ซื้อหุ้น กลุ่ม โรงกลั่น ท่องเที่ยว รับเหมา
UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้ : แกว่งตัวออกด้านข้าง
ทิศทางตลาดหุ้นไทยวันนี้ คาดจะแกว่งตัวออกด้านข้าง โดยวานนี้นักลงทุนต่างชาติยังซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทยติดกันต่อเป็นวันที่ 3 จำนวน 1,234 ล้านบาท ซึ่งการไหลเข้าของเงินลงทุนจากนักลงทุนต่างชาติยังเป็นปัจจัยบวกต่อตลาด อย่างไรก็ดี ตลาดหุ้นในภูมิภาคเช้านี้ที่ปรับตัวลง ประกอบกับราคาสินค้าโภคภัณฑ์ เช่น น้ำมันดิบ และถั่วเหลืองปรับตัวลงแรง อาจทำให้มีแรงขายทำกำไรในหุ้นที่เกี่ยวข้องบ้าง
แนวรับ/แนวต้าน : 1440/1460 สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 50% : พอร์ตหุ้น 50%
กลยุทธ์ : ซื้อหุ้น กลุ่ม โรงกลั่น ท่องเที่ยว รับเหมา
หุ้นแนะนำ
THAI (28.0) : คาดผลประกอบการ 2Q59 ดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์จากราคาน้ำมันในช่วงต้น 2Q59 ที่อยู่ในระดับต่ำ นอกจากนี้ THAI ยังได้รับผลบวกจากการท่องเที่ยวที่ยังแรงต่อเนื่องโดยเฉพาะจากนักท่องเที่ยวชาวจีน การฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย และต้นทุนลดลงจากการปฏิรูปองค์กรในปี 58
KCE (105) : เรามองว่าแนวโน้มค่าเงินยูโรอ่อนจะมีผลกระทบจำกัดต่อ KCE จากการศึกษาของเราพบว่า Correlation ระหว่างค่าเงินบาทต่อยูโรและอัตรากำไรขั้นต้นของ KCE ในช่วง 41 ไตรมาสย้อนหลังอยู่ที่ -0.29 ซึ่งสะท้อนว่าทิศทางค่าเงินยูโรไม่ได้เป็นปัจจัยเดียวที่จะชีวัดทิศทางการดำเนินงานของผลประกอบการได้ เราจึงแนะนำซื้อสะสมเมื่ออ่อนตัว จากแนวโน้มอุตสาหกรรมแผงวงจรไฟฟ้าในรถยนต์ที่สดใส
GCAP (3.50) : ได้รับผลประโยชน์จากมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร ไม่ว่าจะเป็นโครงการสนับสนุนเงินทุนด้านการผลิต โครงการพักชำระหนี้เงินต้น และโครงการประกันภัยนาข้าว ทั้งนี้ GCAP มี market share สินเชื่อรถเกี่ยวข้าวสูงสุดในประเทศ อีกทั้งคาดผลประกอบการในช่วงครึ่งปีหลังจะดีกว่าช่วงต้นปีจากการเข้าสู่ช่วง high season ซึ่งเป็นฤดูเกี่ยวข้าว การเปลี่ยนจาก el nino เป็น la nina ทำให้เอื้อต่อการทำเกษตรกรรม และธุรกิจนาโนไฟแนนซ์ที่เติบโตขึ้นเรื่อยๆ
ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน
ปัจจัยภายในประเทศ
+ “แบงก์ชาติ” เดินหน้าผ่อนคลายเกณฑ์ทุนเคลื่อนย้าย ไฟเขียวศูนย์บริหารเงินออกบอนด์สกุลเงินนอก ขายทั้งใน-ต่างประเทศได้ โดยยังได้สิทธิประโยชน์ภาษี เผยปัจจุบันมี 14 บริหารให้บริการ ด้าน “อินโดรามา” ระบุช่วยบริหารจัดการค่าเงินได้ง่ายขึ้น
+ ดัชนีความโปร่งใสตลาดอสังหาฯ ไทยดีขึ้นติดอันดับ 38 ของโลกจากการจัดอันดับของเจแอลแอลใน 109 ประเทศ ขึ้นอันดับ 3 ของอาเซียนรองจากสิงคโปร์และมาเลเซีย ชี้เป็นผลดีทำให้ไทยมีความสามารถในการแข่งขันสูงขึ้น ลดความเสี่ยงให้นักลงทุน ช่วยดึงดูดเม็ดเงินลงทุน
- กกร. สั่งลดเป้าส่งออกติดลบ 2% คาดประเมิน 7 เดือนหลังไม่ขยายตัวสูงมาก พร้อมศึกษาการค้าเสรีระหว่างไทยกับสหราชอาณาจักร ด้านแบงก์กรุงศรีฯ มั่นใจจีดีพีโต 3% แจงลงทุนภาครัฐและท่องเที่ยวช่วยหนุน ครม.อนุมัติหลักการร่าง พ.ร.บ.โรงงานฯฉบับใหม่
- ส.อ.ท.-หอการค้าต่างประเทศจี้รัฐแก้ปัญหาความขัดแย้งภาษีส่งเสริมลงทุนภายใน 1 ส.ค. นี้ ระบุไม่ทันควรขยายเวลาผ่อนปรนออกไป เผยมีบริษัทเข้าข่ายความผิดอีกกว่า 100 ราย “โตโยต้า” ชี้กระทบภาพลักษณ์การลงทุนไทยรุนแรง
ปัจจัยต่างประเทศ
- ตลาดหุ้นสหรัฐปิดร่วงลงในวันอังคารหลังปรับตัวขึ้นในสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่นักลงทุนเผชิญกับความไม่แน่นอนอย่างต่อเนื่องหลังอังกฤษตัดสินใจออกจากสหภาพยุโรป และการร่วงลงของราคาน้ำมันถ่วงหุ้นกลุ่มพลังงานลง ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดลบ 108.75 จุดหรือ 0.61% สู่ 17,840.62 และดัชนี Nasdaq ปิดปรับตัวลง 39.67 จุดหรือ 0.82% สู่ 4,822.90
+ ดัชนี FTSE 100 ที่ตลาดหุ้นอังกฤษปิดบวกขึ้นในวันอังคาร โดยได้รับแรงหนุนจากมาตรการใหม่ของธนาคารกลางอังกฤษ (บีโออี) ในการกระตุ้นเศรษฐกิจ หลังจากอังกฤษโหวตถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป (อียู) หรือ Brexit ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 ปิดบวกขึ้น 23.11 จุด หรือ 0.35 % สู่ 6,545.37
- ดัชนีนิกเกอิที่ตลาดหุ้นโตเกียวปิดลดลง ท่ามกลางภาวะซื้อขายเบาบางในวันนี้ หลังจากเยนที่แข็งค่าขึ้นทำให้มีแรงขายทำกำไรออกมา ขณะที่หุ้นกลุ่มธนาคารร่วงลงมากกว่าตลาดโดยรวมจากความวิตกเกี่ยวกับความเสี่ยงของคู่สัญญา หลังการร่วงลงของหุ้นกลุ่มธนาคารของยุโรป ทั้งนี้ ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดลดลง 106.47 จุด หรือ 0.67% มาที่ 15,669.33 หลังจากพุ่งขึ้น 5.5% ในรอบ 6 วันที่ผ่านมา
+ ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ดิ่งลง 4.9 % ในวันอังคาร ในขณะที่นักลงทุนกังวลว่า Brexit หรือการที่อังกฤษถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป (อียู) จะส่งผลให้เศรษฐกิจโลกชะลอตัวลง ซึ่งจะส่งผลให้อุปสงค์น้ำมันไม่สามารถเติบโตขึ้นในระดับที่มากพอที่จะดูดซับอุปทานน้ำมันส่วนเกิน ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบส่งมอบเดือน ส.ค.ดิ่งลง 2.39 ดอลลาร์ หรือ 4.9 % มาปิดตลาดที่ 46.60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 46.33-49.35 ดอลลาร์







