สรุปสภาวะตลาดสหรัฐ ฯ และยุโรป (7– 13 ก.ค. 2559)
สัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นสหรัฐฯและยุโรปปรับตัวขึ้น DJIA +2.5%, DAX +6.0%, CAC ฝรั่งเศส +6.1% และ FTSE +3.2% ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตร เดือน มิ.ย.ของสหรัฐฯที่เพิ่มขึ้นเป็น 2.87 แสนตำแหน่ง ดีกว่าคาดการณ์ของตลาดที่ 1.75 แสนตำแหน่ง นอกจากนี้ยังได้ Sentiment บวกจากแรงเก็งกำไรว่าการประชุม BOE ในวันที่ 14 ก.ค.จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย หรือ เพิ่มวงเงิน QE เพื่อรองรับผลกระทบ BREXIT
สรุปสภาวะตลาดหุ้นจีน (7– 13 ก.ค. 2559)
สัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นจีนปรับตัวขึ้น 1.4% และยืนเหนือ 3,000 จุด แรงเก็งกำไรการเข้าแทรกแซงตลาดจากทางการเพื่อประคองตลาดหุ้น รวมถึงแรงเก็งกำไรต่อการผ่อนคลายนโยบายการเงินของ PBOC นอกจากนี้กองทุนบำเน็จบำนาญของจีนมีแผนเตรียมเข้าลงทุนในหุ้นช่วง 2H59 เป็นอีกปัจจัยบวกในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา
สรุปความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทยสัปดาห์ที่ผ่านมา (7– 13 ก.ค. 2559)
บรรยากาศการลงทุนสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกเชิงบวก เมื่อตัวเลขจ้างงานของสหรัฐฯออกมาดีกว่าคาด อีกทั้งกระแสเงินทุนต่างชาติที่ไหลเข้าสู่ตลาดหุ้นไทยผลักดันดัชนีทะลุ 1,480 จุด ทั้งนี้การปรับตัวขึ้นผลักดันด้วยกลุ่ม ICT จากแรงเก็งกำไรต่อปันผลงวด 1H59 รวมถึงหุ้นหลักในกลุ่มธนาคารยังเด่นต่อเนื่อง SET INDEX ปิดที่ระดับ 1,488.69 จุด เพิ่มขึ้น 36.10 จุด หรือ +2.49% ณ วันที่ 14 ก.ค.
สำหรับทิศทางตลาดหุ้นไทยสัปดาห์หน้า (15 – 21 ก.ค. 2559)
MBKET คงน้ำหนักการลงทุนเป็น “กลาง” ต่อเนื่องจากช่วงก่อนหน้า ยังคงมองว่า SET INDEX บริเวณ 1,500 จุด ถือว่า Valuation ของตลาดหุ้นไทยตึงตัวมาก สัญญาณทางเทคนิคเกิด Over Bought เช่นกัน รวมถึงมูลค่าการซื้อขายที่หนาแน่นระดับ 7-8 หมื่นล้านบาท/วัน ขณะที่ต้นสัปดาห์หน้า ตลาดหุ้นไทยปิดทำการ 2 วันทำการ (18-19 ก.ค.) ทำให้ภาพตลาดในช่วงนี้ มีโอกาสแกว่งในกรอบแคบ ด่าน 1,500 จุด ยังไม่น่าผ่านได้ แม้ว่า เงินทุนต่างชาติจะเข้าตลาดหุ้นในเอเชียเกิดใหม่ รวมถึงตลาดหุ้นไทยอย่างหนาแน่นก็ตาม
ประเด็นสำคัญจากนี้ไปที่จะเป็นตัวแปรในการผลักดัน SET INDEX ทะลุ 1,500 จุดได้ คือ
• ผลการดำเนินงานของกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ เริ่มทยอยประกาศวันที่ 20-22 ก.ค. จะออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์หรือไม่ รวมถึงแนวโน้ม NPLs ในช่วง 2H59 จะเพิ่มขึ้นในอัตราที่ชะลอตัวลงได้หรือยัง ซึ่งจะเป็นตัวแปรสำคัญต่อประมาณการกลุ่มธนาคาร และมีผลต่อภาพรวมของตลาดหุ้นไทย
• นโยบายการเงินของธนาคารกลางหลัก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง BoE ที่ประชุมวันที่ 14 ก.ค. ณ ปัจจุบัน Bloomberg consensus คาดลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง จาก 0.50% เป็น 0.25% ซึ่งตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวขึ้นมาเก็งกำไรต่อประเด็นนี้แล้วเช่นกัน รวมถึงท่าทีของ ECB ในการประชุมวันที่ 21 ก.ค. ต่อทิศทางนโยบายการเงิน และแนวทางการแก้ไขปัญหาระบบสถาบันการเงินในอิตาลี
ปัจจัยสำคัญอื่นๆ ในสัปดาห์หน้า ได้แก่
1. ติดตามรายงานผลการดำเนินงาน 2Q59 ของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ไทย
2. ติดตามตัวเลขการส่งออก – นำเข้า เดือนมิ.ย. ของไทย วันที่ 24-27 ก.ค.
3. ติดตามตัวเลข GDP ใน 2Q59 ของจีน วันที่ 15 ก.ค. Bloomberg consensus คาดการณ์ +6.6% yoy ใกล้เคียงกับ 1Q59 ที่ 6.7% yoy
ภาพรวมกลยุทธ์การลงทุน เราแนะนำให้ นักลงทุนเน้นรอซื้อเมื่ออ่อนตัว โดยมุ่งเน้นประเด็นผลการดำเนินงานใน 2Q59 ของหุ้นรายตัวเป็นสำคัญ









