วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

THCOM - ซื้อ

ราคาหุ้นสะท้อนข่าวร้ายไปมากแล้ว

ประเด็นการลงทุน

ถึงแม้ว่าจะยังคงมีความกังวลในเรื่องการสูญเสียรายได้จากการปิดให้บริการของซีทีเอชบนช่องดาวเทียมเคยูแบนด์ ซึ่งจะเริ่มต้นในเดือนส.ค. 2559 และความไม่แน่นอนที่กระทรวงไอซีทีจะเก็บส่วนแบ่งรายได้ค่าสัมปทานเพิ่มอีก 20.5% นอกเหนือจากค่าธรรมเนียมใบอนุญาตที่จ่ายให้กับกสทช.สำหรับดาวเทียมไทยคม 7 และ 8 แต่เราก็ยังเชื่อว่าราคาหุ้น ณ ปัจจุบันของ THCOM ได้สะท้อนประเด็นความกังวลเชิงลบเหล่านี้ไปแล้ว ถึงแม้ว่าเราจะทำการปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2559 และราคาเป้าหมายลงอีกจากเดิม เพื่อสะท้อนรายได้จากลูกค้าซีทีเอชบางส่วนที่หายไปในไตรมาส 3/59 แต่ราคาหุ้น ณ ปัจจุบันถือได้ว่าถูกมาก โดยอัตราส่วน EV/EBITDA อยู่ที่เพียงแค่ 4.7 เท่าในปี 2559 และ 4.2 เท่าในปี 2560 เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย EV/EBITDA ของผู้ประกอบการดาวเทียมในภูมิภาคซึ่งอยู่ที่ 8 เท่าในปี 2559 และ 6.7 เท่าในปี 2560 และอัตราส่วน PER ที่ 10.6 เท่าในปี 2559 และที่ 9.9 เท่าในปี 2560 เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยภูมิภาคที่ 18.3 เท่าในปี 2559 และ 15.9 เท่าในปี 2560 เราแนะนำให้นักลงทุนเข้าซื้อสะสมหุ้นสำหรับการฟื้นตัวของกำไรสุทธิในระยะกลางซึ่งจะเริ่มเห็นตั้งแต่ไตรมาส 4/59 ไปจนถึงปี 2560

ส่องกล้องไตรมาส 2/59—กำไรหลักลดลง

เราคาดกำไรสุทธิไตรมาส 2/59 ที่ 535 ล้านบาท ลดลง 7% YoY และ 24% QoQ หากไม่รวมกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 8 ล้านบาทในไตรมาส 2/59 กำไรหลักมีแนวโน้มอยู่ที่ 527 ล้านบาท ลดลง 8% YoY และ 21% QoQ กำไรหลักที่ลดลงเนื่องมาจากรายได้ธุรกิจดาวเทียมแบบทั่วไปที่ลดลง (จากการหยุดให้บริการของผู้ประกอบการทีวีดาวเทียมรายใหญ่รายหนึ่งซึ่งใช้บริการจำนวน 4 ช่องสัญญาณบนดาวเทียมไทยคม 5 ซึ่งรายได้ที่หายไปจะเริ่มมีผลตั้งแต่ไตรมาส 2/59) และภาระภาษีจ่ายที่เพิ่มขึ้นก้าวกระโดด เราคาดว่ารายได้จากลูกค้ารายดังกล่าวอยู่ที่ประมาณ 150 ล้านบาทต่อไตรมาส (หรือ 600 ล้านบาทต่อปี) เราคาดรายได้จากธุรกิจดาวเทียมแบบทั่วไปในไตรมาส 2/59 ที่ 1.12 พันล้านบาท ลดลง 2% YoY และ 12% QoQ ซึ่งเป็นผลมาจากการยกเลิกการให้บริการของลูกค้าผู้ประกอบการทีวีดาวเทียมรายดังกล่าว ดังนั้นส่งผลให้อัตราการเช่าใช้ช่องสัญญาณของดาวเทียมไทยคม 5 มีแนวโน้มลดลงมาอยู่ที่ 90% ณ สิ้นไตรมาส 2/59 เทียบกับ 100% ณ สิ้นไตรมาส 1/59 

เราคาดรายได้ไอพีสตาร์ในไตรมาส 2/59 ที่ 1.03 พันล้านบาท ทรงตัว YoY (เนื่องจากรายได้จากการขายแบนด์วิธไอพีสตาร์ที่ทรงตัว) แต่ลดลง 7% QoQ (เนื่องจากมีรายได้จากการขายอุปกรณ์ครั้งเดียวให้กับลูกค้าซอฟท์แบงก์ของญี่ปุ่นในไตรมาส 1/59 แต่ไม่มีรายได้ดังกล่าวในไตรมาส 2/59) อัตราการเช่าใช้ช่องสัญญาณของดาวเทียมไทยคม 6 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น 1% QoQ มาอยู่ที่ 66% ณ สิ้นไตรมาส 2/59 ในขณะที่อัตราการเช่าใช้ช่องสัญญาณดาวเทียมของไอพีสตาร์และไทยคม 7 มีแนวโน้มทรงตัวที่ 57% และ 100% ณ สิ้นไตรมาส 2/59 ตามลำดับ รายได้จากการให้บริการอินเทอร์เน็ตมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น 7% YoY และ 1% QoQ เราคาดอัตรากำไรขั้นต้นไตรมาส 2/59 ที่ 39% ลดลงจาก 40.2% ในไตรมาส 2/58 และ 44.1% ในไตรมาส 1/59


กำไรสุทธิไตรมาส 3/59 ได้รับผลกระทบจากการยกเลิกการใช้งานของซีทีเอชบนช่องเคยูแบนด์

เนื่องจากซีทีเอชจะหยุดให้บริการเพย์ทีวีบนช่องดาวเทียมเคยูแบนด์ของดาวเทียมไทยคม 5 ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. 2559 เป็นต้นไป เราจึงใช้สมมติฐานในกรณีที่เป็นไปได้ว่าถ้าซีทีเอชทำการยกเลิกเพียงแค่ 3 ช่องสัญญาณเคยูแบนด์จากที่ใช้งานอยู่ทั้งหมดจำนวน 5 ช่องสัญญาณที่เช่าจาก THCOM เราคาดว่าจะส่งผลกระทบต่อรายได้คิดเป็น 220 ล้านบาทต่อปีจากการหายไปของช่องสัญญาณดาวเทียม 3 ช่องของซีทีเอชซึ่งจะเริ่มมีผลตั้งแต่ไตรมาส 3/59 เป็นต้นไป เราทำการปรับรายได้และกำไรสุทธิในปี 2559 ลงอีก 1% และ 6% ตามลำดับเพื่อสะท้อนรายได้จากซีทีเอชที่ลดลงจากการหายไปของจำนวน 3 ช่องสัญญาณและอัตรากำไรขั้นต้นที่คาดว่าจะอ่อนตัวลงกว่าที่คาดสำหรับไตรมาส 2/59 และไตรมาส 3/59 และปรับลดราคาเป้าหมายลงอีก 7% (เหลือ 42 บาท)

THCOM จะนำเอาลูกค้าใหม่ซึ่งได้แก่ ฟอร์เอฟเวอร์กรุ๊ป มาอยู่บนดาวเทียมไทยคม 5 เพื่อที่จะมาแทนผู้ประกอบการทีวีดาวเทียมที่มีปัญหาด้านการเงินรายแรกและอีกรายหนึ่งได้แก่ซีทีเอช และเนื่องจากอัตราการเช่าใช้ช่องสัญญาณดาวเทียมของฟอร์เอฟเวอร์กรุ๊ปจะยังคงอยู่ในระดับต่ำช่วงเริ่มต้นในไตรมาส 3/59 และเพิ่มสูงขึ้นในไตรมาส 4/59 เราจึงเชื่อว่าอัตราการใช้งานของฟอร์เอฟเวอร์กรุ๊ปจะยังคงไม่สามารถชดเชยรายได้ที่หายไปจากลูกค้าทั้งสองรายในช่วงครึ่งหลังของปี 2559 ได้ แต่คาดว่าอัตราการใช้งานของฟอร์เอฟเวอร์กรุ๊ปจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในปี 2560 แทน ดังนั้นเราจึงคาดว่ากำไรสุทธิไตรมาส 3/59 มีแนวโน้มถึงจุดต่ำสุดก่อนที่จะฟื้นตัว QoQ ในไตรมาส 4/59 เนื่องจากอัตราการเช่าใช้ช่องสัญญาณของฟอร์เอฟเวอร์กรุ๊ปที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น