วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

SCC - ซื้อ

ราคาหุ้นสะท้อนแนวโน้มอ่อนตัวในครึ่งปีหลังแล้ว

ประเด็นการลงทุน

ถึงแม้ว่ากำไรของ SCC ยังมีแนวโน้มอ่อนตัวไปจนกระทั่งไตรมาส 4/59 แต่เราเชื่อว่าแนวโน้มการอ่อนตัวดังกล่าวได้สะท้อนไปในราคาหุ้นแล้ว โดยปัจจุบัน ราคาหุ้น SCC ซื้อขายอยู่ที่ PER ปี 2559 เพียง 12.2 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ 12.9 เท่า โดยภาพรวมการเติบโตระยะยาวยังคงแข็งแกร่งจากการขยายธุรกิจไปในภูมิภาคอาเซียน เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” สำหรับ SCC ด้วยราคาเป้าหมายสิ้นปี 2559 เท่ากับ 580 บาท/หุ้น

แนวโน้มกำไรในไตรมาส 2/59

เราคาดว่า SCC จะรายงานผลกำไรสุทธิในไตรมาส 2/59 เท่ากับ 13.3 พันล้านบาท ลดลง 4% YoY และ 3% QoQ โดยเรามองว่าการลดลงทั้งแบบ YoY และ QoQ เป็นผลมาจากการอ่อนตัวของกำไรในธุรกิจซีเมนต์ ซึ่งมีน้ำหนักมากกว่าการปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยของกำไรในธุรกิจเคมี

ธุรกิจซีเมนต์และวัสดุก่อสร้างอ่อนตัวต่อเนื่อง

กำไรของธุรกิจซีเมนต์และวัสดุก่อสร้างน่าจะลดลง 20% YoY ในไตรมาส 2/59 เนื่องจากธุรกิจภายในประเทศขยายตัวไม่มากพอที่จะชดเชยผลขาดทุนจากโรงงานซีเมนต์ใหม่ในกัมพูชาและอินโดนีเซีย โดยอุปสงค์ซีเมนต์ภายในประเทศเติบโตเพียง 2% YoY ในไตรมาส 2/59 ลดลงจากที่ขยายตัว 5% ในไตรมาส 1/59 เนื่องจากความต้องการใช้ซีเมนต์ของภาครัฐเติบโตเพียง 10% YoY ลดลงจาก 21% ในไตรมาส 1/59 ซึ่งเป็นผลจากการโครงการกองทุน 5 ล้านบาทต่อตำบลเสร็จสิ้นตั้งแต่ช่วงต้นไตรมาส 2/59 ในส่วนราคาซีเมนต์นั้นยังคงเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 1,800-1,850 บาทต่อตันในไตรมาส 2/59 ทรงตัวทั้ง YoY และ QoQ

กำไรจากธุรกิจเคมีเติบโตเล็กน้อย

ค่าเฉลี่ยส่วนต่างราคา HDPE กับ แนฟทา อยู่ที่ระดับ 743 เหรียญสหรัฐ/ตัน ในไตรมาส 2/59 ลดลงจาก 812 เหรียญสหรัฐ/ตัน ในไตรมาส 2/58 และ 759 เหรียญสหรัฐ/ตัน ในไตรมาส 1/59 ขณะที่ค่าเฉลี่ยส่วนต่างราคา PP และ แนฟทา อยู่ที่ระดับ 680 เหรียญสหรัฐ/ตัน ในไตรมาส 2/59 ลดลงจาก 785 เหรียญสหรัฐ/ตัน ในไตรมาส 2/58 แต่เพิ่มขึ้นจาก 589 เหรียญสหรัฐ/ตัน ในไตรมาส 1/59 ถึงแม้ว่าส่วนต่างราคาจะลดลง YoY แต่กำไรธุรกิจเคมีน่าจะยังคงขยายตัวได้ราว 3% YoY หนุนโดยต้นทุนการผลิตที่ลดลงตามราคาพลังงานและส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งจาก Chandra Asri โดยอัตราใช้กำลังการผลิตพุ่งขึ้นไปถึงระดับ 100% ใน ไตรมาส 2/59 จาก 80% ในไตรมาส 1/59 หลังจากการขยายกำลังการผลิตจาก 600 เมตริกตันต่อปี สู่ระดับ 860 เมตริกตันต่อปีแล้วเสร็จในไตรมาส 4/58 โดยเราคาดว่าจะมีกำไรพิเศษจากสินค้าคงคลังประมาณ 1 พันล้านบาทในไตรมาส 2/59 เทียบกับ 970 ล้านบาทในไตรมาส 2/58

กำไรอ่อนตัวในช่วงครึ่งปีหลัง 59

เรามองว่ากำไรในช่วงครึ่งปีหลังมีแนวโน้มอ่อนตัวลงมากกว่าในช่วงครึ่งปีแรก ถึงแม้เราคาดว่าจะเห็นผลการดำเนินงานที่ปรับตัวดีขึ้นของโรงงานซีเมนต์ใหม่ในอินโดนีเซียและกัมพูชา แต่ค่าเสื่อมจากโรงงานซีเมนต์ในพม่าซึ่งจะเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในไตรมาส 3/59 ยังคงเป็นแรงกดดันต่อกำไรของธุรกิจซีเมนต์ในครึ่งปีหลัง นอกจากนี้ธุรกิจภายในประเทศยังคงชะลอตัวต่อเนื่อง โดยเราคาดว่าอุปสงค์ซีเมนต์จะเติบโตเพียง 3% YoY ในช่วงครึ่งปีหลัง เนื่องจากโครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ของรัฐบาลยังอยู่ระหว่างการประมูล ซึ่งน่าจะเริ่มก่อสร้างได้อย่างเร็วประมาณปลายปี 2559 ในส่วนของธุรกิจปิโตรเคมี ดูเหมือนว่าส่วนต่างราคาได้แตะจุดสูงสุดไปแล้วและมีแนวโน้มว่าจะขยายตัวได้อีกไม่มากนัก นอกจากนั้นเราคาดว่ากำไรจากธุรกิจเคมีจะลดลงในไตรมาส 4/59 จากการปิดซ่อมบำรุงโรง ROC ตามแผน 45 วัน