วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

แกว่งตัวออกด้านข้าง

ซื้อหุ้น กลุ่ม โรงกลั่น ท่องเที่ยว รับเหมา

UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้ : แกว่งตัวออกด้านข้าง

ทิศทางตลาดหุ้นไทยวันนี้ คาดจะแกว่งตัวออกด้านข้าง จากแรงขายทำกำไรออกมาบ้าง หลังตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นติดต่อกันหลายวัน และยังไม่มีปัจจัยบวกใหม่ๆสนับสนุนตลาดมากนัก นอกจากการไหลเข้าของเงินลงทุนจากนักลงทุนต่างชาติที่วานนี้ซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทยต่ออีก 4,542 ล้านบาท ส่วนตลาดหุ้นในภูมิภาคเช้านี้ปรับตัวไร้ทิศทาง

แนวรับ/แนวต้าน : 1470/1486 สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 50% : พอร์ตหุ้น 50%

กลยุทธ์ : ซื้อหุ้น กลุ่ม โรงกลั่น ท่องเที่ยว รับเหมา

หุ้นแนะนำ

CK (35.50): คาดผลการดำเนินงานปี 59 จะโดดเด่น เนื่องจากอาจมีการรับรู้งานส่วนเพิ่มเติมในโครงการเขื่อนไซยะบุรีมูลค่ากว่า 1.4 หมื่นล้านบาท อีกทั้งยังมีงานประมูลของทางภาครัฐและเอกชนออกมาเรื่อยๆไม่ว่าจะป็นโครงการรถไฟฟ้าสายสี ส้ม เหลือง ชมพู และสุวรรณภูมิเฟส 2 นอกจากนี้ CK ได้รับผลประโยชน์จากการเป็นผู้ถือใหญ่ในบริษัทฯ BEM CKP และ TTW ซึ่งอยู่ในอุตสาหกกรมที่แข็งแกร่งและมีแนวโน้มเติบโต

THAI (31.75) : คาดผลประกอบการ 2Q59 ดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์จากราคาน้ำมันในช่วงต้น 2Q59 ที่อยู่ในระดับต่ำ นอกจากนี้ THAI ยังได้รับผลบวกจากการท่องเที่ยวที่ยังแรงต่อเนื่องโดยเฉพาะจากนักท่องเที่ยวชาวจีน การฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย และต้นทุนลดลงจากการปฏิรูปองค์กรในปี 58

IRPC (6.80) : ได้รับผลประโยชน์จากราคาน้ำมันดิบอยู่ในระดับต่ำ คาดผลประกอบการ 2Q59 จากกําไรขั้นต้นจากการผลิตตามราคาตลาด (GIM) ที่ 13 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล ใกล้เคียงกับช่วง 1Q59 การเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินการจากโครงการ Everest และ Stock gain อีกทั้งยังมี yield ในระดับสูงที่ประมาณ 7%

KCE (105) : เรามองว่าแนวโน้มค่าเงินยูโรอ่อนจะมีผลกระทบจำกัดต่อ KCE จากการศึกษาของเราพบว่า Correlation ระหว่างค่าเงินบาทต่อยูโรและอัตรากำไรขั้นต้นของ KCE ในช่วง 41 ไตรมาสย้อนหลังอยู่ที่ -0.29 ซึ่งสะท้อนว่าทิศทางค่าเงินยูโรไม่ได้เป็นปัจจัยเดียวที่จะชีวัดทิศทางการดำเนินงานของผลประกอบการได้ เราจึงแนะนำซื้อสะสมเมื่ออ่อนตัว จากแนวโน้มอุตสาหกรรมแผงวงจรไฟฟ้าในรถยนต์ที่สดใส



ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน

ปัจจัยภายในประเทศ

+ รัฐบาลเตรียมเปิดพัฒนาที่ดินเชิงพาณิชย์ครั้งใหญ่ “ประยุทธ์” สั่งวางแผนพัฒนาที่ดินรอบระบบราง-ถนน ตั้ง “สมคิด” ศึกษาใน1เดือน รองรับเศรษฐกิจขยายตัว ขณะ “อาคม” ดันมอเตอร์เวย์ศรีนครินทร์-สุวรรณภูมิเข้าไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ พร้อมกางแผนมอเตอร์เวย์ 21 เส้นทางใน 20 ปี

+ การบินไทย-บางกอก แอร์เวย์ส ทำอันดับดีขึ้นในการจัดอันดับ 100 สายการบินโลกประจำปีนี้ ขณะสายการบินแอมิเรตส์ครองอันดับหนึ่ง ด้าน “จรัมพร” เผยผลจากแผนปฏิรูปองค์กร ขณะทะเลตรังติดอันดับ 8 จาก 10 อันดับ แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมในเอเชีย

+ “คลัง” เปิดให้ผู้มีรายได้น้อย ลงทะเบียนรับสิทธิ์สวัสดิการรัฐผ่าน 3 แบงก์ “ออมสิน-กรุงไทย-ธ.ก.ส.” เริ่ม 15 ก.ค.-15 ส.ค.นี้ ยันข้อมูลไม่รั่วไหล และไม่ใช่ลงทะเบียนผู้เสียภาษี หวังเป็นฐานข้อมูลเพื่อจัดสวัสดิการรัฐ “ให้เหมาะสม-ตรงเป้าหมาย” ย้ำคนมีรายได้เกินแสนตกงานขอลงทะเบียนได้

+ กระทรวงอุตสาหกรรมห่วงเร่งผลักดันนโยบายอุตสาหกรรม 4.0 กระทบแรงงานไทยตกงานเพียบ สั่ง สศอ.เร่งคลอดแผนแม่บทรองรับการเปลี่ยนแปลง คาด ส.ค.นี้ชง ครม.พิจารณาพร้อมจี้เอสซีจีเร่งสรุปผลการศึกษาความต้องการของนักลงทุนเอกชนในเขตอีอีซี ก่อนเสนอรองนายกฯ สมคิด มั่นใจ 5 ปีลงทุนในกลุ่มเอส-เคิร์ฟ 5.5 แสนล้านบาท

ปัจจัยต่างประเทศ

+ ตลาดหุ้นสหรัฐปิดปรับตัวขึ้นในวันพุธ ซึ่งหนุนดัชนีดาวโจนส์และ S&P 500 แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่นักลงทุนคาดว่าผลประกอบการที่สดใสของบริษัทจดทะเบียนจะช่วยหนุนตลาดต่อไป จุดสนใจของตลาดอยู่ที่การประชุมธนาคารกลางอังกฤษในวันพฤหัสบดีนี้ ซึ่งคาดว่าจะกลับไปใช้นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายเพื่อปกป้องเศรษฐกิจของอังกฤษจากการถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป แรงหนุนจากนโยบายการเงินของประเทศพัฒนาแล้วและข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งในสหรัฐทำให้นักลงทุนมีเหตุผลที่จะเข้าซื้อหุ้นในกลุ่มที่ปรับตัวตามการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดบวก 24.45 จุดหรือ 0.13% สู่ 18,372.12

+ ตลาดหุ้นโตเกียวปิดบวกหลังพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 1 เดือน ขณะที่นักเก็งกำไรคาดว่า นายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะจะออกนโยบายเชิงรุกที่ผสมระหว่างการผ่อนคลายทางการเงินและการคลัง หลังเขาได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทั้งนี้ ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดบวก 135.78 จุด หรือ 0.84% มาที่ 16,231.43 ส่งผลให้ดัชนีพุ่งขึ้นรวม 7.5% นับตั้งแต่เขาชนะการเลือกตั้งเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา และการพุ่งขึ้น 2.2% ในวันนี้ทำให้ดัชนีพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 1 เดือน

+ ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ดิ่งลงกว่า 4 % ในวันพุธ และลดช่วงบวกที่ทำไว้ในวันอังคารลงจนเกือบหมด ในขณะที่ตัวเลขสต็อกน้ำมันสหรัฐทำให้นักลงทุนกังวลกับภาวะน้ำมันล้นตลาดโลก ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบส่งมอบเดือนส.ค.ดิ่งลง 2.05 ดอลลาร์ หรือ 4.4 % มาปิดตลาดที่ 44.75 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 44.56-46.71 ดอลลาร์