วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน 8 กรกฎาคม 2559

ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังสต็อกสหรัฐปรับลดลงน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้และอุปทานที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากไนจีเรียและลิเบีย

- ราคาน้ำมันดิบเบรนท์และเวสต์เทกซัสปรับลดลงกว่า 5 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากนักลงทุนเทขายทำกำไร หลังสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ปรับลดลงเพียง 2.2 ล้านบาร์เรลจากสัปดาห์ก่อนหน้า ซึ่งเป็นระดับที่น้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 2.3 ล้านบาร์เรล เนื่องจากปริมาณการนำเข้าน้ำมันดิบยังคงอยู่ในระดับสูง ประกอบกับ โรงกลั่นสหรัฐ มีการลดกำลังการกลั่นลงเล็กน้อย หลังได้รับแรงกดดันจากราคาน้ำมันเบนซินสหรัฐ ที่ปรับลดลงมาก

- ปริมาณการส่งออกน้ำมันดิบจากไนจีเรียมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น หลังจาก Shell ประกาศยกเลิก Force Majeure และเตรียมที่จะกลับมาส่งออกน้ำมันดิบในเร็วนี้ หลังในช่วงที่ผ่านมาสามารถซ่อมแซมท่อขนส่งน้ำมันดิบให้สามารถกลับมาดำเนินการได้ตามเดิม อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าจะคลี่คลายหรือไม่ หลังล่าสุดกลุ่มติดอาวุธ Niger Delta Avengers ยังคงเดินหน้าโจมตีแหล่งการผลิตและท่อขนส่งน้ำมันของบริษัท Chevron ในเมือง Warri ทางตอนใต้ของประเทศไนจีเรีย เมื่อวันที่ 5 ก.ค. ที่ผ่านมา

- นอกจากนี้ ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบจากลิเบียมีโอกาสเพิ่มขึ้นในเร็วนี้ หลังบริษัทน้ำมันแห่งชาติของลิเบียสามารถตกลงรวมตัวกันกับบริษัทน้ำมันอีกแห่งที่มีฐานที่มั่นตั้งอยู่ในฝั่งตะวันตกได้ โดยล่าสุด กองกำลังทหารที่ทำหน้าที่ควบคุมดูแลท่าเรือส่งออกน้ำมันดิบที่ใหญ่สุดในประเทศคือท่าเรือ Es-Sider และ Ras Lanuf ได้ออกมากล่าวว่าเตรียมที่จะร่วมมือกับบริษัทน้ำมันแห่งชาติของลิเบียในการเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันดิบจากระดับปัจจุบันที่ประมาณ 350,000 บาร์เรลต่อวัน โดยหากสามารถกลับมาเปิดดำเนินการท่าเรือทั้งสองได้จะส่งผลให้ปริมาณการส่งออกน้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้นกว่า 600,000 บาร์เรลต่อวันในเร็วนี้

ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับลดลงมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากอุปทานในเอเชียและสหรัฐ ยังคงอยู่ในระดับสูง สะท้อนได้จากปริมาณสต็อกน้ำมันเบนซินที่สิงคโปร์ที่ปรับตัวสูงขึ้นกว่าร้อยละ 10.2 จากสัปดาห์ก่อนมาอยู่ที่ระดับสูงสุดในรอบ 5 สัปดาห์ที่ 14.527 ล้านบาร์เรล

ราคาน้ำมันดีเซล ปรับเพิ่มขึ้นสวนทางกับราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังได้รับแรงหนุนจากอุปทานที่ตึงตัว หลังโรงกลั่นในไต้หวันและเกาหลีปิดซ่อมบำรุง ประกอบกับ ปริมาณสต็อกน้ำมันดีเซลที่สิงคโปร์ที่ปรับลดลงกว่าร้อยละ 3.2 จากสัปดาห์ก่อนหน้ามาอยู่ที่ระดับต่ำสุดในรอบ 6 สัปดาห์ที่ระดับ 11 2 ล้านบาร์เรล

ไทยออยล์คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์หน้า

         ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสเคลื่อนไหวในกรอบ 45-50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

         ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 45-50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ปัจจัยที่น่าจับตามอง

- ปริมาณการผลิตน้ำมันของลิเบียมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น หลังจากบริษัทผลิตน้ำมันแห่งชาติของลิเบียสามารถตกลงรวมตัวกันได้ โดยล่าสุดรัฐบาลลิเบียเตรียมที่จะฟื้นฟูกำลังการผลิตน้ำมันดิบสู่ระดับ 700,000 บาร์เรลต่อวันภายในสิ้นปีนี้ หากท่าส่งออกกลับมาดำเนินการได้ตามปกติ

- ราคาน้ำมันดิบที่ปรับสูงขึ้นใกล้ระดับ 50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่งผลให้ผู้ผลิตน้ำมันดิบในสหรัฐ เริ่มกลับมาขุดเจาะและผลิตน้ำมันดิบเพิ่มเติม โดยจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบของสหรัฐ ณ วันที่ 1 ก.ค. ปรับเพิ่มขึ้นปรับเพิ่มขึ้นกว่า 11 แท่น มาอยู่ที่ระดับ 341 แท่น

- จับตาสถานการณ์การผลิตน้ำมันดิบของไนจีเรีย หลังปริมาณการผลิตน้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 1.8 – 1.9 ล้านบาร์เรลต่อวัน และผู้ผลิตบางส่วนเริ่มกลับมาส่งออกตามปกติ อย่างไรก็ตาม กลุ่มติดอาวุธยังคงเดินหน้าโจมตีแหล่งผลิตและท่อขนส่งน้ำมันของบริษัท ส่งผลให้มีโอกาสที่ปริมาณการผลิตและส่งออกปรับลดลงค่อนข้างสูง

                                              -----------------------------------------------------

ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.02-797-2999