วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

คนร.สั่งรื้อค่าเช่าที่รถไฟ 7 พันสัญญา

"คนร." สั่งตั้งคณะทำงานดูสัญญาเช่าที่ดินของการรถไฟที่มีอยู่กว่า 1 หมื่นสัญญาทั่วประเทศ เพราะจะเป็นรายได้หลักและหัวใจการฟื้นฟูกิจการ

คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) หรือซูเปอร์บอร์ด ซึ่งมีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธานคณะกรรมการ มีมติวานนี้ (11 ก.ค.) เห็นชอบแนวทางการแก้ปัญหาตามแผนฟื้นฟูกิจการของรัฐวิสาหกิจ 7 แห่ง โดยพบว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ดำเนินการตามแผนได้ล่าช้าที่สุด ขณะที่อีก 6 แห่งมีความคืบหน้า คือ การบินไทย องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) บริษัท ทีโอที และบริษัท กสท.โทรคมนาคม

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่า คนร.ได้รับทราบถึงความล่าช้าของแผนฟื้นฟู รฟท. และมองว่าสาระสำคัญที่เป็นหัวใจของการฟื้นฟูกิจการ คือเรื่องการบริหารที่ดิน ซึ่งไม่ใช่ธุรกิจหลักหรือ นันคอร์ของรฟท. คนร.จึงมีมติให้ตั้งคณะทำงานขึ้นมา มีคมนาคม คลัง กรมธนารักษ์ และรฟท.ไปดูแลการใช้ประโยชน์จากที่ดินรฟท.ที่มีอยู่กว่า 1หมื่นสัญญาทั่วประเทศให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งจะครบกำหนดสัญญาในเดือน ก.ย.นี้กว่า 7 พันสัญญา

“จะต้องมีการศึกษา และเจรจาโครงสร้างสัญญาเช่าที่ดินให้เป็นไปตามกลไกตลาด เพราะบางสัญญาทำไว้นานเป็นสิบปี หากเพิ่มประสิทธิภาพจากการใช้ประโยชน์ที่ดินได้ จะเป็นรายได้หลักของการรถไฟ อย่างไรก็ตามการรถไฟก็จะมีการจ้างที่ปรึกษามาดูเรื่องนี้อยู่แล้ว แต่คนร.ให้มีคณะทำงานเข้าไปดูด้วย เพราะตอนนี้ไม่มีข้อมูลเลยว่ามีสัญญาที่ไหนบ้าง และรายละเอียดเป็นอย่างไร”

นอกจากนี้ ยังมีมติให้คณะอนุกรรมการกลั่นกรองฯ และกระทรวงคมนาคมร่วมจัดทำหลักเกณฑ์ในการพิจารณารูปแบบการบริหารจัดการโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดง ที่ รฟท. ขอดำเนินการเดินรถเองให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน เพราะฐานข้อมูล และเกณฑ์ที่รฟท.เสนอมายังไม่ชัดเจน

บินไทย-เอสเอ็มอีแบงก์ผลงานดี

เขากล่าวต่อว่าในส่วนรัฐวิสาหกิจอื่นๆนั้น การบินไทย และเอสเอ็มอีแบงก์ทำตามแผนฟื้นฟูกิจการได้ดี ราคาหุ้นของการบินไทยที่ปรับขึ้น สะท้อนมุมมองที่ดีขึ้นของนักลงทุน แต่ที่ประชุมก็ให้การบินไทยไปทำเพิ่มเติมในส่วนการลดค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่น้ำมัน การเพิ่มสัดส่วนขายตั๋วผ่านเว็บให้เป็นไปตามมาตรฐาน

ส่วนเอสเอ็มอีแบงก์ให้ไปลดหนี้เสียหรือเอ็นพีแอลให้ได้ตามแผน คือเหลือ1.8หมื่นล้านบาทในสิ้นปีนี้ จากปัจจุบันลดเหลือ 2.1 หมื่นล้านบาทแล้ว สำหรับไอแบงก์นั้นให้กระทรวงคลังไปพิจารณาตั้งบรรษัทบริหารสินทรัพย์(เอเอ็มซี)มารับโอนหนี้ และไปดูเรื่องการเพิ่มทุนเพื่อไม่ให้ส่วนทุนติดลบ ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญในการหาพันธมิตร

ส่วนขสมก.ให้คมนาคมเร่งนำเสนอครม.เรื่องการแก้ไขมติครม.เดิมเรื่องใบอนุญาตการเดินรถ ให้ขสมก. เป็นเพียงผู้ให้บริการเดินรถ (Operator) รายหนึ่ง เพื่อให้เกิดการแข่งขันอย่างเป็นธรรม และรับทราบแนวทางการจัดหารถโดยสารจำนวน 3,183 คัน ของ ขสมก. และให้กระทรวงคมนาคมเร่งนำเสนอครม.ทบทวนแผนการจัดหารถโดยสารต่อไป

คนร.ยังรับทราบการปรับโครงสร้างของบริษัท ทีโอที และบริษัท กสท โทรคมนาคม โดยการจัดตั้งบริษัทลูก 3 บริษัท เพื่อบริหารจัดการทรัพย์สินของ ทีโอที และ กสท ได้แก่ บริษัทโครงข่ายบรอดแบนด์ภายในประเทศ (NBN CO) บริษัทโครงข่ายระหว่างประเทศ (NGN CO) และบริษัทศูนย์ข้อมูลอินเทอร์เน็ต (IDC CO) โดยให้กระทรวงไอซีที กำกับให้ ทีโอที และ กสท จัดทำรายละเอียดของแผนการดำเนินกิจการของ3บริษัท

อนุมัติ 3 โครงการลงทุนรัฐวิสาหกิจ

นายเอกนิติกล่าวต่อว่า คนร. ได้เห็นชอบโครงการลงทุนขนาดใหญ่ของรัฐวิสาหกิจ 3 แห่งคือ โครงการก่อสร้างสายเคเบิลใต้น้ำไปยังเกาะสมุย และเกาะเต่า จังหวัดสุราษฎร์ธานี ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) วงเงินลงทุนโครงการจำนวน 2,130 ล้านบาท และ 1,776 ล้านบาท ตามลำดับ เพื่อให้ กฟภ. สามารถขยายระบบจำหน่ายไฟฟ้าซึ่งเป็นบริการขั้นพื้นฐานให้กับประชาชนในพื้นที่เกาะสมุยและเกาะเต่าได้อย่างเพียงพอและมั่นคง

นอกจากนี้ ยังเห็นชอบการขยายกรอบวงเงินลงทุนโครงการพัฒนาท่าอากาศยานภูเก็ตของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) เป็นจำนวน 8,816 ล้านบาท โดยเพิ่มเติมจากเดิมที่ได้รับอนุมัติไว้ 3,069 ล้านบาท เพื่อใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการชดเชยผลกระทบด้านเสียงที่เกิดจากการดำเนินโครงการ และเยียวยาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนผู้อาศัยโดยรอบ

รวมทั้งเห็นชอบในหลักการให้ รฟท.ดำเนินโครงการระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดงอ่อน ช่วงบางซื่อ - พญาไท - มักกะสัน - หัวหมาก และสายสีแดงเข้ม ช่วงบางซื่อ - หัวลำโพง ภายใต้กรอบวงเงินลงทุน จำนวน 44,157 ล้านบาท และเห็นควรให้ รฟท. บริหารทรัพย์สินโดยเฉพาะการพัฒนาพื้นที่ตามแนวเขตทางรถไฟและย่านสถานีให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ชงพรบ.กำกับรสก.เข้าครม.เดือนนี้

เขากล่าวว่าการจัดทำร่างพระราชบัญญัติการพัฒนาการกำกับดูแลและบริหารรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. ....คนร. มีมติเห็นชอบในหลักการตามที่คณะอนุกรรมการเตรียมการจัดตั้งบรรษัทวิสาหกิจแห่งชาติได้มีการปรับปรุงร่างพระราชบัญญัติฯ ตามข้อสังเกตของหน่วยงานต่างๆ เช่น การปรับปรุงวาระการดำรงตำแหน่งและกระบวนการสรรหากรรมการบรรษัทวิสาหกิจแห่งชาติ ที่โปร่งใส และการกำหนดตัวชี้วัดเชิงประสิทธิภาพให้กับบรรษัทวิสาหกิจแห่งชาติ โดยมอบหมายให้กระทรวงการคลังเร่งนำเสนอครม.พิจารณาต่อไป คาดว่าภายในเดือนก.ค.นี้ และกฎหมายน่าจะมีผลในสิ้นปี