"ธนาคารกรุงไทย" ยอมรับสินเชื่อปีนี้มีโอกาสพลาดเป้าจากเดิมคาดโต 3% หลัง 5 เดือนยังติดลบ "วรภัค" ยันไม่ขอต่อวาระการทำงาน
นายวรภัค ธันยาวงษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย หรือ KTB กล่าวว่า ยอดสินเชื่อรวมปีนี้ มีโอกาสที่จะไม่ถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 3% หลัง 5 เดือนแรกที่ผ่านมา (ม.ค.-พ.ค.59) สินเชื่อของธนาคารยังติดลบ 2.4% จากสิ้นปี 58 เนื่องจากการลดลงของสินเชื่อภาครัฐและสินเชื่อรายใหญ่ อย่างไรก็ตามธนาคารยังไม่มีการปรับลดเป้าสินเชื่อแต่อย่างใด เพราะถือเป็นความท้าทายที่ธนาคารต้องทำให้ถึงเป้าหมายท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวทั้งในประเทศและต่างประเทศ
ขณะที่ Gross NPL (NPL ก่อนการตั้งสำรอง) ปีนี้จะเติบโตมากกว่า 8 หมื่นล้านบาท แต่ไม่ถึง 1 แสนล้านบาท โดย NPL ที่เพิ่มขึ้นยังมาจากสินเชื่อรายใหญ่ และเอสเอ็มี จากปี 58 ที่ NPL เพิ่มขึ้นจากสินเชื่อรายย่อย โดยเฉพาะสินเชื่อบ้าน ขณะที่ยอด NPL ปีนี้ ยอมรับว่าจะมากกว่า 4% จากช่วงครึ่งปีแรกอยู่ที่ 3.7%
"การตั้งสำรองของเราปีนี้คาดว่าจะมากกว่า 1.8 หมื่นล้านบาท แต่ไม่ถึง 2 หมื่นล้านบาท จากปีที่แล้วเราตั้งสำรองไป 1.8 หมื่นล้านบาท เป็นไปตามภาวะที่เศรษฐกิจชะลอตัว ทำให้ธนาคารต้องบาลานซ์ทั้ง 3 ฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นการจ่ายปันผลให้กับผู้ถือหุ้น กำไร และดำรงไว้ซึ่งความแข็งแกร่งของธนาคาร ซึ่งเรามีเป้าหมายที่จะรักษาอัตราส่วนเงินสำรองค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่อสินทรัพย์ด้อยคุณภาพไม่ให้ต่ำกว่า 100% จากปัจจุบันอยู่ที่ 103% ในขณะที่ระบบธนาคารอยู่ที่ 130%"
สำหรับกำไรก่อนการตั้้งสำรองปีนี้ ธนาคารมั่นใจว่าจะเติบโตไม่ต่ำกว่า 20% จากปี 58 ที่มีกำไรก่อนการตั้งสำรองอยู่ที่ 6.8 หมื่นล้านบาท โดยช่วง 5 เดือนที่ผ่านมาธนาคารมีกำไรก่อนการตั้งสำรองเติบโตมากกว่า 20% แล้ว
นายวรภัค ยืนยันว่า จะไม่ต่อวาระการดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ ซึ่งจะครบวาระการทำงาน 4 ปี ในวันที่ 8 พ.ย.นี้ โดยยอมรับว่าการทำงานตลอด 27 ปีนั้น การทำงานที่ KTB มีความเหนื่อยใจและเหนื่อยกายมากที่สุด เพราะเป็นธนาคารขนาดใหญ่ มีโครงสร้างผู้ถือหุ้นหลายส่วน มีกฎระเบียบที่ซับซ้อน และมีการเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการ 5 ชุด และตั้งแต่ทำงานมา แต่ก็ถือว่าเป็นงานที่สนุก และ ท้าทาย
"ผมยังไม่ถือว่าอิ่มตัวกับการทำงานธนาคารนะ เพราะยังสนุกอยู่และมีความท้าทายอยู่มาก แต่สิ่งที่อยากเห็น KTB ต่อจากนี้ไป คือ การเข้าถึงสินเชื่อของลูกค้า เพราะยังมีลูกค้าจำนวนมากที่ยังเข้าไม่ถึง และทำให้กระบวนการรวดเร็วขึ้น"









