วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ทรู-เบตเตอร์เวิลด์' เทรดสนั่น

'ทรู-เบตเตอร์เวิลด์' เทรดสนั่น

ปริมาณการซื้อขาย (Volume) ถือเป็นปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งที่นักลงทุนใช้ประกอบการพิจารณา โดยเฉพาะนักลงทุนแนวเทคนิค เพราะตามทฤษฎีแล้ววอลุ่มเป็นสิ่งที่ช่วยสนับสนุนความแข็งแรงในการขึ้นหรือลงของราคาหุ้น

การที่ดัชนีหุ้นไทยเดินหน้าทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่องรอบ 1 ปี ล่าสุดทะลุขึ้นไปเกิน 1,480 จุด และนับตั้งแต่ดัชนีหุ้นไทยขึ้นมายืนเหนือ 1,450 จุด เมื่อ 30 มิ.ย. ถึง 12 ก.ค. ที่ผ่านมา มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเป็น 58,104.33 ล้านบาท เทียบกับมูลค่าเฉลี่ยตลอดทั้งปีนี้ที่ 45,751.65 ล้านบาท

เมื่อพิจารณาหุ้นที่มีปริมาณการซื้อขายหนาแน่นสูงสุด10 อันดับแรก พบว่า หุ้นทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) และเบตเตอร์ เวิลด์ กรีน (BWG) เป็นหุ้นที่มีปริมาณการซื้อขายสูงสุด 2 อันดับแรก จำนวน 2,996.15 ล้านหุ้น และ 2,983.13 ล้านหุ้น ขณะที่ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้น 17.81% และ 9.82% ตามลำดับ รองลงมา ธนาคารทหารไทย (TMB) 2,199.84 ล้านหุ้น ยู ซิตี้ (U) 1,994.27 ล้านหุ้น เอแอลที เทเลคอม (ALT) 1,360.83 ล้านหุ้น ทีพีไอ โพลีน (TPIPL) 1,219.99 ล้านหุ้น บ้านปู (BANPU) 1,046.07 ล้านหุ้น ไออาร์พีซี (IRPC) 1,042.14 ล้านหุ้น จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล (JAS) 964.49 ล้านหุ้น และ ซีเค พาวเวอร์ (CKP) 952.49 ล้านหุ้น

"สุทัศน์ บุณยอุดมศาสตร์" รองกรรมการผู้จัดการสายงานบัญชีและการเงิน บริษัท เบตเตอร์ เวิลด์ กรีน จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ช่วงที่ผ่านมาบริษัทไม่ได้มีปัจจัยหนุนพิเศษในด้านอื่นนอกเหนือจากแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจเดิม และโรงไฟฟ้าที่กำลังก่อสร้าง สำหรับรายได้จากธุรกิจเดิมในปีนี้คาดว่าจะเติบโตราว 10-15% จากปีก่อนที่ทำได้ 1,694.66 ล้านบาท

ขณะที่การขยายธุรกิจโรงไฟฟ้าขยะนั้น ขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างการก่อสร้างโรงไฟฟ้า 2 แห่ง กำลังการผลิตที่คาดว่าจะขายไฟฟ้าได้รวมกัน 16 เมกะวัตต์ น่าจะเริ่มรับรู้รายได้ช่วงครึ่งปีหลังปีนี้

“บริษัทคาดว่าจะยื่นขอใบอนุญาตกำลังการผลิตรวมเท่าใด จากที่ภาครัฐจะเปิดให้ยื่นขอทั้งหมด 50 เมกะวัตต์ ช่วงเดือนหน้านี้ ส่วนจะได้เท่าใดนั้นคงต้องขึ้นอยู่กับ คณะกรรมการจะพิจารณา"

ทั้งนี้ คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) จะเปิดรับพิจารณา การรับซื้อไฟฟ้าประเภทขยะอุตสาหกรรม กำลังการผลิตรวม 50 เมกะวัตต์ โดยกำลังการผลิตต่อหนึ่งโครงการไม่เกิน 10 เมกะวัตต์ และห้ามไม่ให้เปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นเดิมน้อยกว่า 51%ระยะเวลา 3 ปีระหว่างวันที่ 22-31 ส.ค. นี้ และจะประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือก 30 ก.ย. นี้ ราคารับซื้อเป็นแบบ Feed-in Tariff (FiT) ราคาเฉลี่ย 6.78 บาทต่อหน่วย อายุสัญญา 20 ปี

หุ้นทรูนั้น ประสิทธิ์ สุจิรวรกุล นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.บัวหลวง กล่าวว่าเดิมคิดว่าหลังจากเพิ่มทุนราคาหุ้นน่าจะนิ่ง เพราะด้วยปัจจัยพื้นฐานแล้ว แนวโน้มไม่ดีนัก เนื่องจากต้นทุนค่าใบอนุญาตคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ และ 1800 เมกะเฮิรตซ์ ที่มีแนวโน้มสูงขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 3 ปีนี้ ทำให้ผลประกอบการมีโอกาสขาดทุนมากขึ้น

“ระยะ 2 ปีนี้หุ้นทรูน่าจะขาดทุนต่อเนื่อง แต่คิดว่ามีโอกาสเทิร์นอะราวด์ได้ภายใน 5 ปี ซึ่งขึ้นอยู่กับความสามารถในการบริหาร แต่ในเชิงการลงทุนมองว่าขณะนี้ยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม ส่วนผู้ที่มีหุ้นอยู่นั้นอาจจะหาจังหวะขายทำกำไรไปก่อน เพราะต้นทุนการเพิ่มทุนอยู่ที่เพียง 7.15 บาท”