วงการอัญมณีและเครื่องประดับไทย ยอดขายขยับ20% จากไลฟ์สไตล์กลุ่ม "ผู้ชาย"เกาะติดแฟชั่นคนดัง หันใส่เครื่องประดับเพิ่มขึ้น
ปัจจุบันเครื่องประดับไม่ได้เป็นสิ่งของเฉพาะสำหรับเพศหญิงอีกต่อไป แต่กำลังได้รับความนิยมในกลุ่มผู้ชายไม่ว่าจะเป็นต่างหู กำไล แหวน สร้อยคอ สร้อยข้อมือ ฯลฯ จากค่านิยมที่เปลี่ยนไปทั้งวิถีการดำเนินชีวิต ตลอดจนการเข้ามามีบทบาทของบุคคลดังๆ ที่เป็นไอดอลในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นนักแสดง ศิลปิน นักกีฬา นักดนตรี ฯลฯ อาทิ เดวิด เบคแฮม นักกีฬาขวัญใจของคนทั่วโลกที่ทุกคนต่างพากันยอมรับเอกลักษณ์แฟชั่นการแต่งกายของเขา ทำให้ปัจจุบันผู้ชายหันมาสวมใส่เครื่องประดับกันมากขึ้น
การผลิตเครื่องประดับสำหรับผู้ชายในปัจจุบัน ผู้ผลิตให้ความสำคัญและใส่ใจในเรื่องของการดีไซน์ และการเลือกใช้วัสดุในการผลิตที่มีความหลากหลายมากขึ้น เพื่อให้ตรงกับรูปแบบการใช้ชีวิตที่หลากหลายทำให้เครื่องประดับสำหรับผู้ชาย ตอบโจทย์ความต้องการใช้เครื่องประดับ ที่ไม่ใช่เพียงแค่การใช้งานอีกต่อไป หากแต่ต้องการให้เครื่องประดับนั้นเป็นเฟอร์นิเจอร์ประจำตัวที่สามารถหยิบมาใช้งานได้ตามโอกาสเป็นการเสริมสร้างภาพลักษณ์และบุคลิกภาพที่ดีให้กับผู้ที่สวมใส่ ส่งผลให้ยอดขายสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับเพิ่มกว่า 20% ในรอบหลายปีที่ผ่านมา
สอดคล้องกับผลการวิจัยด้านตลาดเครื่องประดับของศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า ตลาดเครื่องประดับสำหรับผู้ชายมีแนวโน้มการขยายตัวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นและวัยทำงาน เพราะคนกลุ่มนี้เชื่อว่าการสวมใส่เครื่องประดับสามารถแสดงออกให้เห็นถึงความเป็นตัวตนได้อย่างชัดเจน
จากความต้องการของตลาดที่มีมากขึ้น ทำให้อุตสาหกรรมค้าปลีกเครื่องประดับในประเทศไทย มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลจากกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ระบุเดือนพ.ค. 2559 มีผู้ประกอบการกว่า 1,683 ราย ยังไม่รวมผู้ประกอบการรายย่อยที่ไม่ได้จดทะเบียนในฐานข้อมูลของกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งกลุ่มหลังจะทำธุรกิจในลักษณะของการขายตรง รวมถึงผู้ประกอบการหน้าใหม่ที่อาศัยช่องทางโซเชียลมีเดียเป็นหน้าร้านอีกจำนวนมาก ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุไว้เดือน ก.ย. 2558 มีแรงงาน 5-6 แสนคน และยังมีแรงงานที่ไม่ได้อยู่ในระบบ รวมถึงครัวเรือนที่เกี่ยวข้องอยู่ในอุตสาหกรรมเครื่องประดับในลักษณะรายย่อยมาก
จึงกล่าวได้ว่าอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทย เป็นอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ รวมถึงมีโอกาสที่จะยกระดับและพัฒนาผู้ประกอบการให้มีความรู้ และมีศักยภาพเพียงพอที่จะพัฒนาธุรกิจให้ได้มาตรฐาน เพื่อก้าวเข้าสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตอัญมณีและเครื่อง ประดับของโลก
จากเหตุผลดังกล่าว ประเทศไทย โดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ จึงได้เป็นเจ้าภาพจัดงานงานบางกอกเจมส์มาแล้ว 57 ครั้ง กล่าวได้ว่างานนี้เป็นงานแฟร์สินค้าอัญมณีและเครื่องประดับที่ได้รับความนิยมจากผู้ประกอบการด้านอัญมณีและเครื่องประดับจากทั่วโลกในการเข้าร่วมงานและเข้าชมงาน
โดยการจัดงานครั้งที่ 58 ระหว่างวันที่ 7-11 ก.ย.2559 ที่อาคารชาเลนเจอร์ 1-3 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี จัดแสดงเต็มพื้นที่กว่า 60,000 ตารางเมตร มีผู้เข้าร่วมแสดงสินค้าจากในประเทศและต่างประเทศไม่น้อยกว่า 800 บริษัท หรือกว่า 2,400 คูหา คาดการณ์ผู้เข้าชมงานและผู้ซื้อกว่า 30,000 คนจาก160 ประเทศทั่วโลก
พร้อมปรับรูปแบบงานใหม่เพื่อตอบโจทย์ความนำสมัยและเป็นเอกลักษณ์ เปิดเวทีสำหรับเครื่องประดับแพลทฟอร์มใหม่ๆ ที่มีการสร้างสรรค์และออกแบบเพื่อส่งเสริมการค้าและการพัฒนาคุณภาพการจัดงาน ซึ่งจะนำไปสู่การเป็นศูนย์กลางอัญมณีและเครื่องประดับของโลกที่ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมนี้จากทุกประเทศทั่วโลกต้องมาเยือน









