วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ก.ล.ต. เผยผลการตรวจคุณภาพงานสอบบัญชีดีขึ้น

"ก.ล.ต." เผยรายงานตรวจคุณภาพงานสอบบัญชีรอบปี 2556-2558 มีพัฒนาการในการปรับปรุงระบบควบคุมคุณภาพดีขึ้นต่อเนื่อง

นายประกิด บุณยัษฐิติ ผู้ช่วยเลขาธิการอาวุโส สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. กล่าวว่า ภาพรวมของผลการตรวจคุณภาพงานสอบบัญชีในรอบการตรวจที่สอง (ปี 2556-2558) ก.ล.ต. พบว่าสำนักงานสอบบัญชีทั้งหมด25 แห่ง และผู้สอบบัญชีที่ได้รับความเห็นชอบเป็นผู้สอบบัญชีในตลาดทุนมีผลงานดีขึ้นอย่างชัดเจนเมื่อเปรียบเทียบกับผลการตรวจในรอบแรก (ปี 2553-2555)โดยคะแนนเฉลี่ยตามมูลค่าตลาดรวมในรอบการตรวจที่สองเท่ากับ 1.64 ซึ่งดีขึ้นจากรอบแรกซึ่งเท่ากับ 1.79 (คะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 1 คือดีมาก ส่วนคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 5 คือ ไม่ผ่าน)

สำนักงานสอบบัญชีในรายที่ ก.ล.ต. ตรวจพบข้อบกพร่องสำคัญ และควรปรับปรุง อาทิ การปฏิบัติงานสอบบัญชีที่ไม่สอดคล้องกับมาตรฐาน และระบบติดตามผลที่ไม่มีประสิทธิภาพนั้น มีลูกค้าที่เป็นบริษัทจดทะเบียน 10% ของมูลค่าตลาดรวมส่วนข้อบกพร่องที่สำคัญในระดับ แต่ละงานสอบบัญชีประกอบด้วยการตรวจสอบการรับรู้รายได้ตามวิธีอัตราส่วนของงานที่ทำเสร็จ การตรวจสอบบัญชีสินค้าคงเหลือและต้นทุนขาย เป็นต้น

ผลการตรวจคุณภาพของสำนักงานสอบบัญชีนี้ สามารถช่วยคณะกรรมการตรวจสอบของบริษัทจดทะเบียนใช้ประกอบการพิจารณาคัดเลือกผู้สอบบัญชีแต่ละแห่งได้ นอกจากนี้ การมีระบบการกำกับดูแลและตรวจสอบคุณภาพผู้สอบบัญชีในตลาดทุนที่ดีอย่างต่อเนื่อง ยังมีส่วนสำคัญทำให้ตลาดทุนไทยได้รับ การยอมรับจากประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปโดยบริษัทไทยที่ต้องการไประดมทุนในยุโรปสามารถใช้ผู้สอบบัญชีไทยได้ จึงเป็นการช่วยลดขั้นตอนและค่าใช้จ่าย

“ก.ล.ต. ส่งเสริมให้บริษัทจดทะเบียนคัดเลือกผู้สอบบัญชีโดยพิจารณาคุณภาพของสำนักงานสอบบัญชี และผลงานของผู้สอบบัญชีรายบุคคลมากกว่าปัจจัยด้านค่าธรรมเนียมการสอบบัญชี เนื่องจากการมีระบบควบคุมคุณภาพที่ดีจะช่วยให้ผู้สอบบัญชีและบุคลากรที่อยู่ในสังกัดสามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีคุณภาพ ซึ่งช่วยให้คณะกรรมการตรวจสอบสามารถทำหน้าที่ของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกทางหนึ่ง”นายประกิดกล่าว

ที่ผ่านมา ก.ล.ต. ผลักดันให้เกิดระบบนิเวศการรายงานทางการเงินของบริษัทจดทะเบียนที่สมดุลอย่างยั่งยืน โดยเริ่มจากการสื่อสารและจัดอบรมความรู้ด้านบัญชีอย่างต่อเนื่อง ให้กับผู้มีหน้าที่จัดทำรายงานทางการเงินของบริษัท ได้แก่ ผู้บริหารสูงสุดขององค์กร (chief executive office: CEO)ผู้บริหารสูงสุดสายงานบัญชีและการเงิน (chief financial officer: CFO) และสมุห์บัญชี เข้าใจถึงบทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบของตน ซึ่งจะทำให้รายงานทางการเงินมีความน่าเชื่อถือและมีคุณภาพดีตั้งแต่ต้นทาง

สำหรับแผนงานในรอบการตรวจครั้งถัดไป (ปี 2559 - 2561) ก.ล.ต. ยังคงให้ความสำคัญกับการกำกับดูแลผู้สอบบัญชี โดยมุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพอย่างต่อเนื่อง และจะร่วมมือกับสภาวิชาชีพบัญชีในพระบรมราชูปถัมภ์ในการพัฒนาคุณภาพโดยจัดให้มีผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาเกี่ยวกับวิธีการแก้ไขประเด็นข้อบกพร่องในการปฏิบัติงานที่สำคัญ