วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘จีพีเอสซี’ตุนเงินหมื่นล้าน ลุยเพิ่มผลตอบแทน

"จีพีเอสซี" ตุนเงินหมื่นล้าน เดินหน้าลงทุนเพิ่มผลตอบแทน ตั้งเป้า 5 ปี จะมีกำลังการผลิต 2,800 เมกะวัตต์

บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด(มหาชน) GPSC ขยับเข้ามาเป็นหลักทรัพย์ที่ใช้คำนวณในดัชนี SET50 เมื่อวันที่ 1 ก.ค. 2559 ที่ผ่านมา ซึ่งก่อนหน้านั้น ราคาหุ้นก็ได้ปรับตัวขึ้นจนพ้นราคาจองที่ 27 บาท ซึ่งถือว่าเป็นหุ้นใหญ่ที่ใช้เวลานานพอสมควร กว่าราคาซื้อขายจะพ้นราคาจอง

‘เติมชัย บุนนาค’ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ (GPSC) ยอมรับว่า หลังจากที่ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นพ้นราคาจอง และการติดดัชนี SET50 ทำให้บริษัทเนื้อหอมขึ้นกว่าเดิมมาก และได้รับความสนใจจากนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ เข้ามาขอรับฟังข้อมูลกันหนาแน่น ส่วนนักลงทุนสถาบันในประเทศก็เข้ามาซื้อหุ้นบริษัทแล้ว ดันสัดส่วนการถือหุ้นของสถาบันขยับขึ้นมาเกิน 10% จากเดิมที่อยู่ในเลขหลักเดียว

‘เติมชัย’ กล่าวว่า เมื่อเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา บริษัทได้ไปโรดโชว์ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อเข้าพบผู้จัดการกองทุนราว 16 ราย และในไตรมาส 3 ก็มีแผนจะไปโรดโชว์ต่อเนื่อง โดยจะเน้นในประเทศแถบเอเชีย ทั้งนี้ คำถามส่วนมากที่ได้รับเกี่ยวกับ Growth Story ของบริษัทเป็นหลัก

บริษัทได้ชี้แจงเรื่อง Growth Story ของบริษัทว่า ภายใน 5 ปี หรือภายในปี 2562 บริษัทจะมีกำลังการผลิตเพิ่มเป็น 2,800 เมกะวัตต์ จากปัจจุบันมีกำลังการผลิต 1,927 เมกะวัตต์ ซึ่งคาดว่าจะใช้เงินลงทุนไม่ต่ำกว่า 18,000 ล้านบาท แบ่งเป็นการลงทุนสำหรับโครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง 6,000 ล้านบาท และสำหรับขยายกำลังผลิตไฟฟ้า 1,000 เมกะวัตต์ ตามเป้าหมายอีกกว่า 10,000 ล้านบาท แหล่งเงินลงทุน มาจากเงินจากการเสนอขายหุ้นไอพีโอ เมื่อเดือนพ.ค.2558 ประมาณ 10,000 ล้านบาท ซึ่งบริษัทจัดสรรเป็นเงินลงทุนเพื่อขยายกำลังการผลิต 7,000 ล้านบาท และอีก 3,000 ล้านบาท จะใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน นอกจากนี้บริษัทยังมีวงเงินกู้กับธนาคารพาณิชย์ ประมาณ 8,000 ล้านบาท ทำให้สามารถเข้าลงทุนในโครงการที่น่าสนใจได้ทันที โดยไม่กระทบถึงส่วนของเงินสำหรับขยายการผลิตตามแผนเดิม

โดยการลงทุนในระยะ 5 ปี (2559-2562) ประกอบด้วย ปี 2559 โครงการโรงไฟฟ้าเอกชนรายเล็ก (SPP) ของบริษัท ผลิตไฟฟ้า นวนคร จำกัด บริษัทถือหุ้น 30% ดำเนินการเสร็จสมบูรณ์แล้ว และคาดว่าโรงไฟฟ้ามีกำลังการผลิต 125 เมกะวัตต์ ถือครองตามสัดส่วนการถือหุ้น 38 เมกะวัตต์ จะเริ่มดำเนินการผลิตเชิงพาณิชย์ในช่วงกลางปี 2559

ปี 2560 โครงการ สหกรณ์ผู้เลี้ยงกุ้งจันทบุรี จำกัด ซึ่งเป็นโซลาร์ฟาร์ม เข้าดำเนินการโดยบริษัทย่อย กำลังการผลิต 5 เมกะวัตต์ , โครงการโรงไฟฟ้าของบริษัท บางปะอิน โคเจนเนอเรชั่น จำกัด (BIC2 SPP) เฟส 2 เป็นโครงการ SPP บริษัทถือหุ้นอยู่ 25% คาดว่าจะจ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์กลางปี 2560 กำลังผลิตถือครองตามสัดส่วนการถือหุ้น 29.25 เมกะวัตต์ ซึ่งมีขนาดกำลังการผลิตทั้งสิ้น 117 เมกะวัตต์ ผลิตไอน้ำ 20 ตัน/ชั่วโมง , โครงการโรงไฟฟ้าไออาร์พีซี คลีน พาวเวอร์ จำกัด IRPC -CP เฟส 2 กำลังการผลิตไฟฟ้า 240 เมกะวัตต์ ไอน้ำ 180-300 ตันต่อชั่วโมง บริษัท ถือหุ้น 51% กำลังผลิต ถือครองตามสัดส่วนการถือหุ้น 122 เมกะวัตต์ , โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ Ichinoseki Solar Power 1 GK (ISP1) ประเทศญี่ปุ่น บริษัทถือหุ้นอยู่ 99% คาดว่าจะจ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ไตรมาส 4ปี 2560 ซึ่งมีขนาดกำลังการผลิต 20.8 เมกะวัตต์

ปี 2561 โครงการศูนย์กลางผลิตระบบสาธารณูปโภค CUP4 เป็นโครงการ SPP บริษัทถือหุ้นอยู่ 100% คาดว่าจะจ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ไตรมาส 1 ปี 2561 ซึ่งมีขนาดกำลังการผลิต 45 เมกะวัตต์ และไอน้ำ 70 ตัน/ชั่วโมง, โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำลิก 1 ในลาว โรงไฟฟ้าเขื่อน น้ำลิก ประเทศสปป.ลาว NL1 PC บริษัทถือหุ้นอยู่ 40% คาดว่าจะจ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ได้ปี 2561 กำลังผลิตถือครองตามสัดส่วนการถือหุ้น 26 เมกะวัตต์ ซึ่งมีขนาดกำลังการผลิตทั้งสิ้น 65 เมกะวัตต์

ปี 2562 โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี ในลาว XPCL-IPP บริษัท ไซยะบุรี พาวเวอร์ จำกัด บริษัทถือหุ้นอยู่ 25% คาดว่าจะจ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ได้ภายในไตรมาส 4 ปี 2562 ซึ่งมีขนาดกำลังการผลิต 1,285 เมกะวัตต์ กำลังผลิตถือครองตามสัดส่วนการถือหุ้น 321 เมกะวัตต์

เติมชัย กล่าวเพิ่มว่า นอกเหนือจากการลงทุนข้างต้น บริษัทยังมองหาการลงทุนอื่นเพิ่ม โดยยึด 4 กลยุทธ์เพื่อเสริม Growth Story ประกอบด้วย 1. การขยายโครงการ SPP เนื่องจากเป็นธุรกิจที่บริษัทมีความเชี่ยวชาญ และมีบุคลากรที่ได้มาตรฐานอย่างมาก

2. Quick Win ลักษณะของควิกวินจะต้องเป็นโครงการที่จบรวดเร็ว ได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า ทั้งนี้ การลงทุนควิกวินส่วนมากจะเป็นโครงการพลังงานทดแทน ซึ่งบริษัทมีแผนจะเพิ่มสัดส่วนรายได้จากพลังงานทดแทน เพิ่มเป็น 10% จากตอนนี้อยู่ที่ 3%

3. Big Win นิยามของบิ๊กวินคือ การลงทุนที่จะพลิกโฉมธุรกิจ หรือทำให้เกิดแขนงธุรกิจใหม่ ๆ ที่ทำให้บริษัทมีผลประกอบการแข็งแกร่ง ส่วนมากจะเป็นการลงทุนในต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้านอย่างเมียนมา และสปป. ลาว ซึ่งการลงทุนแบบบิ๊กวินนี้ จำเป็นต้องมีพันธมิตรท้องถิ่นมาช่วยกันสร้างธุรกิจ

และ Business Opportunity คือการลงทุนในธุรกิจอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง และสามารถนำมาต่อยอดกับธุรกิจเดิมได้ โดยก่อนหน้านี้ บริษัทได้เข้าลงทุนในบริษัทผู้ผลิตและจำหน่าย Battery Storage ชื่อบริษัท 24M ในสัดส่วน 15.8% ซึ่งในอนาคต จะสร้างสรรค์ธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับโรงไฟฟ้ารูปแบบอื่น แต่จะเหมาะสมรูปแบบการใช้พลังงานของหลายๆ ประเทศแน่นอน

เติมชัย กล่าวเพิ่มว่า จากแผนเพิ่มกำลังการผลิต 5 ปี สามารถสร้างการเติบโตของรายได้บริษัทเฉลี่ย 9% ต่อปี อย่างไรก็ตามแนวโน้มความสามารถในการทำกำไรจะปรับเพิ่มขึ้น เพราะการเน้นขยายกำลังการและการลงทุนใน SPP ซึ่งเป็นธุรกิจที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงกว่าโรงไฟฟ้าอื่น ๆ ขณะเดียวกัน ในการหาโอกาสลงทุนใหม่ บริษัทก็ได้กำหนดผลตอบแทนจากการลงทุน IRR เอาไว้ระหว่าง 9-12%

นอกเหนือจากนี้ สิ่งที่เติมชัย วาดหวังว่าจะเป็นผลงานชิ้นโบแดงภายใน 5 ปี ก็คือเข้าคำนวณใน Dow Jones Sustainability Index (DJSI) เพื่อสะท้อนถึงการเป็นบริษัทที่เติบโตอย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นลายเซ็นสำคัญของกลุ่มปตท.