วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

นายกฯมอบรางวัลกองทุนหมุนเวียน ย้ำทุกฝ่ายมีส่วนปฏิรูป

นายกฯ มอบรางวัลกองทุนหมุนเวียน ระบุมีความสำคัญขับเคลื่อนตามยุทธศาสตร์20 ปี ย้ำทุกภาคส่วนต้องมีการปฏิรูป

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานในงานมอบรางวัลทุนหมุนเวียนดีเด่น ประจำปี 2559 และกล่าวปาฐกถาตอนหนึ่งว่า ขอบคุณความตั้งใจของทุกหน่วยงานทำให้เห็นถึงศักยภาพของกองทุนหมุนเวียนต่าง ๆ ทำให้เกิดผลประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน และสังคม ซึ่งกองทุนหมุนเวียนเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนงานตามยุทธศาสตร์ การบริหารและการพัฒนาประเทศ รัฐบาลให้ความสำคัญอย่างมากจึงจำเป็นต้องใช้งบประมาณจากทุกส่วนให้คุ้มค่าทั้งในส่วนของรัฐ และกองทุน ไม่มีใครสามารถแก้ปัญหาให้ประเทศได้ ด้วยคน หน่วยงาน หรือวิธีการเดียว จะต้องมีการปฏิรูปใหม่ทั้งหมด ทั้งการบริหารจัดการ วิธีการ เจ้าหน้าที่ การทำงานประสิทธิภาพ และการประเมินผล เพราะฉะนั้นขอมอบหมายให้กระทรวงการคลังสรุปตามความรับผิดชอบมาว่า ช่วงก่อนปี 2557 มีผลสำเร็จอะไรออกมาบ้าง

และหลังจากพฤษภาคม 2557 เกิดอะไรบ้างที่เป็นความแตกต่าง และผลสำเร็จทั้งความไว้วางใจ และความไว้เนื้อเชื่อใจ ตนไม่สามารถพูดได้ว่ามีการทุจริตหรือไม่ เพราะไม่ใช่เรื่องของตน แต่เป็นหน้าที่ของกระบวนการยุติธรรมที่จะดำเนินการ แต่ตนจะเน้นที่ประสิทธิภาพของตนในฐานะเจ้าหน้าที่ และการบังคับใช้กฎหมาย ความมุ่งหวังของกองทุนฯ เพื่อทำให้ทุกอย่างมีความเข้มแข็งมากขึ้น ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมดของประเทศ ทั้ง 170 กองทุน ได้รับรางวัลทั้งหมด

นายกฯ กล่าวว่า วันนี้รัฐบาลต้องจ่ายทุกอย่าง ไม่ว่าเรียนฟรี สังคมผู้สูงอายุ บัตรทอง 30 บาท อย่างคนพิการมาเรียกร้องตนก็เห็นใจ แต่เราไม่มีเงินขนาดนั้น ต้องเริ่มต้นใหม่ อะไรที่ทำไปแล้วจะไม่ยุ่ง แต่หาทางทำให้เกิดความโปร่งใส ทำให้ดีที่สุด มากหรือน้อย ดีกว่าไม่ได้ ส่วนอันใหม่ที่ต้องได้ต้องทำเป็นขั้นบันได ที่วันนี้ติดขัดข้อกฎหมายและงบประมาณ โดยปีนี้ประเมินรายได้ของประเทศ 2.3-2.5 ล้านล้านบาท ต้องคิดว่าจะทำให้ 2.5 ล้านล้านบาทเพิ่มขึ้นได้อย่างไร ไม่ใช่ปล่อยให้ส่วนราชการทำกันเอง เรื่องอะไรก็ตามถ้าใช่เรื่องของการเมือง นักการเมืองก็บอกว่าเป็นหน้าที่ข้าราชการ เป็นเรี่องของธุรการ แต่ตนไม่คิดว่าข้าราชการเป็นฝ่ายธุรการ แต่ท่านเป็นผู้ปฏิบัติงาน การเมืองมีหน้าที่ขับเคลื่อนนโยบาย มีการแก้ปัญหาอย่างเป็นธรรมทั่วประเทศ ไม่ใช่ที่ใดที่หนึ่ง

นายกฯ กล่าวว่า ข้าราชการต้องทำให้เงินไปถึงทุกพื้นที่ ให้ประชาชนพึ่งพอใจ สร้างความเข้มแข็ง แล้วนำไปสู่การกระจายอำนาจได้ในวันหน้า หากเขาไม่รู้จักใช้เงินที่มีจำนวนน้อยให้เกิดประโยชน์สูงสุด หากวันหน้ามีเงินมากกว่านี้ ก็ใช้ไม่เป็นอีก ก็จะทำให้เกิดความเสียหายไปทั้งหมด ตนไม่ได้ดูถูกเขา แต่คนที่เป็นนายกฯและครม.และข้าราชการระดับกระทรวง จะต้องคิดอย่างไรเพื่อไม่ให้สิ่งเหล่านี้เกิดในประเทศไทยอีก มันมีโอกาสมากมาย ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันให้พัฒนาอย่างรอบด้าน มองเศรษฐกิจประเทศอย่ามองแค่กระเป๋าเราเอง เพราะทุกคนเดือดร้อนหมด พวกหนึ่งไม่เอาอะไรเลย แต่บอกรัฐบาลต้องช่วย ซึ่งช่วยไม่รู้จนจะช่วยอย่างไรแล้ว เพราะเขาไม่รู้ว่าตกเป็นเครื่องมือ ต้องช่วยตลอดเวลา อย่างเรื่องการเกษตร จะเอามาจากไหน ทั้งข้าว ยางพารา มันสำปะหลัง อ้อย ปาล์ม วนเวียนอยู่อย่างนี้ทุกปี แล้วจะทำอะไรได้ จะต้องมีการปรับเปลี่ยนอะไรไหม กองทุนต่างๆต้องช่วยกันด้วย อย่าทำงานตามฟังก์ชั่น ตามกฎหมาย แต่ต้องคิดนอกกรอบว่า ทำอย่างไรประสิทธิภาพของกองทุนจะดีขึ้น ไปหารือแล้วมาบอกต้องการอะไร ไม่ใช่ให้ตนสั่งเข้าไป แล้วกลับมาบอกทำไม่ได้ ซึ่งมันทำไม่ได้เพราะตนคิดผิด หรือกฎหมายทำไม่ได้ ถ้าตอนคิดผิดก็เอาสิ่งที่ท่านคิดว่าถูกมาสู้ ตนก็พร้อมที่จะเปลี่ยน ถ้าอะไรคิดถูกแล้วคุณไม่ทำ อย่างนั้นมีเรื่อง อะไรที่ติดกฎหมายให้มาบอก แล้วตนจะพิจารณาว่าจะใช้กฎหมายอย่างไร หรือต้องใช้อำนาจที่ตนมีอยู่ อย่างการใช้มาตรา 44 เพื่อให้ขับเคลื่อนไปข้างหน้า มันมีอยู่แค่นั้น ไม่อย่างนั้นไม่มีประโยชน์

วันนี้ลดค่าเช่านาก็ลดให้ เคยมีใครคิดไหม ลดหนี้นอกระบบก็ทำให้ ลดไปกี่ล้านเคยฟังกันไหม มีแต่ยัดกัน อุดหนุน ให้กันเข้าไป แล้วเมื่อไหร่จะพอ ลดหนี้ ลดดอกเบี้ยกี่ครั้งแล้ว ส่ิงเหล่านี้เป็นปัญหาถ้าไม่แก้ไขล่มสลายแน่นอน วันหน้าจะไม่มีเงิน เพราะทุกอย่างต้องให้หมด จนบางคนคิดไม่ออก ช่วยตัวเองไม่ได้ เหมือนเด็กที่ไม่โต ซึ่งต้องโตได้แล้ว วันนี้มีประชาชนแข็งแรงเยอะแยะที่พร้อมจะรวมกลุ่มก้น ซึ่งรัฐบาลจะเข้าไปสนับสนุนแต่ละกลุ่ม ดีกว่ารัฐบาลเดิม ที่ให้เฉพาะคน แล้วเมื่อไหร่จะพอ ให้เป็นรายคนมันอันตราย ต้องร่วมกันรับผิดชอบ และตอนนี้มีชาวบ้านมาบอกแล้วว่า กำนัน ผู้ใหญ่บ้านเอาแต่พวกตัวเอง ต้องช่วยกันดูแลรักษา ประชาชนต้องร่วมเป็นเจ้าของ ไม่ใช่สร้างเสร็จแล้วทิ้ง แล้วรัฐบาลไปหาให้ใหม่