วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กูรูแนะลงทุน 'รีท' เลี่ยงตลาดผันผวน

กูรูแนะลงทุน 'รีท' เลี่ยงตลาดผันผวน

ภายหลังสหราชอาณาจักร (ยูเค) ลงมติให้ออกจากการเป็นสมาชิกของสหภาพยุโรป (อียู) หรือ “เบร็กซิท” ส่งผลให้ตลาดการเงินทั่วโลกเกิดความผันผวน และดูเหมือนความผันผวนเหล่านี้จะถูกซ้ำเติมด้วย “นโยบายการเงิน” ของประเทศอุตสาหกรรมหลัก ที่มีแนวโน้มว่าจะแข่งกันผ่อนคลายเพิ่มเติม

ท่ามกลางความผันผวนเหล่านี้ นักลงทุนที่กำเงินสด โดยเฉพาะรายที่มองหาช่องทางการลงทุนอื่นๆ ที่นอกเหนือการฝากเงินไว้กับธนาคารพาณิชย์เพราะมีอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำ คงจะมีคำถามว่า ช่วงเวลาแบบนี้ควรจะลงทุนอะไร

“มนรัฐ ผดุงสิทธิ์” กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) แลนด์แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) มองว่า ความผันผวนในตลาดการเงินทั่วโลก ทำให้นักลงทุนแสวงหาสินทรัพย์ที่สามารถให้ผลตอบแทนได้ดีและมีความเสี่ยงที่ต่ำ ในส่วนของ บลจ.แลนด์แอนด์เฮ้าส์ มองว่า การลงทุนในทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ หรือ “รีท” ถือเป็นทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ โดยเฉพาะ รีท ที่ลงทุนในตลาดแถบเอเชีย

“รีท ที่ลงทุนในตลาดแถบเอเชียถือเป็น หนึ่งในสินทรัพย์ทางเลือกในการกระจายการลงทุน เนื่องจาก รีท จ่ายเงินผลประโยชน์ตอบแทนในอัตราที่ค่อนข้างสูงและสม่ำเสมอ รวมทั้งยังสามารถสร้างผลตอบแทนในระยะยาวที่ดีและไม่ผันผวนมากเมื่อเทียบกับการลงทุนในหุ้น โดยเฉพาะช่วงที่ตลาดหุ้นยุโรปมีความผันผวน และอัตราดอกเบี้ยนโยบายทั่วโลกอยู่ระดับต่ำ”

จากข้อมูลพบว่า รีท ในประเทศญี่ปุ่น ออสเตรเลีย สิงคโปร์ และฮ่องกง จ่ายเงินปันผลที่น่าพอใจด้วยอัตราเฉลี่ย 3-6% เนื่องจาก รีท มีรายได้สม่ำเสมอจากค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์และยังมีโอกาสสร้างรายได้เพิ่มจากการปรับขึ้นค่าเช่าและเพิ่มสินทรัพย์ที่มีกระแสเงินสดแข็งแกร่งและมีแนวโน้มการเติบโตทางธุรกิจที่ดีในอนาคต

นอกจากนี้สถานการณ์ปัจจุบันที่ธนาคารกลางหลายประเทศมีนโยบายใช้อัตราดอกเบี้ยติดลบ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ทำให้นักลงทุนมีโอกาสที่จะได้รับกำไรจากส่วนต่างราคาขายหน่วยลงทุนที่น่าจะปรับเพิ่มขึ้นอีกด้วย

“เรามองว่าช่วงที่ตลาดหุ้นยุโรปผันผวน การลงทุนใน รีท ในตลาดเอเชียเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกับสถานการณ์ในปัจจุบันและยังสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีจากปัจจัยสนับสนุน เช่น การลงทุน รีท ในญี่ปุ่น ที่คาดว่าจะได้รับผลดีจากการที่ธนาคารกลางญี่ปุ่นมีโอกาสเพิ่มขนาดการเข้าซื้อ รีท และมีแนวโน้มปรับลดอัตราดอกเบี้ย เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ อีกทั้งยังพบว่าราคาที่ดินในญี่ปุ่นปรับตัวดีขึ้นตั้งแต่ปี 2550”

นอกจากนี้การลงทุน รีท ในสิงคโปร์ช่วงปีที่ผ่านมา ได้ปรับตัวลดลงค่อนข้างมากจากความกังวลเรื่องการขึ้นดอกเบี้ย แต่ความกังวลนี้ได้ลดลงในปีนี้ ทำให้มีโอกาสที่ราคา รีท ในสิงคโปร์มีโอกาสสูงขึ้น ซึ่ง บลจ.แลนด์แอนด์เฮ้าส์ สนใจใน รีท ประเภทห้างค้าปลีกในเขตรอบเมือง ที่ยังมีความต้องการสูงและได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจไม่มาก

สำหรับผู้ที่สนใจลงทุนในทองคำนั้น “สุทธิพงษ์ ศรีพรประเสริฐ” นักวิเคราะห์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) โกลเบล็ก แนะนำว่า ราคาทองคำเริ่มชะลอตัวและพักตัวในกรอบแคบๆ หลังค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นจากการที่สหรัฐเปิดเผยข้อมูลแรงงานที่แข็งแกร่ง โดยการจ้างงานภาคเอกชนของสหรัฐในเดือนมิ.ย. เพิ่มขึ้นมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้

รวมทั้งกระทรวงแรงงานสหรัฐ รายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรปรับเพิ่มขึ้นมากกว่าคาดในเดือนมิ.ย. ส่งผลให้นักลงทุนไม่มั่นใจว่าธนาคารสหรัฐ (เฟด) จะนำข้อมูลการจ้างงานที่แข็งแกร่งนี้มาประกอบการตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ยนโยบายหรือไม่ และการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางในหลายประเทศ โดยเฉพาะธนาคารกลางอังกฤษ (บีโออี) และธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) จะเดินหน้าใช้นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ

อย่างไรก็ตาม “สุทธิพงษ์” เชื่อว่า ราคาทองคำปรับลงในกรอบแคบเท่านั้น เนื่องจากสหรัฐรายงานตัวเลขอัตราการว่างงานในเดือนมิ.ย.เพิ่มขึ้นมากกว่าคาดสู่ระดับ 4.9% หลังจากอยู่ที่ 4.7% ในเดือนพ.ค. รวมถึงความกังวลผลกระทบจากเบร็กซิท

ส่วนแนวโน้มราคาทองคำนั้น สุทธิพงษ์ มองว่า ทางเทคนิคราคาอยู่ในช่วงพักตัวออกข้างและเริ่มลงมาต่ำกว่าแนวรับเส้น 5 วัน อีกทั้งค่าสัญญาณ RSI ที่เริ่มปรับลงจากภาวะซื้อมากเกินไป ทำให้ราคามีแนวโน้มพักตัวลง

อย่างไรก็ตามแนวรับเส้น 10 วัน และแนวโน้มขึ้นหลักยังรองรับอยู่ ส่งผลให้ราคามีแนวโน้มพักฐานช่วงสั้นก่อนปรับขึ้นรอบใหม่ โดยมีแนวรับ 1,330-1,335 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และแนวต้าน 1,375-1,380 ดอลลาร์ต่อออนซ์