วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

IVL - ซื้อ

คาดกำไรไตรมาส 2/59 แข็งแกร่ง แต่โลว์ซีซั่นกำลังจะมาถึง

ประเด็นการลงทุน

ในมุมมองของเรา ราคาหุ้นที่ปรับตัวขึ้นในช่วงที่ผ่านมาได้สะท้อนคาดการณ์การเติบโตของกำไรไตรมาส 2/59 ซึ่งมาจากส่วนต่างราคาที่ปรับตัวสูงขึ้น, ปริมาณการผลิตที่เพิ่มขึ้นและกำไรพิเศษไปแล้ว ปัจจุบันมูลค่าหุ้นซื้อขายกันที่ค่า PBV สิ้นปี 2559 ที่ 1.7 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ 2.1 เท่าอยู่ 0.6 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน แต่เท่ากับค่าเฉลี่ยของภูมิภาค นอกจากนั้นเรากำลังเข้าสู่ช่วงโลว์ซีซั่นของอุปสงค์ PET และส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ กำไรของบริษัทในไตรมาส 3/59 จึงมีแนวโน้มอ่อนตัวลง QoQ เราคาดว่าหลังจากนี้จะเห็นราคาหุ้นที่อ่อนตัวลง เราจึงแนะนำ นักลงทุนให้ซื้อสะสมหุ้นในช่วงเวลาดังกล่าว ทั้งนี้กำไรของบริษัทคาดว่าจะเติบโตอย่างแข็งแกร่งถึง 57% ในปี 2559 นอกจากนี้มีโอกาสในการปรับเพิ่มประมาณการกำไรในระยะยาวจากการควบรวมกิจการที่อาจมีขึ้นในอนาคต

คาดกำไรหลักไตรมาส 2/59 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง

เราคาดว่า IVL จะรายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/59 ที่ 4,059 ล้าน ลดลง 22% YoY และ 1% QoQ ปัจจัยเบื้องหลังการหดตัวของกำไรสุทธิมาจากกำไรจากการต่อรองในการซื้อขายที่ลดลง อย่างไรก็ตามหากไม่รวมกำไรจากการต่อรองราคาซื้อขายจำนวน 2 พันล้านบาท และกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนจำนวน 40 ล้านบาท กำไรหลักไตรมาส 2/59 คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 5% YoY และ 29% QoQ เป็น 1,954 ล้านบาท หนุนจากปริมาณขายที่เพิ่มมากขึ้นและส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ที่ปรับตัวสูงขึ้น

ปริมาณขายของ IVL คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 17% YoY และ 20% QoQ มาอยู่ที่ 2.1 ล้านตัน ในไตรมาส 2/59 เนื่องจากการดำเนินงานของโรงงาน MEG(US) 2.5 เดือน, การรับรู้ปริมาณการขายทั้งไตรมาสจาก Micropet ซึ่งเข้าซื้อกิจการเสร็จเมื่อเดือน ธ.ค.2558, การรับรู้รายได้ทั้งไตรมาสจาก BP (US) และการรับรู้รายได้จาก Cepsa Spain (เข้าซื้อกิจการเสร็จเมื่อต้นเดือน เม.ย.) ปริมาณขาย PET คาดว่าจะเพิ่มขึ้น QoQ เนื่องจากเป็นช่วงไฮซีซั่น อย่างไรก็ตาม EBITDA หลักต่อตันในไตรมาส 2/59 คาดว่าจะเพิ่ม 5% QoQ มาอยู่ที่ 82 เหรียญสหรัฐ จากส่วนแบ่งกำไรจากธุรกิจ MEG & HVA ที่เพิ่มขึ้นและส่วนต่างราคา PET & PTA ที่ขยายตัว อย่างไรก็ตามเราคาดว่า EBITDA หลักต่อตันจะอ่อนตัวลง 15% YoY เนื่องจากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ที่อ่อนตัวลง (ดูรูป 1และ 2)

คาดกำไรหลักไตรมาส 3/59 อ่อนตัวจากส่วนต่างราคาที่ลดลง

เราคาดว่ากำไรหลักของบริษัทจะอ่อนตัวลง YoY และ QoQ ในไตรมาส 3/59 เนื่องจากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ที่ปรับตัวลดลง ส่วนต่างราคาโดยรวมคาดว่าจะอ่อนตัวลง YoY และ QoQ เนื่องจากส่วนต่างราคา PET ที่อ่อนตัวลง เนื่องจากกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น, โลว์ซีซั่นของอุปสงค์ และการกลับสู่สภาวะปกติของ ส่วนต่างราคา PTA (เอเชีย) (ภายหลังการหยุดซ่อมบำรุงนอกแผนของโรงงาน PTA ในไตรมาส 2/59) อย่างไรก็ตามปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น หนุนโดยการรับรู้ปริมาณการขายทั้งไตรมาสจากโรงงาน MEG (US) และ Cepsa Spain น่าจะช่วยลดผลกระทบจากส่วนต่างราคาโดยรวมที่อ่อนตัวลงในไตรมาส 3/59 ทั้งนี้ปริมาณขายคาดว่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้น 19% YoY และ 1% QoQ มาอยู่ที่ 2.2 ล้านตัน


ตลาดสายผลิตภัณฑ์โพลีเอสเตอร์ในปีนี้มีแนวโน้มดีขึ้น

คาดว่าปี 2559 จะเป็นปีที่ส่วนต่างราคาสายผลิตภัณฑ์โพลีเอสเตอร์เริ่มมีการฟื้นตัว กำลังการผลิตที่ลดน้อยลงกอรปกับอุปสงค์ที่แข็งแกร่งจะเป็นปัจจัยหลักที่หนุนให้ส่วนต่างราคาปรับตัวเพิ่มขึ้น การเติบโตของอุปสงค์สำหรับ PET ที่ 3.4 ล้านตัน คาดว่าจะแซงหน้ากำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น (บนสมมติฐานอัตราการใช้กำลังการผลิตที่ 75%) ที่ 2.8 ล้านตันในช่วงปี 2559-2561 อย่างไรก็ตามคาดว่าจะมีอุปสงค์สำหรับ PTA จะเพิ่มขึ้น 8.1 ล้านตัน ซึ่งสูงกว่ากำลังการผลิตใหม่ที่ 3.6 ล้านตันในช่วงเวลาเดียวกัน ส่วนต่างราคา PET และ PTA คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 5% YoY มาอยู่ที่ 220 เหรียญสหรัฐต่อตัน และ 100 เหรียญสหรัฐต่อตัน ตามลำดับในปี 2559