พีเอ็มจี กรุ๊ป เดินเกมรุก SME 4.0

พีเอ็มจี กรุ๊ป เดินเกมรุก SME 4.0

เอสเอ็มอี 4.0 คือ เอสเอ็มอี ที่ให้ความสำคัญกับ Digital และ Connectivity ใครที่ไม่ปรับตัวจะตามคนอื่นไม่ทัน

ตลอด 15 ปี ที่คลุกคลีในแวดวงเอสเอ็มอี รวมถึงเป็น 15 ปี ของการก่อตั้ง บริษัท พีเพิลมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (พีเอ็มจี กรุ๊ป) ธุรกิจสื่อความรู้ และช่องทางสำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี “ณรินณ์ทิพ  วิริยะบัณฑิตกุล” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พีเอ็มจี กรุ๊ป มองว่า ยุคนี้เป็นช่วงเวลาที่มีทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่ว่าจะ แหล่งทุน การตลาด เทคโนโลยี และอื่นๆ พร้อมให้ “ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี” ได้นำไปใช้ให้เกิดประโยชน์กับธุรกิจของตัวเองได้อย่างเต็มที่

โดยพบว่า เอสเอ็มอี 100 คน มีโอกาสประสบความสำเร็จได้มากถึง 30-50%

ทว่าหากมองย้อนกลับไปในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา จะพบว่า ปัจจัยของการ เกิดใหม่ อยู่รอด และแข็งแกร่ง ได้นั้น แตกต่างกันไปในแต่ละช่วงเวลา

เพื่อให้เห็นภาพเอสเอ็มอี ในแต่ละยุค เธอขยายความว่า ยุคที่ 1.0  คือ ยุคนำเข้าสินค้า ซึ่ง เอสเอ็มอีจะเป็นกลุ่มพวกซื้อมาขายไป ค้าปลีก และบริการ เป็นหลัก

ยุคที่ 2.0 ยุคนี้เริ่มมีอุตสาหกรรมเกิดขึ้น จนนำมาสู่การเกิดเอสเอ็มอีในภาคการผลิต ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็น Supply Chain ให้กับกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ เช่น ตั้งโรงงานเพื่อผลิตชิ้นส่วน ไปป้อนให้กับอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ซึ่ง เอสเอ็มอีประเภทนี้ เรียกว่า ดาวบริวารในการผลิต

เข้าสู่ ยุคที่ 3.0  คือ ยุคที่เอสเอ็มอีเริ่มมีตัวตนชัดเจนขึ้น ทั้งใน ภาคการผลิต การค้า บริการ และการส่งออก โดยเริ่มมีแบรนด์ และเริ่มมีใช้นวัตกรรม และงานวิจัย เข้ามาเกี่ยวข้องกับการสร้างสินค้า ทั้งเริ่มใช้เทคโนโลยีมาพัฒนาสินค้ามากขึ้น 

ทว่าวันนี้เรากำลังเข้าสู่ ยุคที่ 4.0  การเข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มภาคภูมิ ซึ่งเป็นยุคที่ผู้ประกอบการพันธุ์เล็ก ต้องใช้ ICT คือ Information, Communication และ Technology เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มาใช้อย่างเต็มรูปแบบ   โดยเอสเอ็มอีทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะทั้ง ภาคผลิต การค้า บริการ ส่งออก จะต้องเปลี่ยนถ่ายตัวเองมาสู่การทำงานบนระบบดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็นการ จัดหาวัตถุดิบ การผลิต การจัดจำหน่าย การบริการ การตลาด การจัดส่ง การจัดการระบบคงคลัง หรือสต็อก การเก็บเงิน หรือการบริการ เรียกว่า เป็นยุคการค้าไร้ขีดจำกัด อย่างแท้จริง

“เอสเอ็มอี 4.0 เป็นยุคของ Internet of things (IoT) โดยจะมีการคิดค้นและพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ การดึงเอาดิจิทัลเข้ามาขับเคลื่อนธุรกิจมากยิ่งขึ้น” ณรินณ์ทิพ บอก

ขณะสิ่งที่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในไทยจะต้องปรับตัวให้ได้ เธอย้ำว่า คือการ  “คิดใหม่” และต้องพร้อมในสองสิ่ง นั่นคือ “ดิจิทัล” และ “Connectivity” (ความเชื่อมโยง)

เธออธิบายว่า “ดิจิทัล” ก็คือ การนำเครื่องมือการตลาดออนไลน์ เข้ามาเสริมทัพธุรกิจให้ได้มากที่สุด ก็ในเมื่อโลกหมุนไปทางนี้แล้ว ตัวเราเองก็ต้องหมุนตาม มิเช่นนั้นอาจ “ตกขบวน” ได้

ขณะ “Connectivity” ก็การเชื่อมโยงกับหลายภาคส่วน ได้แก่ ซัพพลายเออร์ ลูกค้า หน่วยงานรัฐและเอกชน

“การทำธุรกิจในวันนี้จะยึดสูตรเดิมๆ ไม่ได้อีกแล้ว ไม่ใช่ว่า ทำเลดี แล้วจะขายของได้เสมอไป แต่เอสเอ็มอีต้องดึงเอาดิจิทัล เข้าไปสนับสนุนการทำธุรกิจให้มากขึ้น” แม่ทัพ พีเอ็มจี กรุ๊ป บอก

เมื่อภาพใหญ่ของการทำธุรกิจ เอสเอ็มอีเปลี่ยนไป ก็ถึงเวลาที่  “พีเอ็มจี” ต้อง “คิดใหม่” ไปด้วยเช่นเดียวกัน

โดยเป็นการ “ปรับ” เพื่อ “เปลี่ยน” ตัวเอง ไปสู่การ “ตอบโจทย์” ธุรกิจเอสเอ็มอีที่ครบเครื่องกว่าเดิม

จากเดิม “พีเอ็มจี” ทำหน้าที่เป็นสื่อที่สนับสนุนในการให้ความรู้ และช่องทางสำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี อย่างเช่น  SME ชี้ช่องรวย สถาบันสอนอาชีพชี้ช่องรวย ฯลฯ

มาในวันนี้การทำงานจะ “ครบ” ทั้ง  Coaching,Teaching,People Training  และ Digital Marketing

เป้าหมายคือ การเป็น Total SMEs Solution ผู้ช่วยแก้ปัญหาให้กับธุรกิจเอสเอ็มอีอย่างครบวงจร

ซึ่งทุกอย่างล้วนเกิดจากการได้คลุกคลีและเห็นปัญหาที่เอสเอ็มอี ส่วนใหญ่ต้องพบเจอ นั่นคือ เรื่องการตลาด และการออกแบบ

Business Model เราเปลี่ยนจากเป็นสื่อ มาสู่การเป็นการทำงานร่วมกัน เรียกว่า ร่วมทุกข์ร่วมสุขกัน ระหว่างเรากับเอสเอ็มอี” เธอบอก

โดย Royal Sawasdee” คือ ธุรกิจใหม่ ที่สร้างขึ้นภายใต้แพลทฟอร์ม Total SMEs Solution

ส่วนงานนี้เกิดจากการมองเห็นปัญหาเอสเอ็มอีส่วนใหญ่ ที่ยังต้องการส่วนงานด้านพัฒนาแบบและดีไซน์ เพื่อให้สินค้านั้นมีมูลค่าเพิ่มขึ้นมา

พีเอ็มจี จึงได้ร่วมตัวกับ ดีไซน์เนอร์กลุ่มหนึ่ง ที่มีประสบการณ์ด้านการออกแบบมากว่าสิบปี เพื่อทำหน้าที่ออกแบบสินค้าให้กับกลุ่มเอสเอ็มอีโดยเฉพาะ

พร้อมๆ กับมองหาช่องทางการตลาดใหม่ๆ ซึ่งล่าสุดยังได้ร่วมกับเอสเอ็มอีในการพัฒนาสินค้า ภายใต้แบรนด์ Royal Sawasdee เพื่อนำไปจำหน่ายในช่องทางสายการบินอีกด้วย

นอกจากนี้ “พีเอ็มจี” ยังทำหน้าที่เป็น Angel มองหาโอกาสการลงทุนใหม่ๆ ซึ่งจะใส่เงินลงทุนเข้าไปในเอสเอ็มอีที่มีศักยภาพ

“วันนี้ลงทุนไปแล้วหนึ่งราย โดยพีเอ็มจี ถือหุ้น 26%” เธอเปิดเผย

อีกมิติใหม่ของ “พีเอ็มจี” คือการรุกเข้าสู่ อี-คอมเมิร์ช อย่างเต็มตัว ไม่ตกขบวนดิจิทัล

โดยการเปิดตัว THAILANDMALL.COM” ซึ่งเป็นธุรกิจอี-คอมเมิร์ช ที่เกิดจากการร่วมทุนของ 3 ฝ่าย ได้แก่ พีเอ็มจี, ไอโมบาย และ ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ จาก tarad.com เพื่อเป็นช่องทางกระจายสินค้าเอสเอ็มอีไปทั่วโลก

รวมถึงงาน Smart SME Expo 2016” ที่เพิ่งจัดไปเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน- 3 กรกฎาคม 2559ณ เมืองทองธานี ที่ผ่านมา ก็เป็นอีกภาพสะท้อนความสำเร็จ หลังสามารถรวมตัวคนทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจเอสเอ็มอีไทย อาทิ กระทรวงอุตสาหกรรม สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(สสว.) กระทรวงพาณิชย์กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ธนาคาร ทั้งรัฐและเอกชน มหาวิทยาลัยต่างๆ และภาคเอกชนทุกขนาด เพื่อตอบโจทย์การสร้าง SME 4.0 ได้ตามจุดยืนที่ตั้งไว้

เมื่อระบบนิเวศน์ของการทำธุรกิจเปลี่ยนไป สิ่งที่ผู้ประกอบการต้องทำก็คือการ “คิดใหม่”

สำหรับ พีเอ็มจี กรุ๊ป คำตอบหลังการ “คิดใหม่” ของพวกเขา และดูจะถูกวางไว้ชัดเจนแล้วตั้งแต่ต้น นั่นคือต้องการเป็น “มิตรแท้” ของธุรกิจเอสเอ็มอี ได้อย่างแท้จริง

...............................

Key to success

สูตรรับมือ SME 4.0

๐ คิดค้นพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ

๐ ดึงดิจิทัลมาใช้ในการขับเคลื่อนธุรกิจมากขึ้น

๐ ทำงานเชื่อมโยงกับหลายภาคส่วน

๐ คิดใหม่ ทำใหม่ รับมือให้ทันทุกความเปลี่ยนแปลง

๐ ปรับโมเดลธุรกิจ เพื่อรับกับโอกาสใหม่ๆ อยู่เสมอ