การขยายเครือข่ายธุรกิจและการทำตลาดเชิงรุกอย่างต่อเนื่องของผู้ประกอบการค้าปลีกในครึ่งปีหลังจะเป็น "แรงส่ง" ที่ดีต่อบรรยากาศจับจ่ายใช้สอย
ชำนาญ เมธปรีชากุล รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด ผู้บริหารห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้าเดอะมอลล์ ดิ เอ็มดิสทริค (เอ็มโพเรียม-เอ็มควอเทียร์) และพารากอนดีพาร์ทเม้นต์สโตร์ กล่าวว่า เดอะมอลล์จัดสรรงบกว่า 1,000 ล้านบาท ทำการตลาดเชิงรุกครึ่งปีหลังนี้ โดยจะมีอีเวนท์ใหญ่ "ครบรอบ 35 ปี" ที่จะมีคอร์ปอเรทแคมเปญตั้งแต่เดือน ก.ค.เป็นต้นไป ภายใต้คอนเซปต์ "แฮปปี้" ตอกย้ำแนวคิดธุรกิจ "อาณาจักรแห่งความสุขทุกครอบครัว" ควบคู่การตลาดเพื่อสังคม
"เดอะมอลล์ตีโจทย์ความสุขออกมาเป็นเรื่องยิ้ม ที่จะการเล่นกับเรื่องยิ้มผ่านการทำซีเอสอาร์"
นอกจากนี้ยังเตรียมเปิดบริการศูนย์การค้า "บลูพอร์ต หัวหิน รีสอร์ท มอลล์" มูลค่ากว่า 5,000 ล้านบาท ภายใต้การร่วมทุนกับกลุ่มบริษัท พราว เรียลเอสเตส จำกัด ในปลายเดือน ก.ย. พร้อมโฉมใหม่ "เดอะมอลล์ นครราชสีมา" ต้นเดือน ต.ค.
"โครงการใหม่บลูพอร์ต หัวหิน และโฉมใหม่ นครราชสีมา จะเป็นพลังขับเคลื่อนตลาดในครึ่งปีหลังกของกลุ่มเดอะมอลล์ และทำให้ตลาดค้าปลีกมีสีสัน คึกคักขึ้นจากความสด ใหม่ เสมือนส่งสินค้าใหม่ลงตลาดที่จะมีการโหมโรงสร้างการรับรู้ การจัดแคมเปญเพื่อดึงดูดลูกค้าเชื่อว่าจะเป็นแรงส่งมาถึงตลาดในกรุงเทพฯ ด้วย"
เชื่อว่าภาพรวมเศรษฐกิจครึ่งปีหลังมีแนวโน้มที่ดีขึ้นส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมค้าปลีก ซึ่งผู้ประกอบการต่างเตรียมกลยุทธ์ช่วงชิงลูกค้าและสร้างยอดขายในรูปแบบต่างๆ สำหรับกลุ่มเดอะมอลล์ วางแนวทางการทำตลาด 4.0 เน้นผสมผสาน "ออฟไลน์" และ "ออนไลน์" สอดรับสถานการณ์และแต่ละกลุ่มสินค้า
ปีนี้เดอะมอลล์กรุ๊ปคาดการณ์ยอดขาย 5.4 หมื่นล้านบาท เติบโต 4% ตามเป้าหมาย โดยครึ่งปีแรกเติบโต 6% จากสาขาใหม่ "ดิ เอ็มควอเทียร์" รวมทั้งการจับจ่ายที่ปรับตัวดีขึ้นในไตรมาส 2 ทั้งกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องสำอาง ซูเปอร์มาร์เก็ต ส่วนหนึ่งเป็นผลจากอีเวนท์ระดับโลก ฟุตบอลยูโร 2016 ทำให้สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและเสื้อผ้ากีฬาเติบโตสูง
ปิยวรรณ ลีละสมภพ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ฝ่ายการตลาด บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด กล่าวว่า แนวทางการทำตลาดของห้างเซ็นทรัลจะใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลในการเจาะตลาดคนรุ่นใหม่มากขึ้น เสริมความแข็งแกร่งกิจกรรมการตลาดและแคมเปญส่งเสริมการขายต่อเนื่องตลอดทั้งปี
โดยครึ่งปีหลังเชื่อว่าสถานการณ์ต่างๆ จะปรับตัวดีขึ้น โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยเพิ่มมากขึ้น เป็นกลุ่มที่มีอำนาจซื้อสูงและเป็นฐานลูกค้าหลักของผู้ประกอบการค้าปลีกในเมือง
ปีนี้ ห้างเซ็นทรัลจัดสรรงบประมาณกว่า 2,000 ล้านบาททำการตลาด สัดส่วน 20% ใช้สำหรับการตลาดดิจิทัล โดยตั้งเป้าหมายยอดขายเติบโต 10% จากปีก่อน มียอดขาย 4 หมื่นล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ในภาพรวมอุตสาหกรรมค้าปลีกปีนี้เผชิญปัญหาการเติบโตถดถอยลงถึงขั้น "ติดลบ" โดยสมาคมผู้ค้าปลีกไทย ระบุการเติบโตตั้งแต่ปี 2555 เป็นต้นมาจากช่วง 10 ปีก่อนหน้านั้น อัตราเฉลี่ยการเติบโตอยู่ที่ 8% ต่อปี ระหว่างปี 2555-2557 เติบโตติดลบ 3% ต่อปี ในปี 2558 และ 2559 ยังคงติดลบ เนื่องจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการบริโภคภายในประเทศไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ส่งผลดัชนีค้าปลีกไตรมาสแรกเติบโต 2.6% ทำให้สมาคมฯ ได้ปรับประมาณการณ์เติบโตธุรกิจค้าปลีกปีนี้อยู่ในระดับ 2.8% จากช่วงต้นปีคาดการณ์เติบโตไว้ที่ 3.2-3.5%









