6% เป็นไปในทิศทางเดียวกับอุตสาหกรรมโฆษณาที่ลูกค้าใช้จ่ายงบโฆษณาน้อยลง ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากลูกค้าแบรนด์สินค้าต่างๆ ตัดงบการตลาดด้านการจัดกิจกรรม อีเวนท์ต่างๆ และนำไปใช้กับการทำโปรโมชั่น “ลดราคา”
หากมองในภาพรวมธุรกิจอีเวนท์ขณะนี้ “ไม่สดใส” มากนัก ผู้ประกอบการอยู่ในลักษณะการปรับตัวเพื่อให้ธุรกิจอยู่รอด ผู้เล่นต่างปรับไซส์การจัดงานอีเวนท์ให้เล็กลง สร้างอีเวนท์พิเศษตามความต้องการลูกค้า รับงานจากกลุ่มลูกค้ารายย่อยมากขึ้น รวมถึงมองหาตลาดใหม่ หรือพัฒนาธุรกิจใหม่ เช่น สร้างแหล่งท่องเที่ยว (Tourist Attraction) เพื่อเก็บรายได้จากการขายตั๋ว เป็นต้น
สำหรับธุรกิจของ อินเด็กซ์ฯ ในต่างประเทศ หรือขาธุรกิจ “อาเซียน วิงส์” ช่วงครึ่งปีแรกเติบโต 100% จากการเข้าไปขยายงานเทรดแฟร์ และอีเวนท์ต่างๆ สวนทางธุรกิจในประเทศไม่ได้เติบโตมากนัก ทำให้ภาพรวมธุรกิจอินเด็กซ์ฯ ช่วงครึ่งปีแรก เติบโตไม่ถึง 5% ส่วนครึ่งปีหลัง และปีหน้าบริษัทมุ่งขยายงานต่างประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มซีแอลเอ็มวี ซึ่งเป็นตลาดใหม่ มีดีมานด์การจัดงานอีเวนท์ เทรดแฟร์ต่างๆ มาก ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทได้เข้าไปจัดงานเทรดแฟร์ได้รับกระแสตอบรับค่อนข้างดี
“เราได้ปรับเปลี่ยนการดำเนินงานและเพิ่มทีมงานมาร์เก็ตติ้งที่จะดูงานในตลาดต่างประเทศ ควบคู่การบริหารงานและขยายงานโปรเจคพิเศษกับตลาดในประเทศ จะช่วยผลักดันรายได้รวมอินเด็กซ์ฯ เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ”
สำหรับโปรเจคพิเศษดังกล่าว เป็น 1 ใน กลุ่มธุรกิจที่ไม่ใช่อีเวนท์ เรียกว่า “นอน-อีเวนท์” เพื่อขยายโอกาสการเติบโตทางด้านรายได้ และลดความเสี่ยงในธุรกิจอีเวนท์ คาดว่าจะเริ่มเห็นความชัดเจนของธุรกิจใหม่ไตรมาส 4 นี้
ทักษญา ธีญานารถธนันชา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ที กรุ๊ป โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจโชว์บิซ และอีเวนท์ กล่าวว่า ครึ่งปีหลังยังทรงตัว จะเห็นว่าผู้ประกอบการพยายามแตกไลน์ธุรกิจ หรือหันไปพัฒนาธุรกิจนอน-อีเวนท์มากขึ้น เช่น การสร้างแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ เพื่อชดเชยรายได้จากการจัดงานอีเวนท์ที่ซบเซา
“เป็นปีแรกของที กรุ๊ป ที่เริ่มขยายงานต่างประเทศ ทั้งงานคอนเสิร์ต Yangon Rock Festival ในเมียนมา และงานแสดงละครเวที ในมาเลเซีย”
ปีหน้าตั้งเป้าหมายขยายงาน 5- 6 โชว์ ในไทย เมียนมา มาเลเซีย เวียดนาม และอินโดนีเซีย หรือ 1 โชว์ ต่อ1ประเทศ ตลอดจนมองโอกาสขยายงานในจีนเพิ่ม ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ มีความต้องการชมโชว์ อีเวนท์ ที่หลากหลาย นอกจากนี้ อยู่ระหว่างศึกษาธุรกิจทัวร์เชื่อมโยงกับเอ็นเตอร์เทนเมนท์ เช่น ขายแพ็คเกจชมคอนเสิร์ตควบคู่โปรแกรมทัวร์









